ปีใหม่...ที่อาจหนักหนา-สาหัสกว่าปีที่แล้ว!!!

เท่าที่ฟังๆ จากบรรดาพวก กูรู-กูรู้ ทั้งหลาย...ท่าทาง เศรษฐกิจไทย ปีนี้ หรือปีใหม่ น่าจะหนักหนา-สาหัสมิใช่น้อย เผลอๆ อาจลากยาวไปถึงปีโน้น หรือปี พ.ศ.2570 โน่นเลย จริง-ไม่จริง เชื่อ-ไม่เชื่อ ก็ลองไปคิดคำนวณกันเอาเอง แต่ด้วยสีสัน บรรยากาศ ฉากสถานการณ์ความเป็นไปของโลก มันน่าจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างออกไปแนวนั้น อย่างชนิดเถียงไม่ออก หรืออาจต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...

ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่าใครจะนอนมา-ไม่นอนมา ใครจะเป็นพรรคอันดับหนึ่ง อันดับสอง อันดับสาม ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในเดือนกุมภา. หรือใครก็แล้วแต่ที่จะผงาดขึ้นเป็น รัฐบาล ดูๆ

จะออกไปทางซวยฉิบหาย ซวยตายห่า อยู่พอสมควรทีเดียว แต่ก็นั่นแหละ...ผู้ที่อยากซวย อยากดิ้นรน ทุรนทุราย เพื่อให้ตัวเองกลายเป็นผู้เข้ามาแบกรับความซวย ต่างก็แสดงออกถึงความกระเหี้ยนกระหือรือไปด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งพวง คล้ายๆ พวก มาโซคิสม์ หรือพวก ไม่เจ็บ...นอนไม่หลับ อะไรทำนองนั้น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่า รุ่นใหม่ ก็เถอะ...

หรือพูดง่ายๆ ว่า...การเป็น รัฐบาล ในช่วงปี-สองปีนับจากนี้ มันคง ไม่ง่าย กันซักเท่าไหร่นัก โอกาสที่จะต้องกระเสือกกระสน ทุรนทุราย เสียหมา เสียสุนัข เสียรังวัด อันเนื่องมาจาก ปัญหา ที่ประเดประดังเข้ามาในแทบทุกๆ ด้าน ไม่ว่าซ้าย ขวา หน้า หลัง เบื้องบน ลงล่าง ยิ่งถ้าเป็นประเภท มือใหม่-หัดขับ ด้วยแล้ว โอกาสที่จะตายกับตาย หรือเจ๊งกับเจ๊ง ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ แต่นั่นก็ใช่ว่า...ประเภทเขี้ยวงอก ยาวเฟื้อยเลื้อยลากดิน เกล็ดแตกลายงา แถมพ่นไฟได้ด้วย จะสามารถ เอาตัวรอด ได้แบบสบายๆ ด้วยเหตุเพราะสิ่งที่เป็นปัญหา มันอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ตัวบุคคล ไปซะทั้งหมด แต่มันชำแรก แทรกซึม ไปสู่ระบบทั้งระบบ หรือทั้ง โครงสร้าง เอาเลยก็ว่าได้...

อีกทั้งจะอาศัย ปวงชนชาวไทย เป็นผู้วัดตัดสินว่าอะไรถูก-อะไรผิด อะไรดี-อะไรชั่ว ก็น่าจะยิ่งลำบากยิ่งขึ้นไปใหญ่ เพราะโดยแนวโน้มความเป็นไปของโลก ของสังคมแต่ละสังคม มันออกจะมีส่วนขับเคลื่อน ผลักดัน ให้ผู้คนหนักไปทางขาด สติ แถมยังหันไปให้ความสำคัญกับ สตังค์ เป็นหลักใหญ่ อาการ รักแรง-เกลียดแรง แถมยัง รักเร็ว-เกลียดเร็ว อีกด้วยต่างหาก ย่อมทำให้บรรดาพรรคการเมืองทั้งหลาย ไม่ว่าอนุรักษนิยม เสรีนิยม ไปจนถึงวิเศษนิยมก็เถอะ ต่างยากที่จะปรับเนื้อ ปรับตัว ปรับจุดขาย ปรับการตลาด ให้สามารถ ตอบสนอง ต่อความต้องการของบรรดาปวงชนโดยทั่วไปกันได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อฉากสถานการณ์แบบหนึ่ง มันเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบหนึ่ง...

