
ไม่อยากจะเชื่อว่าในประเทศไทยที่เจริญพัฒนามาถึงจุดนี้ได้ด้วยพระปรีชาสามารถ พระวิสัยทัศน์ พระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่ยังประโยชน์ให้แก่ความผาสุกของปวงชน จะมีดรามาเรื่องการไว้ทุกข์เพื่อแสดงความไว้อาลัย และการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่เสด็จสวรรคต จากคนบางกลุ่มบางพวกที่ไม่เข้าใจเรื่องการถวายพระเกียรติ การแสดงความภักดี การแสดงความกตัญญูรู้คุณพระราชวงศ์ที่ทรงมีคุณูปการมากมายแบบหาที่สุดมิได้ จะออกมาพูดจาแสดงทัศนะที่ต่ำตม แสดงให้เห็นความไม่กตัญญูรู้คุณ ไม่แน่ใจว่าที่ทำกัน
เช่นนั้น เป็นเพราะอับปัญญา ไม่เข้าใจข้อความในประกาศขอความร่วมมือของทางการ หรือจริงๆ แล้วเข้าใจเป็นอย่างดี แต่มีเจตนาต้องการแซะ แขวะ เพื่อด้อยค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำที่เป็นเท็จ บิดเบือนความจริงด้วยตรรกะที่พิกลพิการ
ประกาศของทางการเกี่ยวกับการไว้ทุกข์เพื่อแสดงความอาลัยที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จสู่สวรรคาลัย เป็นเรื่องของการร่วมมือ ไม่ใช่คำสั่ง ไม่ใช่กฎหมาย เมื่อรับทราบแล้ว ใครจะให้ความร่วมมือหรือไม่ให้ความร่วมมือ ก็เป็นความสมัครใจของทุกคนที่มีเสรีภาพในการกำหนดทัศนคติและการกระทำของตนเองในสถานการณ์เช่นนี้ การขอความร่วมมือไม่ใช่กฎหมายที่เป็นข้อบังคับ ไม่มีบทลงโทษคนที่ไม่ให้ความร่วมมือแต่อย่างใด ดังนั้น ใครก็ตามที่บิดเบือนคำสั่ง แล้วกล่าวหาว่าประกาศดังกล่าวเป็นการบังคับให้ภักดี เป็นการบังคับให้แสดงความอาลัย ถ้าไม่โง่แบบฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด ก็ต้องเป็นคนชั่วที่จงใจจะบิดเบือน และแสดงทัศนะของตนเองที่ไม่เห็นความสำคัญของการถวายพระเกียรติแด่พระราชวงศ์ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจที่เป็นคุณูปการสำหรับประเทศชาติและประชาชน
ในประกาศดังกล่าวนั้น กล่าวถึงประชาชนหลายกลุ่ม และมีแนวทางปฏิบัติของแต่ละกลุ่มแตกต่างกันไป คนที่ได้ยินประกาศควรจะรู้ตัวเองว่าตนเองนั้นอยู่ในกลุ่มใด แนวทางปฏิบัติที่ไม่เกี่ยวข้องกับตนเองจะเป็นเช่นไร ก็ไม่ควรจะแสดงทัศนะเย้ยหยันประชดประชันปานประหนึ่งว่าตัวเองมีความเดือดร้อนจากประกาศดังกล่าว กลุ่มแรกที่ประกาศกล่าวถึงก็คือข้าราชบริพารในพระองค์ที่ประกาศให้ไว้ทุกข์เป็นเวลา 1 ปี คนที่ไม่ใช่ข้าราชบริพาร ก็ไม่ควรแสดงท่าทีไม่พอใจกับประกาศในส่วนนี้ เพราะตัวเองไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น แต่ก็มีคนที่ไม่ใช่ข้าราชบริพารออกมาแสดงทัศนะไม่พอใจกับประกาศในส่วนนี้ เหมือนประหนึ่งว่าตัวเองเป็นข้าราชบริพาร ยังไม่เห็นว่ามีข้าราชบริพารคนใดออกมาแสดงทัศนะว่าตนเองเดือดร้อนจากประกาศดังกล่าว ทั้งนี้เป็นเพราะพวกเขาสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะการรับใช้ใกล้ชิดพวกเขาย่อมได้เห็นชัดเจนว่าพระราชวงศ์แต่ละพระองค์นั้นทรงมีพระราชกรณียกิจที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน เป็นการทรงงานเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้แก่ประชาชน ดังนั้นพวกเขาจึงมีความอาลัยที่แท้จริง และพร้อมที่จะแสดงความอาลัยด้วยความภักดีอย่างเหมาะสม
กลุ่มที่สองที่มีการเอ่ยถึงในประกาศดังกล่าวคือ ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่มีประกาศให้ไว้ทุกข์ 30 วัน แต่ก็เป็นการขอความร่วมมือเช่นกัน ไม่ใช่การบังคับ ส่วนใครจะร่วมมือหรือไม่ก็เป็นเสรีภาพที่แต่ละคนสามารถที่จะเลือกปฏิบัติได้ตามความสมัครใจ ไม่ว่าใครจะแสดงออกอย่างไรมันก็เป็นการแสดงตัวตนของคนคนนั้นว่ามีทัศนะอย่างไรกับสถาบันพระมหากษัตริย์ หากผู้ใดไม่ให้ความร่วมมือก็คงไม่มีการสอบวินัยหรือเอาผิดแต่อย่างใด อย่างมากที่จะเจอก็คือการตำหนิของคนอื่น ที่อาจจะแสดงออกหรือตำหนิในใจก็ได้
