อนุวัตรไปตามโลก!!!

ช่วงเฉพาะหน้า เฉพาะกาล ช่วงนี้...ใครต่อใครคงต้องหันไปสนใจ เลือกตั้งซ่อม กันก่อนเป็นอันดับแรก ใครจะนอนมาโดยไม่มีพระสวดนำหน้าใน เขต 4 กรุงเทพฯ หรือ เขตชุมพร และ สงขลา คงอีกไม่กี่วัน-ไม่กี่ชั่วโมง คงพอได้รู้ๆ ว่าหมู่หรือจ่า หรือสารวัตร นั้นเป็นใคร? หรือเป็นอะไร?กันแน่!!!

--------------------------------------------------------

ส่งผลให้ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่ก็น่าจะอีกไม่กี่เดือนนับจากนี้...ออกจะหายฮอต หายร้อน ลงไปชั่วคราว ข่าวคราวเกี่ยวกับ ชัชชาติ ผู้กล้ามใหญ่ในปฐพี หรือ เอ้ ไอน์สไตน์ ฯลฯ เลยออกจะเงียบๆ หายๆ ไม่ได้ถูกหยิบมาเมาธ์

หรือเอามาเป็น เหยื่อโซเชียล มากมายซักเท่าไหร่นัก หรือต่างหันไปเน้น หันไปสนใจกับ เลือกตั้งซ่อม นั่นแหละมากกว่า แม้ว่าไม่ว่าใครหน้าไหน พรรคไหน จะนอนมา โดยสีสัน บรรยากาศ มันน่าจะออกไปทาง งั้นๆ ซะเป็นหลัก คือไม่น่าจะถือเป็นตัวสะท้อนอะไรต่อมิอะไรได้มากมายนัก...

---------------------------------------------------------

คือถ้าหากจะสะท้อน...ก็คงสะท้อนให้เห็นถึงความไม่คิดที่จะมีมิตรและศัตรูถาวรของสิ่งที่เรียกว่า การเมือง นั่นแหละเป็นหลัก เพราะอันที่จริง...เหตุที่ต้องเลือกที่ชุมพรและสงขลา ก็ด้วยเพราะความเสี่ยง ความเสียสละ ของ นักการเมือง บางรายที่พร้อมจะเอาสถานะของตัวเองเข้าแลก เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแม้แต่เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี จนสรุปสุดท้าย...ถึงได้นำไปสู่การมีโอกาสผงาดขึ้นเป็น รัฏฐาธิปัตย์ ของบรรดา พี่น้อง 3 ป. ชนิดลากยาวว์ว์ว์กันมาถึง 7 ปี 8 ปี แต่ครั้นเมื่อต้องหาคนมาแทนนักการเมืองเหล่านี้ บรรดาความเสี่ยง ความเสียสละ ความกล้าหาญ กล้าแลก ของคนเหล่านี้ กลับไม่ได้ถูกนำมาใคร่ครวญ หวนคิด มาพินิจพิจารณาเอาเลยแม้แต่น้อย ด้วยเหตุเพราะสิ่งที่เรียกว่า การเมือง มันมักต้องเป็นไปในรูปนี้นั่นแหละทั่น คือทั้งแห้งง์ง์ง์ ทั้งโหด ทั้งไร้น้ำใจ-ไมตรี มาโดยตลอด...

------------------------------------------------------------

ดังนั้น...โดยสีสัน บรรยากาศรวมๆ แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างยังน่าจะหนักไปทางซับซ้อน ซ่อนเงื่อน และเพื่อนทรยศ กันไปเรื่อยๆ นั่นแหละทั่น!!! ไม่ว่าใครจะนอนมา-ไม่นอนมา นอนแบบไม่มีพระสวดนำหน้า หรือต้องมีพระสวดนำหน้า ก่อนแบกขึ้นไปบนเมรุแล้วฌาปนกิจได้โดยทันที แต่คงไม่ได้ทำให้สิ่งที่เรียกว่า การเมือง เกิดการยกระดับ การพัฒนาใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม...กลับยิ่งกลายเป็นตัวเพิ่มน้ำหนัก เพิ่มความสำคัญ ให้กับการแฉลบออกข้าง การทรยศ-หักหลัง การไหลลื่นแบบปลาไหลเชื่อมวาสลิน การไม่มีพี่-มีน้อง ไม่มีเพื่อน ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร อันเป็นบรรยากาศที่น่าเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้าเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อหวนคิดถึงการ วนไป-วนมา ร่วมๆ เกือบศตวรรษเข้าไปแล้ว ก็ยังไม่คิดไปไหนซักกะที...

