เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับ "หมอกระต่าย" จักษุแพทย์คนเก่งเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาแท้ๆ ที่ช่วยกระตุ้นเตือนให้สังคมไทยใส่ใจกับการเคารพกฎจราจร และรู้รักษาดูแลคุณภาพชีวิตของคนเดินเท้าในเมืองหลวง
ว่าไปแล้วไม่ใช่แต่เพียงผู้ขับขี่ยานยนต์เท่านั้น ที่ละเลยต่อวินัยในการใช้รถใช้ถนน แม้กระทั่งคนเดินถนนบางครั้งเองก็ชอบเลือกข้ามถนนตามอำเภอใจ
นอกจากนั้น ก็ยังมีประเด็นขยายต่อยอดว่าด้วยปัญหาคนต้องถูกไล่ไปเดินบนถนน เพราะทางเท้าถูกหาบเร่แผงลอย หรือไม่ก็พ่อค้าแม่ค้าจับจองเป็นพื้นที่ทำมาหากิน
มันคือภาพสะท้อนชีวิตสุ่มเสียงกลางกรุงเทพมหานครที่แสนจะเจ็บปวด
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจาก "หมอกระต่าย" ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เพราะมีเหตุการณ์ซ้ำซากแบบนี้นับครั้งไม่ถ้วน เอาเป็นว่า ตั้งแต่มนุษย์ป้ารู้จักทางม้าลายก็แล้วกัน
แต่เพราะวันนี้โซเชียลมีเดียทำให้ข้อมูลข่าวสารถูกแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วแค่คลิกนิ้วเดียว ประเด็นนี้เลยฮอตฮิตติด #อย่าให้หมอกระต่ายต้องตายฟรี!! เพียงชั่วเวลาไม่ทันข้ามคืน
ก็ได้แต่หวังว่า จะช่วยเรียกคืนจิตสำนึกของทุกผู้ทุกนาม ทั้งคนขับรถยนต์และคนเดินถนนว่าช่วยให้เกียรติ และเคารพกติกามารยาทสาระสำคัญของทางม้าลายกันบ้าง ไม่ใช่ใช้วิถี..ทำตามอำเภอใจคือไทยแท้!!
บอกตามตรงว่า มนุษย์ป้าใจหายใจคว่ำมาบ่อยแล้วกับคนข้ามถนนตามสี่แยกไฟแดง โดยไม่สนใจเลยว่า มันไฟเขียวบอกให้รถวิ่งได้ ในขณะเดียวกัน ก็มีประสบการณ์ไม่น้อยกับการเป็นผู้เดินถนน และต้องงกๆ เงิ่นๆ เดาใจคนขับรถว่าจะยอมหยุดให้ไหมเวลาจะข้ามทางม้าลาย
มีน้ำใจไมตรีต่อกันในการใช้รถใช้ถนน โศกนาฏกรรมจะได้ไม่เกิดขึ้นนะคะ เพราะคงไม่มีใครอยากจะเจ็บตัว หรือแม้แต่อยากจะเป็นผู้กระทำผิดส่งผลกระทบทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแน่นอนค่ะ.
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