อย่างไรก็ตาม...สิ่งที่เรียกว่า เสถียรภาพ และ ความมั่นคง ย่อมถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่ไม่ว่ารัฐใด ประเทศใด มิอาจปล่อยปละละเลยได้โดยเด็ดขาด ยิ่งในโลกยุคนี้ สมัยนี้ ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะมันเป็นโลกที่กำลังเข้าสู่ช่วง ระยะผ่าน หรือโลกที่กฎ ระเบียบ กติกาใดๆ ต่างถูกกดดันและท้าทาย จนหา มาตรฐาน ใดๆ แทบไม่เจอ การประคับประคองตัวเอง ให้รอดพ้นไปจาก กฎแห่งป่า หรือกฎที่เป็นไปเพื่อตอบสนองความปรารถนาและต้องการของประเทศที่มีอำนาจเหนือกว่า หรือของชาติมหาอำนาจทั้งหลาย จึงเป็นสิ่งมีความสำคัญเอามากๆ โดยเฉพาะสำหรับบรรดา ประเทศหญ้าแพรก หรือประเทศเล็ก ประเทศน้อย ในแต่ละราย...

อันนี้นี่แหละ...ที่สำคัญเสียยิ่งกว่าเรื่องพรรคใดจะเป็นอันดับหนึ่ง อันดับสอง เป็นรัฐบาล เป็นฝ่ายค้าน เพราะไม่ว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่จะเป็น หัวหน้าเท้ง เป็น เสี่ยหนู หรือเป็น ไก่เชน ฯลฯ ก็ตาม ย่อมถือเป็นความซวยฉิบหาย ซวยตายห่า ของแต่ละคน แต่ละรายไปตามสภาพ แต่สิ่งที่มิอาจปล่อยให้ ซวย ตามไปด้วยได้โดยเด็ดขาด ก็คือชาติบ้านเมืองของหมู่เฮาทั้งหลาย ที่จะต้องหาทางดำรง รักษา เสถียรภาพ และ ความมั่นคง ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยอาศัยสติ-ปัญญา ความประณีต ละเอียดอ่อนและความชาญฉลาด ของผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ หรือผู้ที่ รักบ้าน-รักเมือง ในแต่ละรายนั่นเอง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พระมหากษัตริย์ไทยคือธรรมราชา

คนไทยโชคดี เพราะตั้งแต่เรามีประเทศที่เป็นเอกราช พระมหากษัตริย์ของเราก็เป็นธรรมราชา คือทรงเป็นพระราชาที่ทรงธรรม ทรงมีทศพิธราชธรรมเป็นหลักธรรม 10 ประการที่พระมหากษัตริย์ของเราทรงยึดถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของอาณา

คนรุ่นใหม่กับ 'อำนาจ' และ 'ประสบการณ์'

ช่วงหลังๆ มานี้...ดูเหมือนว่า พวกเด็กๆ หรือพวกนักการเมืองรุ่นใหม่ รุ่นเจเนอเรชันเอ็กซ์ เจเนอเรชันวาย ทั้งหลาย ที่มีคะแนนนิยมระดับสูงล้ำเทียมเมฆ แต่ออกจะ ไร้ประสบการณ์

ความเปลี่ยนแปลงที่นำมาซึ่ง'การอยู่ร่วมกันโดยสันติ'

อย่างที่เคยว่าๆ ไว้แล้วนั่นแหละว่า...การปะทะ ขัดแย้ง ที่จะนำมาสู่ จุดเปลี่ยน นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่กำลังอุบัติขึ้นมากับโลกทั้งโลก

ห้าม 'พงส.' ช่วยราชการ

เก็บตกอีกหนึ่งข้อสั่งการ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สำนักปทุมวัน ในการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 ปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

วาทกรรมครอบงำสาวกผู้ภักดี

สังคมยุคนี้เขาเรียกกันว่าเป็น “สังคมข่าวสาร” เป็นสังคมที่มีการแข่งขันทางการเมืองใช้ “ข่าว” มากกว่า “เงิน” ดังนั้น คนที่ต้องการชัยชนะทางการเมืองจะต้องเก่งด้านการข่าวในทุกๆ มิติ 1)