
เมื่อช่วงสัปดาห์-สองสัปดาห์ที่แล้ว...มีข่าวต่างประเทศชิ้นเล็กๆ อยู่ข่าวหนึ่ง ที่ทำให้คนแก่-คนชราอย่าง อันตัวข้าพเจ้าเอง อดที่จะปลาบปลื้ม ยินดี ขึ้นมามิได้ นั่นก็คือข่าวเรื่องบทเพลงรุ่นเก่า รุ่นโบราณ Pretty Little Baby ของ Connie Francis นักร้องหญิงยุคปี ค.ศ.1962 โน่นเลย ได้กลับมาฮอตฮิต ติดชาร์ต ดังสนั่น ดังระเบิด ทำสถิติจากช่วงเดือนเมษา.ที่ผ่านมา มีผู้แห่เข้าไปรับฟังประมาณ 17,000 รายต่อสัปดาห์ แต่พออีก 4 สัปดาห์ต่อมา คนฟังก็แห่เข้าไปฟังอีกถึงประมาณ 2.4 ล้านราย หรือเพิ่มพรวดๆ พราดๆ 7,000 เปอร์เซ็นต์เอาเลยถึงขั้นนั้น กลายเป็น เพลงเก่า ที่หวนกลับมาติดอันดับ Spotify Daily Top Song หรือติดอันดับเพลงยอดนิยม Billboard Hot 100 ในรอบ 63 ปีที่ผ่านมา เอาเลยก็ว่าได้...
ส่วนเหตุที่ต้องปลาบปลื้ม ยินดี ก็คงเพราะต้องสารภาพตรงๆ ว่าครั้งหนึ่งตัวข้าพเจ้าเองถึงกับต้องเคย วิ่งหนี ออกมาจากร้านเช่าวิดีโอแห่งหนึ่ง เพราะไม่อาจกล้ำกลืน ฝืนทน กับเสียงโหยหวน ครวญคราง ที่ดังมาจากบทเพลงของ คนรุ่นใหม่ ซึ่งเจ้าของร้านท่านหยิบมากล่อมเกลาใครต่อใคร คือแทบนึกไม่ถึง แทบไม่น่าเชื่อ ว่าอะไรมันจะเจ็บปวด รวดร้าว ต่อความ เจ็บนิ้วหัวแม่โป้ง ไปได้ถึงปานนั้น ทั้งกรีด ทั้งร้อง แบบไม่ได้มีจังหวะ จะโคน ไม่สนใจจุดลงตัวในการผสมผสานเสียงสูง-เสียงต่ำ ไม่มีฉันทลักษณ์ ไม่มีสัมผ่ง-สัมผัส อะไรทั้งนั้น จนทำให้การดูหนัง-ฟังเพลง อันเป็นสิ่งที่เคยชอบๆ มาโดยตลอด เลยต้องถูกจำกัดมาตรฐานเอาไว้ว่าจะดูได้-ฟังได้ ก็แต่เฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนปี ค.ศ.2000 แต่เพียงเท่านั้น นอกนั้นเลิกดู-เลิกฟัง หรือเลิกคิดจะสนใจใดๆ ต่อไปอีกแล้ว...
คือจะว่าเป็นแค่เรื่องของ รสนิยม ก็คงไม่ถึงกับถูกต้องกันซักเท่าไหร่นัก เพราะโดยความเป็น-มาของสิ่งที่เรียกว่า บทเพลง นั้น มันน่าจะมีที่มาจาก สุ้มเสียงแห่งธรรมชาติ นั่นแหละเป็นหลัก ไม่ว่าเสียงลมพัด ใบไม้ไหว น้ำในห้วย ในลำธารรินไหล ฝนตก ฟ้าร้อง หรือกระทั่งยกระดับไปถึง เสียงหินงอก ของพวก เซน เอาเลยก็ยังได้ ที่ถูกสอด ถูกแทรก อยู่ในบทเพลงคลาสสิก บางช่วง บางเพลง ก็แล้วแต่จะว่ากันไป หรือมันมักต้องมี องค์ประกอบทางธรรมชาติ เป็นพื้นฐาน มันเลยทำให้บรรดา เพลงพื้นเมือง หรือที่เรียกๆ ว่า Folk ทั้งหลาย ไม่ว่าชาติไหน ภาษาไหน หรือจะอุบัติขึ้นมา ณ ซีกโลกใดๆ ต่างก็ฟังคล้ายๆ ไปด้วยกันทั้งนั้น...
แม้ว่าโดย สภาพแวดล้อม ในยุคต่อๆ มา มันจะเกิด ความเปลี่ยนแปลง ไปในลักษณะใดๆ ก็ตาม เกิดเมือง เกิดรัฐ เกิดมหานคร ซูเปอร์มหานคร ฯลฯ หรือเกิดการ เหินห่างจากธรรมชาติ ยิ่งขึ้นไปตามลำดับ แต่ไม่ว่าจะยุคไหน สมัยไหน บทเพลงต่างๆ มันก็มิอาจ ละทิ้ง องค์ประกอบพื้นฐานแห่งธรรมชาติลงไปได้โดยสิ้นเชิง ยังคงต้องพัวพันอยู่กับสายลม แสงแดด ท้องฟ้า เมฆหมอก พระอาทิตย์ พระจันทร์ สายน้ำ สายฝน ฯลฯ หรืออะไรต่อมิอะไรทำนองนี้ไม่ว่ามากหรือน้อย แม้จะไปไกลถึงยุค เอลวิส ยุค ฮาร์ดร็อก เฮฟวีร็อก ฯลฯ ก็เถอะ เพราะการละทิ้งสิ่งเหล่านี้ลงไปเท่าไหร่ ก็คงแทบไม่ต่างไปจาก การละทิ้งความเป็นมนุษย์ อันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้อง ผูกพัน อยู่กับ ธรรมชาติ อย่างมิอาจแยกออกจากกันได้เลย...