กลุ่มที่สามที่มีการเอ่ยถึงในประกาศคือประชาชนทั่วไป ใครจะแต่งดำ แต่งขาวเพื่อการไว้ทุกข์ก็เป็นความสมัครใจ ส่วนการจัดงานที่เป็นความบันเทิงรื่นเริงทั้งหลายนั้น ไม่ได้ห้าม แต่มีการขอความร่วมมือให้ลดสีสันความบันเทิงเริงร่าลงตามความเหมาะสม อะไรที่งดได้ก็งด อะไรที่เลื่อนได้ก็เลื่อน อะไรที่งดไม่ได้ เลื่อนไม่ได้ ก็ลองปรับดูให้เหมาะสม แต่ก็มีคนเอาไปตีความว่ามีคำสั่งให้งดงานบันเทิงทั้งปวงที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนในการทำมาหากิน ทำให้ขาดรายได้ แล้วก็เลยไปถึงว่าทำไมต้องบังคับให้รัก ทำไมต้องบังคับให้ภักดี ทำไมต้องบังคับให้แสดงความอาลัย ลองไปอ่านประกาศดูดีๆ มีตรงไหนที่เป็นคำสั่ง มีตรงไหนที่เป็นการบังคับ มีตรงไหนที่กำหนดบทลงโทษว่าถ้าหากไม่ให้ความร่วมมือตามประกาศแล้วจะโดนลงโทษอย่างไร ปรากฏว่าไม่มีเลย แต่ก็พูดจาบิดเบือนกันไป เพื่อให้คนที่หลงเชื่อวาทกรรมบิดเบือนเหล่านี้มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ข้อความที่กล่าวหาให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ปรากฏใน Social media ในขณะนี้ ไม่แน่ใจว่าเกิดขึ้นเองจากคนที่โพสต์แบบ Organic หรือมีคนเขียน Script โดยศาสดา หรือผู้นำทางจิตวิญญาณของกลุ่ม ให้นำไปใช้ตามๆ กันเต็มหน้า Feed ของ Social Media
หยุดเถอะ หยุดให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยข้อความที่เป็นเท็จ ส่วนผู้ที่มีอำนาจในการสั่งการก็ควรจะใช้พิจารณาในการสั่งการ อย่าสักแต่สั่งโดยไม่มีการพิจารณาให้ถ้วนถี่ว่าคำสั่งดังกล่าวนั้นจะเป็นผลเสียต่อภาพลักษณ์ของสถาบันอย่างไร ควรเปลี่ยนจาก “การสั่งห้าม” เป็นการเสนอแนะ “ให้ปรับการจัดงานให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์” มากกว่า สถานการณ์ดังกล่าวนี้เป็นโอกาสที่จะให้มีการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ที่จะนำเอาพระราชกรณียกิจอันเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงมาเผยแพร่ให้ประชาชน โดยเฉพาะหนุ่มสาวทั้งหลายให้ได้รับรู้ การออกคำสั่ง ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ เสนอแนะแนวทางในการจัดกิจกรรมอย่างเหมาะสม กิจกรรมบางอย่างเป็นประเพณี ก็น่าจะจัดได้ ไม่ใช่สั่งห้ามหรือบอกให้งด จนสร้างความไม่พอใจให้เจ้าภาพผู้จัด Organizer ที่รับจ้างจัด ศิลปินที่ได้งานจากการจัด เพราะผลกระทบดังกล่าวนั้นไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่าให้มีการชี้นำว่าประกาศเรื่องการไว้ทุกข์และการแสดงความไว้อาลัยเป็นการบังคับให้รัก บังคับให้มีความภักดี ขอให้ทุกคนมองว่าประกาศดังกล่าวคือการขอความร่วมมือที่ประชาชนทุกคนมีเสรีภาพที่จะให้ความร่วมมือตามประกาศนั้นหรือไม่ และถ้าหากไม่ให้ความร่วมมือก็ไม่มีความผิด ไม่มีบทลงโทษใดๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็นเรื่องของความสมัครใจอย่างมีเสรีภาพ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า
สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่
ความรู้-คู่-คุณธรรม
คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที
'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า
จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก
เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม
ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!
อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า
โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.
เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

