บทเรียนจากรุ่นสู่รุ่น

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ "คุณหมอกระต่าย" สร้างความตื่นรู้ต่อสวัสดิภาพชีวิตและความปลอดภัยบนท้องถนนของทุกฝ่ายในสังคมไทยอย่างมาก เรียกว่าจากปากต่อปาก แล้วก็ขยายเป็นจากรุ่นสู่รุ่น ในทำนองว่า

..นี่ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นครั้งแรก แต่เราอยากเห็นมันเป็นครั้งสุดท้าย..จะได้ไหม?!?

คำถามนี้คงจะไม่มีคำตอบแน่นอน หากมองจากประสบการณ์ของมนุษย์ป้า ที่เห็นและเจอข่าวแบบนี้มานักต่อนัก พอเกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้นมาทีหนึ่งก็กระตุ้นความสนใจสังคมเหมือนไฟไหม้ฟาง สักพักหนึ่งทุกคนก็ลืม แล้วประวัติศาสตร์ก็ซ้ำรอย

แน่นอน ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก ไม่ว่าเธอและเขาจะขับขี่รถประเภทใดก็ตาม แต่ดูเหมือนความคึกคะนอง ความท้าทาย เอาชนะทุกอารมณ์ จนปล่อยให้ความประมาทเข้ามาครอบครองสติอยู่เหนือการควบคุม ปัญหาจึงเกิดขึ้นนั่นแหละ

ฉะนั้นถ้าจะให้ดีและได้ผล อีกทั้งป้องกันปัญหาอุบัติเหตุอันไม่พึงปรารถนาแล้ว ขอเสนอว่าควรเพิ่มโทษหนักแก่คนที่ขับขี่รถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดในที่ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นโทษจำโทษปรับ จนถึงการยึดใบขับขี่ ห้ามขับขี่รถเป็นระยะเวลา 6 เดือน 1 ปี หรือ 2 ปี ตามน้ำหนักของความผิดลดหลั่นกันไป

มีกรณีตัวอย่างของต่างประเทศอยู่แล้ว ที่เขาจะเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพราะถ้าเขากระทำผิดถูกจับ หมายถึงเขาจะไม่มีโอกาสจับพวงมาลัยรถอีกนานกันเลยทีเดียว

สำหรับคนที่เสนอแนะว่า บรรดาบิ๊กไบค์ทั้งหลายควรจะต้องมีการจัดระเบียบกันเสียทีนะ มนุษย์ป้าขอชูรักแร้ยกมือเห็นด้วยเลยจ้า เพราะขอบอกว่าเจอทุกคืนบนถนนวิภาวดีรังสิตจากดินแดงไปถึงดอนเมืองนะจ๊ะ และสารภาพเลยว่า กลัวมนุษย์บิ๊กไบค์ทั้งหลายมากจนถึงมากที่สุดค่ะ

ไม่ได้กลัวไปชนท้ายนางหรอกนะ แต่กลัวนางชอบทำตัวพอง เชิดหน้าอวดกล้าม อวดเท่จนอาจจะลืมดูพื้นถนนแล้วสะดุดล้มล่ะก็ เกิดรถมนุษย์ป้าตามมาไม่รู้เรื่องรู้ราวพลอยติดร่างแห มานอนแอ้งแม้งใต้ท้องรถล่ะก็ ...หาชิปไม่เจอแน่ๆ เลย..เฮ้อ!!!.   

'ป้าเอง'

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”