อย่าถือว่า'การแก่ชรา'เป็น'ความเจ็บป่วย'

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งต่อกันมา มนุษย์ป้าเห็นว่าน่าใส่ใจ เพื่อให้มุมมองใหม่ และคนอายุเหลือน้อยอย่างเราๆ จะได้คิดใหม่ทำใหม่ด้วยนะคะ...

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปักกิ่งได้ให้ประโยค 5 ประโยคกับผู้สูงอายุคือ : "โรค" หลายชนิดไม่ใช่โรค แต่เป็นการแก่ชราตามปกติ

1.คุณไม่ได้ป่วย คุณแก่แล้ว

2."โรค" หลายชนิดที่คุณคิด เป็นสัญญาณที่บอกว่าร่างกายกำลังแก่ชรา

1) "ความจำเสื่อม" ไม่ใช่โรคอัลไซเมอร์ แต่เป็นกลไกป้องกันตัวเองของสมองผู้สูงอายุ อย่ารีบร้อนทำให้ตัวเองตกใจ นี่คือการที่สมองแก่ชรา ไม่ใช่โรค หากคุณลืมว่าวางกุญแจไว้ที่ไหน แต่คุณหาเจอเองได้ นั่นไม่ใช่โรคสมองเสื่อม

2) "เดินช้า ขาและเท้าไม่มั่นคง" ไม่ใช่อัมพาต แต่เป็นการเสื่อมของกล้ามเนื้อ วิธีแก้ไขไม่ใช่การกินยา แต่คือการเคลื่อนไหว

3) "นอนไม่หลับ" ไม่ใช่โรคนอนไม่หลับ คือสมองกำลังปรับจังหวะ การเปลี่ยนแปลง "โครงสร้างการนอนหลับ" อย่ากินยานอนหลับอย่างไม่เลือกหน้า การพึ่งพายานอนหลับและยาอื่นๆ เป็นเวลานานจะทำให้มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม ความจำเสื่อม ฯลฯ “ยานอนหลับ” ที่ดีที่สุดสำหรับผู้สูงอายุคือ การได้รับแสงแดดมากขึ้นในระหว่างวันอย่างสม่ำเสมอ

4) “อาการปวดตามตัว” ไม่ใช่โรคไขข้อ แต่เป็นปฏิกิริยาที่ปกติของการเสื่อมของเส้นประสาท ผู้สูงอายุหลายคนบอกว่า “แขนขาปวดไปหมด เป็นโรคไขข้อหรือกระดูกพรุน”

กระดูกพรุนและบางลงได้ แต่ “อาการปวดตามตัว" 99% ไม่ใช่โรค คือเนื่องจากการสื่อสัญญาณของเส้นประสาทช้าลง ทำให้อาการปวดถูกขยายมากขึ้น เรียกว่า “อาการไวต่อความรู้สึกของเส้นประสาทส่วนกลาง” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ยาแก้ปวดไม่ใช่ทางแก้ การออกกำลังกายและกายภาพบำบัดเป็นวิธีการปรับสภาพร่างกาย  

5) “การตรวจร่างกาย เจอผิดปกติ” ก็ไม่ใช่โรคเสมอไป คือมาตรฐานดัชนีสำหรับผู้สูงวัยยังไม่ได้รับการปรับแก้ องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า ดัชนีมาตรฐานจากการตรวจร่างกายสำหรับผู้สูงอายุแล้ว ควรผ่อนปรนกับตัวเลขบ้าง เช่น คอเลสเตอรอล ผู้สูงอายุจะมีคอเลสเตอรอลสูงกว่าเล็กน้อย แต่มีอายุยืนยาวกว่า เนื่องจากคอเลสเตอรอลเป็นวัตถุดิบในการสังเคราะห์ฮอร์โมนและเยื่อหุ้มเซลล์ หากระดับคอเลสเตอรอลต่ำเกินไปก็อาจลดภูมิคุ้มกันได้ง่าย

อย่าถือว่า “การแก่ชรา” เป็น “ความเจ็บป่วย”

การแก่ชราไม่ใช่โรค แต่เป็นทางที่ผ่านของทุกคน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”