วันแม่..ในประเทศอาเซียน

อีก 3 วันก็จะเป็นวันแม่ของบ้านเรา ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังไม่สงบราบเรียบร้อย ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า แล้วคนเขมรเขามีวันแม่ เหมือนบ้านเราหรือเปล่าหนอ?!?

 ค้นเข้าไปหาข้อมูล จึงทำให้รู้ว่า "วันแม่แห่งชาติ" ของประเทศในอาเซียนนั้น แตกต่างกันไป

เริ่มกันที่วันแม่แห่งชาติของประเทศไทยเราก่อน โดยแต่เดิมสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้มีการกำหนดให้จัดงานวันแม่ในวันที่ 15 เมษายนของทุกปี เป็นอย่างนี้เรื่อยมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2493

จนกระทั่งในปี พ.ศ.2519 ได้เปลี่ยนกำหนดวันแม่แห่งชาติเป็นวันที่ 12 สิงหาคม  เพื่อให้ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมกับได้กำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้สัญลักษณ์แทนวันแม่ เนื่องจากเป็นดอกไม้สีขาวและมีกลิ่นหอม  เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกนั่นเอง

ส่วนวันแม่แห่งชาติของประเทศในอาเซียน แต่ละประเทศก็มีกำหนดวันสำคัญซึ่งถือให้เป็นวันยกย่องเทิดทูนเพศหญิงซึ่งเป็นเพศแม่นั้น ส่วนใหญ่ก็จะยึดถือตามสากลที่เรียกว่า Mother's Day ที่ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมทุกปี ซึ่งก็ได้แก่ พม่า มาเลเซีย สิงคโปร์  ฟิลิปปินส์ บรูไน และกัมพูชา นอกจากนั้นก็จะมีอีก 2 ประเทศคือ ลาว และเวียดนาม ที่จะยึดเอาวันสตรีสากล วันที่ 8 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันเทิดทูนเพศแม่ ส่วนอินโดนีเซียกำหนดให้ วันที่ 22 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันแม่

สรุปได้ว่า เพศแม่เป็นเพศที่ทุกประเทศทั่วโลกต่างให้เกียรติ ในขณะที่กิจกรรมวันแม่นั้นก็แตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ

สำหรับบ้านเมืองที่ยังไม่สงบดีนั้น ก็หวังว่า ลูกๆ จะเข้าไปกราบตักแม่ หรือกอดให้อบอุ่นใจ พร้อมกับให้กำลังใจกันและกัน รวมทั้งลูกๆ ชุดทหารบริเวณชายแดน แม่ทุกคนในชาติพร้อมส่งกำลังใจให้อยู่ดีปลอดภัยนะคะ.

"ป้าเอง" 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“Kevin Protocol”

ชื่อของเขาคือเควิน อายุสิบเจ็ดปี ทำงานอยู่ที่ช่องไดรฟ์ทรูของแมคโดนัลด์บนถนนรูท 9 งานค่าแรงขั้นต่ำ รับออร์เดอร์ ส่งถุงอาหาร เช็ดเคาน์เตอร์ในช่วงที่ลูกค้าบางตา

หมวก..มีความหมายมากกว่าที่คุณคิด

หมวกเป็นของใช้ธรรมดาที่หลายคนมีติดบ้าน บางใบถูกแขวนไว้เฉยๆ บางใบใส่เวลาแดดแรง หรือวันที่ไม่อยากจัดทรงผม บางใบก็เอาไว้ใส่อวดโฉมเช็กอินตามสถานที่ต่างๆ ให้ดูชิกๆ โดยเฉพาะในวันที่อายุมากขึ้น เส้นผมก็มักจะบางลงไปตามกาลเวลา

กูรู้!!ที่กลายเป็นกูรู?!?

โลกโซเชียลเหมือนเวทีเปิดกว้างสุดๆ ที่ใครมีสมาร์ทโฟนดีๆ กล้องสวยๆ แล้วพูดเก่งหน่อย ก็กลายเป็น "กูรู" ได้ในช่วงข้ามคืนก็มี

ห่วง..หวงประเทศไทย

ยิ่งใกล้วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ไม่เพียงสนามการเมืองเรื่องหาเสียงจะเข้มข้น ดุเดือด คึกคักมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัวเท่านั้น แม้แต่ในโลกสังคมโซเชียลก็มีการแชร์การโพสต์และการคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันอุตลุด

สังคมเร่งรีบทำให้คนเห็นแก่ตัว!?!

นานๆ ที..ที่จะเดินเข้าห้างกลางใจเมืองย่านสยามสแควร์ ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่ของสถานที่ ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนวัยเกษียณ แต่ที่รู้สึกมากกว่า คือ แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ ทำไมไม่ใส่ใจที่จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนที่่อ่อนแอ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก