
กินขี้หมาดีกว่าค้าความ..
ภาษิตจีนโบราณนี้ เห็นจะไม่มีใครใคร่สนใจ หรือตระหนักใช้เป็นหลักคิด ไม่ว่าจะวงการ-สังคมไหนๆ?
อย่างสังคมการเมืองก็เห็นข่าวฟ้องร้องกันแทบจะทุกเมื่อเชื่อวัน เช่นกันกับวงการบันเทิงที่เอะอะนิด-เอะอะหน่อยก็คิดจะค้าความ ไม่ยอมกินขี้หมา
ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ก็คู่ของคุณอาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม กับหมออั้ม-อิราวัต อารีกิจ หลังจากเปิดศึกผ่านโซเชียล โดยฝ่ายหลังโพสต์แฉทำนอง..
พระเอกกล้ามโตเนรคุณผู้มีบุญคุณพาเข้าวงการบันเทิง และฝ่ายคุณอาร์ตก็รับเอาไว้ว่าหมายถึงตนเอง จึงได้สวนกลับดุเดือดเลือดพล่าน..
แต่หมออั้มก็เฉไฉไม่รู้ว่าหมายถึงใคร เพราะฟังเขามาอีกที!
ซึ่งในฐานะคนแวดวงเดียวกัน แม้คุณอั้มจะมีอาชีพเป็นหมอ แต่ห้วงเวลาหนึ่งก็ได้เข้าไปเป็นนักร้องของค่ายเพลงดัง ก็คิดว่าน่าจะฟาดฟัน-ตอบโต้กันพอหอมปากหอมคอ
ที่ไหนได้ ฝ่ายที่เปิดเกมขึ้นมาก่อนคือหมออั้ม รับไม่ได้-ทนไม่ไหวกับบางถ้อยคำของคุณอาร์ต-หมูกรอบ จึงได้ไปขอพึ่งอำนาจศาลในฐานะโจทก์ผู้เสียหาย!
และ..วานซืน คุณอาร์ตก็นำหมายศาลมาโชว์ผ่านอินสตาแกรมพร้อมข้อความ.. ดีใจที่วันนี้หมายศาลมาถึงสักที
“Day 79 กว่าจะมารอตั้งนาน ดีใจสุดๆ วันนี้หมายศาลมาแล้วนะครับ เย้ๆๆๆๆ จะได้รู้สักที ว่าอะไรคืออะไร อุ้ยยหนาเชียว 555
แต่ผมไม่ได้กลัวแม้แต่นิดเดียว เพราะผมมั่นใจว่าผมใช้สิทธิถูกพาดพิง และผมได้รับความเสียหาย
การแซะถึงแม้จะไม่ระบุชื่อ ที่ทำให้คนจำนวนมากในสังคมเข้าใจว่าเป็นใครไม่ได้นอกจากอาร์ต พศุตม์ พอเจอคนจริง สู้มือ
ก็ออกลูกไม่ได้พูดถึงผม แต่ยอมรับว่าคนเล่าคือพี่คนนั้น ที่เพิ่งจะมายืมเงิน และตัดพ้อผมและครอบครัวพอดี มันพอเหมาะพอเจาะเกินไปครับ
ผมยังยืนยันว่าไม่เคยไปใส่ร้ายเรื่องวิชาชีพใคร การตั้งคำถามว่าหมอท่านนั้นมีใบประกอบวิชาชีพไหม มันผิดกฎหมายตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ? รอคำตัดสินจากศาลครับ”
ครับ..กินขี้หมาดีกว่าค้าความ คงไม่ได้หมายว่าควรเลี่ยงเข้าไปเป็นจำเลย แต่ได้รวมไปถึงฝ่ายที่เป็นโจทก์ก็ควรเลี่ยงด้วย เพราะจะรู้ได้อย่างไร..
ว่าเป็น “ฝ่ายโจทก์” แล้ว จะเป็นผู้ชนะไปเสียทุกคดีความ!
ก็ดูกันไป..สุดท้ายแล้วหมออั้มจะเอาใครมายืนยันว่าเป็น “พระเอกกล้ามโตจอมเนรคุณผู้มีพระคุณ” ตามที่ตัวเองเปิดประเด็นขึ้นมา
ผมน่ะ พยายามสอดส่ายสายตาหาไปทั่ววงการ พระเอกกล้ามโตแทบจะไม่มีหลงเหลือแล้ว ที่เห็นก็มีแต่ไม่สูงชะลูด ตูดปอด ก็สะโอดสะอง ไม่รู้จะเป็นพระหรือเป็นนาง?
