อย่ายอมแพ้หรือจะถอยดีกว่า-ไม่เอาดีกว่า???

ฮื่อ์อ์อ์อ์...ตกลงก็เลยไม่รู้จะฟังเพลงอะไรกันดี!!! เพราะถ้าหันไปทางท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ของหมู่เฮา ก็คงหนีไม่พ้นต้องได้ยินเสียงกระหึ่ม ครวญคราง จากศิลปิน-นักร้อง-นักแสดง อย่างคุณน้อง อ้อม-สุนิสา สุขบุญสังข์ ที่แผดระเบิดแปดหลอด เก้าหลอด ออกมาประมาณว่า...ขอ-อย่า-ยอมม์ม์ม์....แพ้แอ้ๆๆๆๆ อย่าอ่อนแอ...แม้จะแพ้พ่าย หรือเพลง อย่ายอมแพ้ ที่ท่านนายกฯ ท่านอุตส่าห์นำมาเปิดให้ ครม. หรือใครต่อใครหูแตก หูชา กันไปพอสมควรแล้ว...

------------------------------------------------

แต่ถ้าหากลองหันไปสอบถามความคิด ความเห็น...ของตัวศิลปินและนักร้องรายนี้ แบบชนิด ออริจินอล อะไรทำนองนั้น ปรากฏว่า คุณน้อง อ้อม-สุนิสา เธอกลับเสนอแนะ ชี้แนะและชี้นำ ให้ลองหาทางเปิดเพลง ถอยดีกว่า...ไม่อาวว์ว์ว์ดีกว่า

แบบชนิดวนไป-วนมา หรือแบบ วนไปเรื่อยๆ ด้วยสาเหตุ เหตุปัจจัย หรือด้วยวัตถุประสงค์ใดๆ ก็มิอาจทราบได้ แต่ถ้าลองแกะๆ เนื้อร้อง โดยเฉพาะท่อนที่ว่าไว้ว่า...เธอคบนั้น-คนนี้...แล้วยังมีฉันห้อยท้าย...ไม่รู้จะเอายังไง...มันทนไม่ไหว-ไม่ไหว!!! ก่อนที่จะ ถอยดีกว่า...ไม่อาวว์ว์ว์ดีกว่า-เธอเล่นเปลี่ยนใจ 3 ครั้งหลังอาหาร-แล้วใครจะไปทานทนได้ อันนี้...ต้องเรียกว่า คุณน้อง อ้อม ท่านน่าจะลึกซึ้งไม่เบา แม้เป็นแค่ ศิลปิน ไม่ใช่นักการเมือง ทหารการเมือง หรืออดีตนายพล นายทหารใดๆ ก็แล้วแต่...

-----------------------------------------------------

คือเท่าที่ฟังๆ จากบรรดาพวกนักวิเคราะห์การมง การเมือง ประเภทกูรง กูรูและ กูรู้ ทั้งหลาย...บทเพลง ถอยดีกว่า ของคุณน้อง อ้อม-สุนิสา นั้น น่าจะเป็นอะไรที่เหมาะสม สอดคล้อง เข้ากับบรรยากาศได้ดีเอามากๆ สำหรับสัมพันธภาพของนักการเมือง ทหารการเมือง หรืออดีตนายพล อย่าง บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม-และผู้กองธรรมนัส ในช่วงระยะนี้ มากกว่าบทเพลง ขออย่ายอมแพ้ ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า เพราะไม่ว่าจะตัวท่านนายกฯ บิ๊กตู่ หรือใครต่อใครก็แล้วแต่ จะแผดเสียงแปดหลอด สิบหลอด ไม่คิดจะยอมแพ้ หันไปเคลิบเคลิ้มกับบทเพลงเพลงนี้เพียงใดก็ตามที แต่ถ้าลองเจอกับประเภท เธอคบนั้น-คนนี้ แล้วยังมีฉันห้อยท้าย หรือประเภทเปลี่ยนไป-เปลี่ยนมาจน จับทาง แทบไม่ได้ แทบไม่รู้ว่าจะยังพลังประชารัฐ หรือจะเศรษฐกิจไทย กันในตอนไหน จังหวะไหน เมื่อไหร่ และอย่างไร โอกาสที่จะต้อง ถอยดีกว่า-ไม่อาวว์ว์ว์ดีกว่า นั่นแหละ น่าจะเข้าท่าซะยิ่งกว่า...

------------------------------------------------------

พูดง่ายๆ ว่า...สุดท้ายแล้ว แพ้-ไม่แพ้ ยอม-ไม่ยอม เมื่อมาถึงขั้นนี้...มันคงไม่ได้เกี่ยวกับฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น หรือฝ่ายอะไรต่อมิอะไรมากมายซักเท่าไหร่ แต่หนักไปทาง ฝ่ายเดียวกันเอง นั่นแหละเป็นหลัก เผลอๆ อาจเป็นอดีตทหารด้วยกันเอง เป็นพี่-เป็นเชื้อ เป็นพรรคพวก-น้องๆ เป็นบรรดา บริวาร ที่เคยรับใช้ ใกล้ชิด เคยสมัครสมานรักใคร่ เชิดชู บูชา กันมาก่อนนั่นเอง ที่กลับกลายเป็นตัวสร้าง ปัญหา สร้างความยุ่งเหยิง ยุ่งขิง และยุ่งตายห่า จนอาจตกม้าตาย ถูกเสือขบหัวตาย หรือถูกไม้จิ้มฟันแทงเหงือกดันเสือกตาย ก็แล้วแต่จะว่ากันไป...

