60อัป..ใครทำได้ก็ทำไป

ประเด็นขยายอายุเกษียณจาก 60 เป็น 65 ปี กำลังเป็นเรื่องฮอตในสังคมไทยอยู่ตอนนี้

ฟังๆ ดูเหมือนจะช่วยให้คนทำงานได้นานขึ้น มีรายได้มากขึ้น เพราะอายุของคนโดยเฉลี่ยในยุคดิจิทัลนี้มีอย่างน้อย 75 ปีขึ้นไป ถ้าหยุดการทำงานที่ 60 ปี เขาก็เกรงว่าสุขภาพกายและสุขภาพใจ รวมทั้งสุขภาพกระเป๋าเงินอาจจะไม่สมดุล

คงจะเป็นประเด็นต่างมุมต่างมองนะ เพราะคนที่ไม่เห็นด้วยก็บอกให้ลองคิดดูว่า ถ้าต้องทำงานอีก 5 ปีในอาชีพที่ต้องใช้แรงกายหรือคิดหนัก ...ร่างกายจะไหวไหม? สุดท้ายแก่แล้วเหนื่อยง่าย เจ็บป่วยบ่อย หรือแม้แต่ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง มันจะโอเคหรือ?!?

ประเด็นต่อมาที่ไม่ควรมองข้าม คือเรื่องโอกาสของคนรุ่นใหม่ ถ้าผู้สูงวัยอยู่ในตำแหน่งงานนานขึ้น คนรุ่นใหม่ก็ต้องรอไปอีกหลายปีกว่าจะได้เลื่อนตำแหน่ง หรือมีโอกาสทำงานที่ตัวเองอยากทำ ความฝันเรื่องการทำงานของคนรุ่นใหม่ก็มีอันอาจจะต้องสะดุด

นอกจากนั้นยังมีประเด็นทำงานมาแทบตาย แล้วจะหาโอกาสไปใช้เงินตอนไหนคะ อายุเลย 60 จะปีนจะป่ายจะเดินมันก็ไม่ใช่เรื่องชิลๆ แล้ว หากชีวิตยังต้องติดแหง็กอยู่กับโต๊ะทำงาน ชีวิตหลังเกษียณคงได้แต่นัดกับหมอตามโรงพยาบาลต่างๆ เท่านั้นกระมัง

ก็สรุปง่ายๆ คือ การขยายเกษียณไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป แต่ก็มีผลกระทบชัดเจนต่อคนทำงานและสังคม ฉะนั้นทางออกอาจเป็นแบบยืดหยุ่น ให้คนเลือกเองว่าอยากเกษียณเมื่อไหร่ และต้องปรับสภาพแวดล้อมการทำงานให้เหมาะกับผู้สูงวัย เพื่อให้ทุกคนยังมีคุณภาพชีวิตดี ทั้งคนทำงานสูงวัยและคนรุ่นใหม่..จริงไหม?!?.

'ป้าเอง'

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”