หันไปทางการเมือง สดๆ ร้อนๆ ล่าสุดคุณภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี นอกจากจะแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวขณะให้สัมภาษณ์
กรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดจนขาขาดอีก 1 นายแล้ว ยังเฉี่ยวไปถึง.. “มีนักวิจารณ์การเมืองบางคนไปพูดว่าให้ตัดขาผม จะได้รู้ว่าหัวอกเป็นอย่างไร ทั้งหมดนี้ผมจะฟ้องหมด
ผมนี่เป็นคนที่ไม่คิดจะฟ้องใคร แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องทำให้ประจักษ์ อย่างที่ผมเคยทำในอดีต ผมเคยถูกโจมตี จนกระทั่งสนธิแพ้ผมในชั้นศาลฎีกา อันนี้เคยมาแล้ว ขอโทษมาแล้ว
เรื่องนี้เหมือนกัน อย่าพูดอะไรพล่อยๆ อย่าพูดอะไรทำให้เกิดความแตกแยก อย่าพูดอะไรที่ทำร้ายคนอื่น อยากให้สื่อช่วยด้วยในสิ่งที่ผมพูดไป..
..อันนี้เป็นสิ่งที่อยู่ในใจผม กำลังจะให้ทนายผมดำเนินการฟ้องทั้งหมดที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริง ซึ่งข้อมูลและสิ่งที่ผมให้สัมภาษณ์ทั้งหมดเก็บไว้หมดแล้ว”
นี่..จะฟ้องก็ฟ้องไปเถอะตามสิทธิ์ แต่ที่ว่า.. “เดี๋ยวนี้สื่อมีมากมาย ทั้งสื่ออิสระและสื่อหลัก มีความพยายามปั่นข่าวให้เกิดความไม่สบายใจขึ้น จึงอยากขอร้องทุกคนให้ช่วยกัน
อย่างสื่อสาธารณะ สื่อหลัก ขอให้ช่วยกันทำความเข้าใจ จะช่วยได้มาก” น่ะ
ดูเหมือนคุณภูมิธรรมจะอ่านข่าวแค่ไม่เกิน 8 บรรทัด ถึงไม่ได้รู้ว่าสื่อสาธารณะ สื่อหลักได้ช่วยกันตะบี้ตะบันทำความเข้าใจกับสังคม-ประชาชนอย่างตรงไปตรงมา
รัฐบาลตะหากที่มีลับลมคมใน พยายามปั่นข่าวให้เกิดความไม่สบายใจ โดยเฉพาะตัวคุณภูมิธรรมเอง ที่พูดแต่ละเรื่อง ชาวบ้านได้แต่ส่ายหน้าระอาใจ!
รัฐบาลที่ขาดความเชื่อถือ-ไว้วางใจจากประชาชน จะทนอยู่ทู่ซี้ไปเพื่ออะไร..
ไม่ยุบสภาก็ลาออกเหอะ..ขอร้อง!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แว่วยินหมอดูทัก!
จะว่าเกิดไม่ทันก็คงไม่ใช่.. ผมหมายถึง นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ “ติ๊งต่าง” เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มแม่ยกพรรคประชาธิปัตย์น่ะ!
สุดแท้แต่กรรมเวร!
เดี๋ยวนะ.. คิดดีๆ อีกที..เงินตั้ง 1,300 ล้านบาทเชียวนา ที่ ครม.มีมติอนุมัติให้ กสทช.ดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 น่ะ!
นึกว่า.. ‘คนจริง’!
“ไปจำศีลมา 8 เดือน”! นี่..ตีความได้ว่า จากนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ก็จะละศีล พร้อมที่จะออกมาลุยในยุทธจักรการเมืองอีกต่อไปสินะ และที่บอกกับนักข่าว.. “ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว” นั้น..
แสบยิ่งกว่าซีม่า
ไม่ใช่แผนเปิดประเด็นสร้างกระแส! แต่..เป็นความจริงที่ทำให้เกิดการถกเถียง-วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง กรณี สส.พรรคประชาชน คุณไอซ์-รักชนก ศรีนอก โพสต์เมื่อวันก่อน..
ระวัง.. ‘หมาหัวเน่า’!
เนี่ย..เพิ่งจะได้เข้าใจ! ว่า.. “กองทุนสวัสดิการของอดีต สส.และ สว.” เป็นกองทุนที่สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้พิจารณากฎหมายและออกระเบียบกันเอง
ชาวพะงัน..อย่ารำคาญ
ปัจจุบันไม่มีตำแหน่งแห่งหน.. แต่..คุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช..