--------------------------------------------------------

ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่า ป.ประยุทธ์ กับ ป.บิ๊กป้อม จะคิดเรื่องเดียวกัน แบบเดียวกัน นอนฝันและละเมอในเรื่องเดียวกันหรือไม่ อย่างไร สุดท้าย...ก็คง งั้นๆ ไปด้วยกันทั้งคู่ เหลือแต่ว่า...อย่าให้ถึงกับต้องหันไปหาช่อง หาทาง ให้คุณพี่ โทนี่-โทนาฟ กลับบ้านได้ ด้วยกรรมวิธีที่ไม่ถูกเรื่อง ถูกราว แต่เพียงเท่านั้น เพราะถ้าหาก ไปไกล ถึงขั้นนั้นขึ้นมาเมื่อไหร่ โอกาสที่จะต้องเจอกับ การเสียสละ ของนักการเมืองประเภท คุณน้อง ลูกหมี หรือคุณพี่ ถาวร ก็คงมีสิทธิ์เป็นไปได้อีกเช่นเดิมนั่นเอง และอะไรต่อมิอะไรก็คง วนไป-วนมา อยู่ภายใต้ วงจรอุบาทว์ ไปอีกเป็นร้อยๆ ปี หรือสองร้อยปี หรือไม่ อย่างไร ก็ยังยากที่จะคาดคะเนได้...

---------------------------------------------

แต่โดยสรุปรวมความแล้ว...มันก็คงไปของมันได้เท่านี้นั่นแหละ สำหรับสิ่งที่เรียกว่า การเมือง โดยเฉพาะการเมืองในระบบและระบอบประชาธิปไตย ระบอบที่ถ้าหากบรรดา ปวงชน ทั้งหลาย เกิดไร้เสียซึ่ง ธรรมะ ซะอย่างแล้ว!!! มันคงหนีไม่พ้นต้อง ตายแล้ว-ตายเล่า หรือเป็นได้แค่ ประชาธิป-ตาย ที่มีแต่ต้องรอคอยการปฏิวัติ-รัฐประหาร กันไปเป็นพักๆ หรือจนกว่าจะเจอกับ เผด็จการโดยธรรม ที่พร้อมสร้าง ธรรมะ ก่อนสร้าง ประชาธิปไตย ไม่ได้คิดจะเอาแต่ “ฮึ้มฮึม...ฮึ้มหึ่ม” กันไปเรื่อยๆ อันเป็นอะไรที่แทบไม่ได้ต่างไปจาก นักการเมือง โดยปกติ-ธรรมดาทั่วไป นั่นเอง...

-------------------------------------------------

แต่ทำไงได้...ในเมื่อไม่ว่า เผด็จการ หรือ นักประชาธิปไตย บ้านเรา ส่วนใหญ่ก็ออกจะเหมียน์น์น์กัน คล้ายกันนั่นแหละทั่น แม้ว่ายังถือเป็น โชคดี อยู่บ้าง ที่สิ่งที่เรียกว่า ธรรมะ นั้น ยังคงพอหลงเหลือ สอดแทรก อยู่ในค่านิยม วัฒนธรรม ประเพณีและศาสนา จนอาจพอช่วยถ่วง ช่วยรั้ง ไม่ให้อะไรต่อมิอะไรมันเตลิดเปิดเปิงมากมายเกินไปกว่านี้ ไม่งั้นป่านนี้...ทุกสิ่งทุกอย่างคง เสร็จคุณพี่โทนี่-โทนาฟ ไปนานแล้ว!!! ด้วยเหตุนี้...ถึงแม้ ไม่มีตัว ไม่มี เผด็จการโดยธรรม โผล่ออกมาให้เห็นแบบชัดๆ จะจะ แต่การยืนหยัดยึดมั่นอยู่ใน ธรรมะ ก็ยังน่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสม ไม่ว่าในทางทฤษฎีหรือในทางปฏิบัติก็แล้วแต่...

-----------------------------------------------

ดังนั้น...ในเมื่อโลกทั้งโลกยังต้องเดินไปตามเส้นทางประชาธิปไตย ยังคงต้องเลือกตั้งกันต่อไปเรื่อยๆ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ แม้อะไรต่อมิอะไรมันยังไม่เป็นไปตามความปรารถนา ตามที่พึงประสงค์ ยังคงต้องวนมา-วนไปอีกไม่รู้จะกี่ปี หรือกี่ร้อยปี แต่บรรดาผู้ที่ยังคงยึดมั่นอยู่ใน ธรรม ทั้งหลายนั่นเอง ที่คงหนีไม่พ้นต้องถือเป็นภาระ ต้องคอยประคับประคอง คอยยอมเอาตัวเข้าแลก ยอมเสียสละไปเป็นช่วงๆ พักๆ จนกว่า ประชาชนผู้มีธรรม จะสามารถสรรค์สร้าง ประชาธิปไตยที่เป็นธรรม ขึ้นมาได้ด้วยน้ำมือของตัวเอง ณ วันใด-วันหนึ่ง จนได้...

-------------------------------------------------

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Prabhat Ranjan Sarkar... “ประชาธิปไตยจะประสบผลสำเร็จ หากปัจจัยเหล่านี้ยังมีอยู่ท่ามกลางประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 คือ 1.ความรู้หนังสือ 2.ความตื่นตัวทางสังคม เศรษฐกิจและการเมือง และที่สำคัญที่สุดก็คือ 3.ความมีศีล-มีธรรม มิฉะนั้นแล้ว...ประชาธิปไตยก็เป็นเพียงเครื่องมือในการหลอกลวงประชาชนเท่านั้นเอง...”

----------------------------------------------------