อย่าหมดใจ..กับการทำบุญ

ในพระพุทธศาสนา การทำบุญมีความหมายกว้างกว่าการแค่ทำทานหรือบริจาคสิ่งของ

การทำบุญตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าหมายถึงการกระทำความดีทุกชนิด ที่ส่งผลให้จิตใจสะอาด ผ่องใส และนำมาซึ่งความสุข

การทำบุญไม่ได้จำกัดอยู่แค่การให้ทาน (ทานมัย) แต่ยังรวมถึงการรักษาศีล (ศีลมัย) และการเจริญภาวนา (ภาวนามัย) ด้วย

แต่ก็อย่างว่านะ..ข่าวคราวเรื่องอื้อฉาวของ "พระสงฆ์" ผู้เผยแผ่พุทธศาสนา ในห้วงเวลานี้ เรียกว่า กระทบความรู้สึกของผู้คนในสังคมไทยอยู่ไม่น้อย บางคนอาจถึงขั้นตั้งคำถามว่า... ควรจะ

ทำบุญกับวัดต่างๆ หรือไม่

มนุษย์ป้าก็อยากจะบอกตามความรู้สึกว่า ทำอะไรก็ตามที่ส่งผลให้จิตใจเราผ่องใส มีความสุข ทำไปเถิดค่ะ ไม่ว่าจะวัดเล็กวัดน้อย วัดชื่อดัง เรียกว่าเมื่อกิจสำเร็จแล้ว เราก็จะได้อานิสงส์ของการทำบุญ ส่วนหลังจากนั้น อะไรจะเกิด หวือหวา ฉาวโฉ่ นับว่าเป็นเรื่องอดีตไปแล้ว และคนที่หากินกับความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ก็จะรับผลแห่งกรรมที่กระทำการชั่วร้ายนั่นแหละ

ฉะนั้น เราไม่ควรถอดใจกับการทำความดี ไม่ว่าจะด้วยการให้ทาน การรักษาศีล และการเจริญภาวนา ก็ตาม เพราะโลกแห่งความเป็นจริง ย่อมปะปนไปด้วยคนดีและไม่ดี พระสงฆ์ก็ยังคงเป็นปุถุชนเฉกเช่นเรา เพียงแต่ถือศีลเยอะกว่าคนปกติเท่านั้น

ตัวอย่างที่เกจิอาจารย์และพระสงฆ์ทั้งหลาย เจริญรอยตามองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็มีให้เห็นมากมาย ล่าสุด มนุษย์ป้าก็ได้มีโอกาสไปร่วมในงานทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ โดยเกจิอาจารย์จากจังหวัดต่างๆ 15 รูป มาเป็นองค์ประธานในครั้งนี้ ทำให้ระดมทุนได้มากถึง 17,734,559.13 บาท เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา

สรุปว่า โลกใบนี้ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ ทุกอย่างคือธรรมชาติ มีทั้งสิ่งดีและสิ่งไม่ดี หากไม่มีคนเลวมาเปรียบเทียบกับคนดี เราก็อาจจะคิดเองเออเองได้ไหมว่า เรานั้นแหละดีที่หนึ่งแล้ว แม้แต่คนนุ่งห่มเป็นพระ ก็คือคนธรรมดา ที่มีธรรมชาติของจริตเหมือนๆ กับเรา สิ่งสำคัญคือ เราต้องรู้จักใช้สติ และปัญญา เพื่อจะได้ทำดีได้ถูกทิศถูกทางนะคะ แบบไม่ใช่แห่ตามกันโดยไม่ลืมหูลืมตา. 

"ป้าเอง"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”