ตรุษจีน...วิถีโควิด

เป็นอีกปีที่มองเห็นว่า เทศกาลตรุษจีนต้อง "หลิ่วตาตาม" สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เห็นได้จากตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ และห้างค้าปลีก รวมถึงตลาดสดหลายแห่ง ปรับวิถีการบริการแบบเว้นระยะห่าง ซื้อได้หมด จบในที่เดียว แถมมีการส่งสิ่งที่ต้องการถึงหน้าบ้านกันเลยทีเดียว

อากงอาม่าอาอี๊อาแปะ ถ้าไม่มีสมาร์ทโฟน หรือเปิดแอปต่างๆ ไม่เป็นล่ะก็ เรียกว่าไม่อินเทรนด์ไปกับยุคสมัยนี้แล้วล่ะ เพราะมีขายทุกอย่างไม่ว่าจะหมูเห็ดเป็ดไก่ ที่คนจีนเรียกว่า "ซาแซ" ผลไม้ ขนมเทียน ขนมเข่ง ขนมถ้วยฟู ไปจนถึงกระดาษเงิน กระดาษทอง ธูปเทียน ซองอั่งเปา บางแอปก็มีเครื่องราง แก้ชงปีเสือให้เลือกอีกต่างหาก

ไล่กันไปเลย แม็คโคร, โลตัส, ซีพี เฟรชมาร์ท, เซเว่น-อีเลฟเว่น, บิ๊กซี, กูร์เมต์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต, แม็กซ์แวลู, โกลเด้น เพลซ Dear Tummy ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เดอะมอลล์ ตลาดยิ่งเจริญ และอื่นๆ อีกมากมายแค่ใช้สองนิ้วกดเลือกซื้อก็ได้ดังใจ ส่วนจะตรงปกหรือไม่นั้น อันนี้มนุษย์ป้าก็ไม่รู้ได้ เพราะปกติมีคนอื่นทำหน้าที่ "ช็อป" ของไหว้ตรุษจีน ด้วยการสั่งซื้อจากเจ้าประจำเท่านั้น

วิถีตรุษจีนที่มีโควิด-19 มาเป็นตัวแปรนั้น แน่นอน!!ว่า ส่งผลกระทบต่อตลาดหลักอย่างเยาวราช คลองเตย สามย่าน วงเวียนใหญ่ ตลาดพลู ที่ถือเป็นตลาดยอดนิยมในการจับจ่ายเพื่อเทศกาลวันตรุษจีน อย่างไรก็ตาม มนุษย์ป้ายุคเบบี้บูม ก็ยังคงยึดมั่น ศรัทธา และไว้วางใจกระบวนวิธีการไปเลือกซื้อของด้วยมือของตัวเองมากกว่าที่จะจิ้่มเอาจากหน้าจอ

ดังนั้น ถือว่าเป็นหนทางการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรมก็แล้วกันนะ 

ว่าแล้วก็ให้นึกถึงเรื่องราวที่มีการส่งต่อในโซเชียลก่อนหน้านี้หลายปีแล้วล่ะ เป็นเรื่องราวของลูกชายที่ไม่เข้าใจว่า ทำไมคุณพ่อจะต้องเสียเวลาออกจากบ้านไปถอนเงินที่ธนาคาร ในขณะที่ทุกวันนี้การโอนเงินออนไลน์โดยไม่ต้องเสียค่าบริการนั้น มันง่ายแค่คลิกนิ้วเดียวเท่านั้น

คุณพ่อให้เหตุผลว่า การได้คุยกับพนักงานของธนาคาร ก็เป็นวิถีของมนุษย์ที่ควรจะมีสัมพันธ์ต่อกันและกัน มิเช่นนั้น วันๆ คนแก่คงไม่ต้องได้อ้าปากพูดกับใครนะ

การไปซื้อของในตลาดสดก็เฉกเช่นเดียวกัน จริงไหม?!? เราได้รู้ว่าแม่ค้าสบายดีไหม กิจการค้าขายเป็นอย่างไรบ้าง เสวนากันด้วยเรื่องราคาสินค้าก็ได้ จนถึงการไปทำบุญ ไปเที่ยวที่ไหนต่อที่ไหน

ถึงมีหรือไม่มีโควิดมาเป็นตัวแปร ทุกคนเลือกวิถีที่จะสัมพันธ์กับมือถือ หรือมนุษย์ได้นะจ๊ะ..

"ป้าเอง"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”