แต่เมื่อเข้าสู่ยุคคนรุ่นใหม่ล่าสุด...ประเภทเจนเอ็กซ์ เจนวาย หรือเจนแซด ฯลฯ ทั้งหลาย จะด้วยเหตุเพราะเพื่อตอบสนองต่อความแปลก ความใหม่ หรือเพราะสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป หรือจะด้วยอะไรต่อมิอะไรก็ตามที การ ละทิ้ง องค์ประกอบพื้นฐานแห่งธรรมชาติลงไปโดยเบ็ดเสร็จ โดยสิ้นเชิง แล้วหันไปยึดเอา ตัวกู-ของกู เป็นที่ตั้งในทุกๆ เรื่อง ทุกๆ กรณี จนทำให้ความเจ็บ ความปวด จากอาการหัวนิ้วแม่โป้งอักเสบ ถูกแปลงสภาพให้กลายไปเป็น บทเพลง ไปจนได้!!! มันเลยทำให้คนแก่-คนชรา อย่าง อันตัวข้าพเจ้าเอง ถึงขั้นต้อง วิ่งหนี ไม่ว่าถูกบังคับให้ฟังขณะอยู่ในร้านเช่าวิดีโอ หรือในรถแท็กซี่ ฯลฯ ก็ตามแต่...
ด้วยเหตุนี้...การที่ใครต่อใครเริ่มหวนกลับไปฟังบทเพลงเก่าๆ จะเป็นเพราะความแปลก แหวกแนว เป็นแค่ชั่วครั้ง ชั่วคราว หรือเป็นเพราะเหตุผลกลใดก็ตามที แต่ยังเป็นอะไรที่น่าปลาบปลื้ม ยินดี อยู่อีกนั่นแหละ เพราะอย่างน้อยก็อาจพอช่วยให้บรรดาผู้คนเหล่านี้ เกิดการย้อนกลับไปเกี่ยวโยง ผูกพัน กับสิ่งที่เรียกว่า ธรรมชาติ ได้มั่ง และอันที่จริงก็ไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่องบทเพลง เสียงเพลง เท่านั้น ไม่ว่าจะเรื่องการบ้าน-การเมือง การสังคมใดๆ ก็แล้วแต่ ถ้าบรรดาผู้ที่เรียกตัวเองว่า คนรุ่นใหม่ ทั้งหลาย มุ่งที่จะก้าวไปสู่อนาคต ด้วยการ ละทิ้ง สายใยต่างๆ ที่เคยผูกพัน มนุษย์ กับ ธรรมชาติ มาตั้งแต่อ้อน แต่ออก เพื่อแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง หรือความเป็น คนรุ่นใหม่ อย่างไม่ได้คิดหน้า-คิดหลัง ไม่ได้คิดถึงความเป็นมาในอดีตเอาเลยแม้แต่น้อย นั่นก็คงไม่ต่างอะไรไปจากการมุ่งที่จะก้าวหน้า-ก้าวไกล ด้วยการ ละทิ้งความเป็นมนุษย์ ลงไป ยิ่งๆ ขึ้นไปเท่านั้นเอง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ด่าไป ช้อปไป
วันนี้ขอพักเปิดซองอีกสักวัน จดหมายจากผู้อ่านยังมีรออยู่อีกหลายซอง ไม่ได้หายไปไหน พอดีเรื่องกะเพราแก้วจุรีของบริษัทซีพีแรมที่ผมเคยเขียนถึงไปแล้ว ดูท่าจะยังไม่จบง่ายๆ
อุทาหรณ์สอนใจจาก'จลาจลฝรั่งเศส'
เมื่อช่วงปีที่แล้ว...รองประธานาธิบดีอเมริกา นาย JD Vance ซึ่งยังคงหนุ่มๆ แน่นๆ และออกจะเป็นประเภท ปากแจ๋ว อยู่พอสมควร ถึงกับโดดขึ้นธรรมาสน์ เทศนา
สแกน 'โฆษก' ชายแดนใต้
การแต่งตั้ง “นายพัน” ตำแหน่ง รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ลงมาถึง สารวัตร (สว.) วาระประจำปี 2569 แม้ตามกฎ ตามระเบียบ ต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 พ.ย. 2569 เพื่อให้คำสั่งมีผลพร้อมกันวันที่ 7 ธ.ค. 2569
อุเทนถวาย…ตอบยากจริงๆ
เรื่องย้ายอุเทนถวายออกจากพื้นที่เดิมตรงถนนพญาไท ดูท่าจะไม่จบกันง่ายๆ
เบื่อหน้าเดิม…จะให้ใครออกสื่อ?
ผมมีความคิดพิเรนทร์อยู่อย่างหนึ่งครับ ถ้าวันไหนคนดูโทรทัศน์เบื่อหน้านักวิเคราะห์การเมืองขึ้นมาจริงๆ เราจะทำอย่างไรกันดี
นายกฯ ในดวงใจ?
ถ้ามีใครมาถามว่า นายกรัฐมนตรีคนไหนอยู่ในดวงใจของเสมอต้น ผมคงต้องขอเวลาคิดสักหน่อยครับ