-------------------------------------------------------

อันนี้นี่แหละ...ที่อาจหยิบเอามาใช้เป็นข้อคิด เป็นอุทาหรณ์สอนใจได้มั่งไม่มาก-ก็น้อย เพราะสำหรับผู้ที่ดำเนินไปตามครรลอง-คลองธรรม หรือผู้ที่มี ธรรม เป็นเป้าหมายนั้น แม้ว่าสิ่งที่เรียกว่า เป้าหมาย จะเป็นตัวกำหนด วิธีการ หรือสิ่งที่เรียกว่า วิธีการ จะเป็นตัวนำไปสู่การบรรลุ เป้าหมาย ก็แล้วแต่ แต่การเลือกมิตร เลือกเพื่อน การคบมิตร คบเพื่อน หรือการผูกโยงใยสายสัมพันธภาพของตนเอาไว้กับใครต่อใครก็ตาม อย่างน้อย...มันคงต้องจำแนก แยกแยะ เอาไว้มั่ง!!! แบบประเภท คบคนพาล-พาลพาไปหาผิด...คบบัณฑิต-บัณฑิตพาไปหาผล อะไรทำนองนั้น คือไม่ใช่แค่ใครสามารถรับใช้ ใกล้ชิด สามารถทำตนเป็น เครื่องมือ-เครื่องใช้ ภายใต้สถานการณ์ต่างๆ ก็พร้อมที่จะรวบหัว รวบหาง พร้อมที่จะ ดูด จากบ่อเกรอะ เอามาทำหน้าที่แบกหาม แบกเสลี่ยง กันเป็นคราวๆ ไป...

-------------------------------------------------------

ส่วนใครที่หมดฤทธิ์ หมดเดช หมดประโยชน์ ฯลฯ...เผลอๆ อาจต้องถูก ถีบทิ้ง ไปตามความผันผวน รวนเร ตามความเป็นไปของกระบวนการทางการเมือง หรือตาม ธรรมชาติการเมือง ที่หาแก่น หาสาระใดๆ แทบไม่ได้ อันเนื่องมาจากโดยส่วนใหญ่ ก็มักหนักไปทาง ตัวกู-ของกู นั่นแหละเป็นสำคัญ ภายใต้ความไม่ได้ยึดมั่นใน ธรรม ไม่ได้เป็นไปตามครรลอง-คลองธรรมนี่เอง ที่ทำให้โอกาสที่จะเกิด สนิมในเนื้อ หรือในตัวตน-ของตน ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นเรือเหล็ก เรือไม้ หรือเรือแป๊ะใดๆ ก็แล้วแต่ อันมีสิทธิ์นำไปสู่จังหวะตกม้าตาย เสือขบหัวตาย หรือไม้จิ้มฟันแทงเหงือกดันเสือกตาย ขึ้นมาเมื่อไหร่ ตอนไหน หรือไม่ อย่างไร ก็ยังไม่แน่!!!

---------------------------------------------------------------

เรื่องของ การเมือง มันจึงเป็นอะไรที่น่าเกลียด น่ากลัว น่าทุเรศ น่าสังเวช จนต้องกลายเป็น เขตสงวน ให้แต่เฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติพิเศษ มนุษย์พันธุ์พิเศษ หรือ สัตว์ประหลาด ประเภทเกล็ดแตกลายงา เขี้ยวยาวเฟื้อยเลื้อยลากดิน มีหาง มีปีก แถมพ่นไฟได้ด้วย อะไรทำนองนั้น การปรับตัว ปรับสภาพ เพื่อให้เข้ากับ การเมือง ให้จงได้ จนบางครั้ง-บางคราว อาจต้องเลิกยึดมั่นในธรรม ต้องเลี้ยวลด คดเคี้ยว ไปตามช่อง ตามจังหวะ ไม่ได้เดินไปตามครรลอง-คลองธรรมอย่างที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ก่อนหน้านั้น สุดท้าย...ก็มักนำไปสู่การ ตกม้าตาย รายแล้ว รายเล่า หรือมาโดยตลอดนั่นแหละ...

---------------------------------------------------------------------

ด้วยเหตุนี้...จะหันไปปลุกจิต ปลุกใจ ปลอบจิต ปลอบใจ แบบ ขอ-อย่า-ยอมแพ้ หรือจะตัดสินใจลา-ละ-สละ-เลิก แบบประเภท ถอยดีกว่า-ไม่อาวว์ว์ว์ดีกว่า อันนั้น...คงขึ้นอยู่กับการ เข้าถึง-เข้าใจ และการตัดสินใจ ของท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านเองนั่นแหละ ส่วนบรรดาเราๆ-ทั่นๆ ทั้งหลาย ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ อำนาจ ใดๆ ด้วยเลย ก็มีแต่ต้องคอยลุ้น คอยติดตามกันไปเป็นระยะๆ โดยอาจหยิบเอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นอุทาหรณ์ สอนใจ เป็นข้อคิดสะกิดใจได้มั่งไม่มาก-ก็น้อย...

-----------------------------------------------------------------

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Cervantes (อีกครั้ง)... “Tell me thy company, I will tell you what thou art. – จงบอกฉันถึงสังคมที่ท่านคบหา แล้วฉันจะบอกได้ว่า...ท่านเป็นคนอย่างไร???”

-----------------------------------------------------------------

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กาละและเทศะ

ฮื่ออ์อ์อ์...ท่าทางจะหนักหนา สาหัส มิใช่น้อย สำหรับการดำเนินงานกิจการของบริษัทจำหน่ายสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกๆ