เรื่องของ..มิวเซียม

เมื่อเดือนที่แล้วมีโอกาสไปเที่ยวมิวเซียม ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรียค่ะ 

ได้ความรู้และอรรถรสของการชมสถานที่สำคัญและน่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็น Kunsthistorisches Museum Wien (พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะเวียนนา) ที่ได้ชื่อว่าสะสมสมบัติของชาติไว้มากที่สุดแห่งหนึ่ง หรือจะเป็นร้านกาแฟที่้ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง

แต่ที่ป้าชอบและรู้สึกชื่นชมในการนำเสนอ เห็นจะเป็นพิพิธภัณฑ์ซีซี จักรพรรดินีผู้เลอโฉมของออสเตรีย

Sisi Museum เป็นส่วนหนึ่งของพระราชวัง Hofburg Palace (ฮอฟบวร์ก) ในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยจัดแสดงชีวิตและประวัติของจักรพรรดินี

แน่นอนต้องมีชุดสวยๆ งามๆ มากมาย รวมทั้งพร็อพเครื่องแต่งกายต่างๆ แต่ที่น่าสนใจคือ การเล่าความว่า ซีซีเป็นเจ้าหญิงที่งดงาม รักอิสระ จากแคว้นบาวาเรีย วัย 16 ปีเท่านั้น ที่ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนมาอภิเษกสมรสกับจักรพรรดิฟรันซ์ โยเซฟ ที่ 1 แห่งออสเตรีย

นางจึงเป็นสัญลักษณ์ของความงดงามและอิสรเสรีในยุโรปศตวรรษที่ 19 เพราะเมื่อเข้าวัง ชีวิตที่ต้องกลายเป็นนกในกรงทอง ทำให้นางแปลกแยกจากราชวงศ์อย่างยิ่ง

ประวัติคงไปหาอ่านเองกันได้ หรือจะดูซีรีส์ที่มีเรื่องซีซีก็สามารถไปค้นหาได้

ส่วนสิ่งที่ป้าอยากจะเล่าสู่กันฟังคือ ช่วงที่ซีซีทุกข์ใจอย่างแสนสาหัสเพราะลูกคนหนึ่งตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บ อีกคนหนึ่งก็ฆ่าตัวตายนั้น เธอก็ตัดสินใจทิ้งชีวิตทุกอย่างในพระราชวังออกเดินทางท่องโลกกว้าง และสวมเสื้อผ้าอาภรณ์ชุดสีดำตั้งแต่นั้นมา ...ช่วงชีวิตดังว่านี้ ทางซีซีมิวเซียมใช้วิธีการนำเสนอด้วยบรรยากาศมืดมนอนธการ เรียกว่าต้องค่อยๆ คลำหาทางเดินเลยทีเดียว ซึ่งก็ส่งผลให้เรารู้สึกเศร้าไปกับนางด้วย

แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เพราะเป็นมิวเซียมเล็กๆ แต่ต้องชื่นชมวิธีการนำเสนอของมิวเซียม ทำให้รู้สึกประทับใจ และอยากเห็นแบบนี้ในบ้านเราเหมือนกันนะคะ.

'ป้าเอง' 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”