“น้ำใจของคนไทย" ความงดงามที่ทำให้สังคมน่าอยู่

ประโยคนี้ใครไม่เห็นด้วย..ยกมือขึ้น!!

ถ้าใครยังมองไม่เห็น แค่หรี่ตาข้างเดียวก็ได้ แล้วมองเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในช่วงนี้ รับรองว่าจะเห็นแจ่มแจ้งถึงพลังแห่งความช่วยเหลือจากทุกทิศทางหลั่งไหลไปไม่ขาดสาย

ตัวอย่างพลังน้ำใจที่เกิดขึ้นจริงและสะท้อนความงดงามของสังคมไทย ตั้งแต่

  • คนไทยทั่วประเทศร่วมสมทบทุน ประชาชนจำนวนมากร่วมโอนเงิน บริจาคสิ่งของจำเป็น ทั้งน้ำดื่ม อาหารแห้ง ยารักษาโรค ชุดยังชีพ และเสื้อผ้า เพื่อส่งต่อให้คนในพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน
  • กลุ่มอาสา–กู้ภัยลงพื้นที่ทันที หลายมูลนิธิและหน่วยกู้ภัยเดินทางจากต่างจังหวัดลงสู่พื้นที่น้ำท่วม ช่วยอพยพผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยติดเตียง พร้อมทั้งนำเรือท้องแบนเข้าไปช่วยพื้นที่ที่รถเข้าไม่ถึง
  • ร้านค้า–ธุรกิจท้องถิ่นร่วมแจกจ่ายอาหาร ผู้ประกอบการในพื้นที่เปิดครัวช่วยทำอาหารร้อน แจกจ่ายฟรีให้ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นข้าวกล่อง น้ำดื่ม หรืออาหารแปรรูปที่เก็บได้นาน
  • โรงเรียน–วัด–มัสยิด เปิดพื้นที่เป็นศูนย์พักพิง สถาบันทางสังคมหลายแห่งเปิดอาคารให้ประชาชนเข้าพักชั่วคราว ทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมดูแลอาหารและพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กเล็ก
  • อาสาออนไลน์ช่วยกระจายข่าวและประสานงาน ประชาชนใช้โซเชียลมีเดียช่วยประกาศหาคนสูญหาย บอกเส้นทางที่ยังสัญจรได้ รับส่งข้อมูลความต้องการสิ่งของ และประสานทีมช่วยชีวิตให้เข้าถึงพื้นที่เสี่ยงได้เร็วขึ้น

แม้แต่บ้านเล็กๆ ที่เรียกว่า "ไทยโพสต์" ก็ล้อมรอบด้วยกองของที่มีคนหลั่งไหลนำมาเพื่อให้ส่งต่อให้ถึงเพื่อนๆ ชาวใต้

ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดว่า “น้ำใจของคนไทย” ไม่ได้มีแค่ในคำพูด แต่ปรากฏผ่านการลงมือทำในทุกวินาทีของวิกฤต ทำให้สังคมไทยยังคงน่าอยู่ และเป็นกำลังใจสำคัญให้ผู้ประสบภัยก้าวผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากไปด้วยกันค่ะ.

"ป้าเอง"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”