
มนุษย์ป้ามีโอกาสกลับไปเยี่ยมเยือน "น้ำตกเอราวัณ" ภายในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ..อีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ไม่ได้ไปเหยียบมามากกว่า 3 ทศวรรษ
เรียกว่าถนนหนทาง และการบริการสะดวกกว่าเดิมมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเก็บค่าผ่านเข้าไปในอุทยานฯ เขาไม่ใช้กระดาษหรือตั๋วใบเสร็จเล็กๆอีกแล้ว แต่ใช้คิวอาร์โค้ด เป็นการยืนยันว่าผ่านการชำระเงินเรียบร้อย ซึ่งต้องบอกว่า เราไปกัน 5 คน ทางอุทยานฯ ได้เงินจากเราไปแค่ 2 คน หรือจำนวน 120 บาทเท่านั้น ด้วยวัยเกษียณ 60 อัป ..เข้าฟรีจ้า
เส้นทางที่เดินไปชมน้ำตกมีการปูซีเมนต์ให้เดินง่าย ถือว่าสะอาดสะอ้านและรู้สึกอิ่มเอิบกับบรรยากาศที่ร่มรื่น เห็นแมลงปอ และผีเสื้อบินกันสนุกสนาน ซึ่งสะท้อนบอกว่า ธรรมชาติที่นี่ยังคงบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่ได้ถูกมลภาวะอากาศและฝีมือมนุษย์ทำร้ายจนเกินพอดี
สิ่งที่น่าสนใจเห็นจะเป็น ภาพนักท่องเที่่ยวที่มากันเป็นครอบครัว เป็นกลุ่มเป็นก้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝรั่งมังค่า ที่มุ่งหน้าอยากลงไปเล่นน้ำตกกันอย่างคึกคัก ซึ่งทางอุทยานฯ ก็ให้บริการสำหรับคนกลุ่มที่รักการเล่นน้ำอย่างดี ด้วยการกำหนดกติกาให้ทุกคนต้องใส่เสื้อชูชีพ พร้อมกับกำหนดเวลาให้เล่นน้ำ 2 ชั่วโมงต่อคนเท่านั้น
เห็นภาพสนุกสนานของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศในสระน้ำตกที่เอราวัณก็ให้รู้สึกสบายใจว่า ประเทศไทยยังคงขายได้ ด้วยต้นทุนทางธรรมชาติที่เอื้ออำนวยให้ ดังนั้น ที่เหลืออยู่คือหน้าที่ของเจ้าของพื้นที่ที่จะต้องช่วยกันดูแลรักษาธรรมชาติให้คงอยู่ อย่าปล่อยปละละเลยให้การค้าการตลาดที่เห็นแก่ตัว มักง่าย มาทำร้ายพื้นที่ที่แสนสวยงามนี้ให้หมดไป
ความยั่งยืนของน้ำตกเอราวัณ ในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมนั้น เป็นความรับผิดชอบของคนในพื้นที่อุทยานฯ ต้องร่วมมือร่วมใจกันรักษาอย่าให้ผิดเพี้ยนนะจ๊ะ.
ป้าเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”

