ไม่ใช่เรื่องของไสยศาสตร์ หรือโหราศาสตร์ แต่เป็น..ศิลปศาสตร์ล้วนๆ เลยทีเดียว สำหรับมุมมองของการเรียนรู้จักใช้สมาร์ทโฟนในวันนี้
เรื่องของเรื่อง เพราะว่าเมื่อวานนี้ มีโอกาสไปเดินเล่นอยู่หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร อันเนื่องจากมีนัดกับเพื่อนฝูงไปหาอะไรๆ อร่อยๆ รับประทาน ตามประสามนุษย์ป้าที่คิดถึงบรรยากาศย้อนยุคบนถนนเส้นราชดำเนิน
เดินไปเที่ยวไป ก็หยิบมือถือออกมาแชะๆๆ เป็นที่ระลึกกันอย่างสนุกสนาน ด้วยอากาศกรุงเทพมหานครร่มรื่นชื่นใจหลังฝนตก แต่ปรากฏว่า..เกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้นมา!!! นั่นคือ พ่อค้าขายข้าวโพดปิ้งข้างถนน ไม่รู้ว่าอารมณ์บูดจากที่ไหน ตะโกนโหวกเหวกไม่พอใจอย่างมาก ที่มีนางหนึ่งไปถ่ายรูปของเขา
อ๊ะๆๆ ไม่ใช่กลุ่มมนุษย์ป้านะจ๊ะ ..แต่เสียงดังของพ่อค้า ทำให้พวกเรากระเจิงกันเลยทีเดียว
ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องไม่คาดฝัน แต่ภาพที่เห็นและเสียงที่ได้ยิน นับเป็นประสบการณ์และเป็นบทเรียนเตือนสติให้รู้ได้อย่างดีว่า อย่านึกว่ามีมือถือหยิบมาแชะๆ แล้วจะทำอะไรตามอำเภอใจ โดยไม่ระมัดระวังว่า อาจจะละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของใครคนใดคนหนึ่งเข้า
ถึงแม้จะมีความหวังดี หรือรู้สึกว่าอยากจะบันทึกชีวิตน่ารักๆ ตลอดจนอยากจะบรรยายสีสันข้างทางให้เพื่อนๆ ได้รู้เห็น โดยไม่ได้คิดจะใช้รูปที่ถ่ายไว้เพื่อประโยชน์ทางการค้า แต่เราไม่มีทางรู้เลยว่า อารมณ์ของคนที่เราบังเอิญมองว่าน่ารัก น่าสนใจนั้น เป็นอย่างไร เขากำลังทุกข์หรือมีความสุข ฉะนั้น การคิดที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดี และไม่ได้ทำอะไรผิดนั้น อาจจะผิดขึ้นมาได้ และถ้าโชคร้ายก็อาจจะเจ็บตัวได้เหมือนกันนะ
กรณีที่่เกิดขึ้นนี้ ทำให้นึกได้ว่า วัฒนธรรมของทางตะวันตก เกี่ยวกับการรู้จักเคารพในสิทธิส่วนบุคคลของทุกผู้ทุกนาม ท่ามกลางชีวิตบนถนนนั้น เป็นเรื่องที่ทุกคนในสังคมไทยพึงต้องใส่ใจและหัดระมัดระวังแล้วล่ะ โดยเฉพาะการถ่ายรูปเด็กน่ารักๆ ฝรั่งเขาจะถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายเลยทีเดียว หากเราไปถ่ายรูปลูกหลานของเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต เฉกเช่นเดียวกัน การถ่ายรูปตามโชว์รูมต่างๆ หรือสถานที่ท่องเที่ยว หากไปติดภาพของเขาเข้า และเขาท้วงติงล่ะก็ เราก็ต้องลบภาพทิ้งกันเลยทีเดียว
รู้ไว้ใช่ว่านะคะ ..ต่อไป!! ที่คิดจะถ่ายภาพอะไรก็ตามบนถบนหนทางหรือสถานที่สาธารณะ อย่าลืมมองซ้ายมองขวา ดูลมบนลมล่างสักนิด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเรานะคะ ..มิเช่นนั้นเจอแบบพ่อค้าขายข้าวโพดปิ้งหน้าศาลาว่าการ กทม.ล่ะก็ ..หนีไม่ทันหัวอาจจะแบะได้จ๊ะ.
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


