เมื่อเด็กวานนี้...กำลังเป็นรัฐมนตรีในวันหน้า!!!

เพิ่งผ่านพ้น วันเด็ก ปีนี้มา 1 วัน คือวันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ.2569 อาทิตย์นี้...เลยคงต้องขออนุญาตไปว่ากันถึงเรื่องเด็กๆ อันเป็นเรื่องที่ออกจะน่าห่วงและน่าสงสารเอามากๆ เพราะอย่างที่ หมอ หรือ นายแพทย์ ท่านหนึ่ง ที่จำชื่อไม่ได้ซะแล้ว ท่านเคยให้สัมภาษณ์ เคยเปิดเผยความในใจไว้เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ทำนองว่าท่านไม่อยากให้เด็กรายใดเกิดมาในโลกใบนี้ต่อไปอีกเลย ด้วยเหตุเพราะมันโลกที่ค่อนข้างจะโหดเหี้ยม โหดร้าย อีกทั้งยังเป็นโลกที่เสื่อมโทรม ทรุดโทรม ยิ่งเข้าไปทุกที...

และก็น่าจะจริงอย่างที่ท่านว่าไว้นั่นแหละ...คือแค่คิดถึงโลกที่มีแต่จะร้อนขึ้นๆ โลกที่ต้องเจอกับความเปลี่ยนแปลงจากสภาวะดิน-ฟ้า-อากาศ แค่นี้...ก็เหนื่อยแล้ว!!! สำหรับเด็กที่ต้องเกิด ต้องเติบโต ขึ้นมาภายใต้สภาพความเป็นไปดังกล่าว นั่นยังไม่รวมถึงโลกที่ความขัดแย้งระหว่างผู้คนในแต่ละชาติ แต่ละประเทศ ช่างเป็นอะไรที่หนักหน่วง รุนแรง เสียเหลือเกิน จนอาจหนีไม่พ้นต้องวัดตัดสินกันด้วย สงครามนิวเคลียร์ เอาเลยก็ไม่แน่ นี่ยังไม่รวมไปถึงเรื่องคนล้นโลก เรื่องของความขาดแคลนทรัพยากร ฯลฯ ที่ออกจะแก้ยาก แก้เย็น ไปด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งปวง แม้จะมีความก้าวหน้า ก้าวไกล ความสะดวกสบายจาก เทคโนโลยี เพียงใดก็เถอะ...

ด้วยเหตุนี้...จึงเป็นเรื่องถูกต้องและสมควรอย่างยิ่ง ที่ควรจะต้องมี เมตตา ต่อเด็กๆ มีความปรารถนาที่จะให้เด็กๆ ทั้งหลายเขาอยู่ดีมีสุข มีความ กรุณา ต่อเด็กๆ ต้องการที่จะให้พวกเขาพ้นไปจากความทุกข์ รวมไปถึงมี มุทิตา ต่อเด็กๆ รู้สึกยินดี ปรีดา เมื่อเห็นความสุขปรากฏขึ้นต่อบรรดาเด็กๆ ในแต่ละราย แต่ก็นั่นแหละ...ยังไงๆ ก็คงมิอาจละเลย ละทิ้ง สิ่งที่เรียกว่า อุเบกขา หรือสิ่งที่ทำให้องค์ประกอบทั้งหลายที่ว่านี้ เกิดความครบถ้วน สมบูรณ์ จนกลายเป็น พรหมวิหาร 4 อันถือเป็น แนวทาง ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านทรงชี้แนะ ชี้นำ เอาไว้เมื่อหลายพันปีที่แล้ว เพื่อให้เกิด จุดลงตัว สำหรับสังคมมนุษย์และความเป็นไปทาง ธรรมชาติ ทั้งหลาย...

เพราะอย่างที่ อภิมหาพระ ท่านเจ้าคุณ ประยุทธ์ ปยุตฺโต ท่านได้ย้ำแล้ว ย้ำอีก ระหว่าง เทศนาปาฏิหาริย์ เอาไว้นั่นแหละว่า ความเมตตา-กรุณา-มุทิตาใดๆ ก็แล้วแต่ แม้เป็นสิ่งถูกต้อง สมควรและจำเป็นอย่างยิ่งในความสัมพันธ์ระหว่าง มนุษย์ต่อมนุษย์ แต่ถ้าหากละเลย ละทิ้ง สิ่งที่เรียกว่า อุเบกขา อันเป็นหลักความสัมพันธ์ที่พึงมีระหว่าง มนุษย์กับธรรมชาติ หรือเอาแต่รัก แต่ปรารถนาดี เอาแต่ชื่นชม ยินดี ต่อความสุขทั้งหลายของพวกเด็กๆ ไม่คิดจะขัดอก ขัดใจ ใดๆ เอาเลยตั้งแต่ยังเล็กๆ ปล่อยให้ทำอะไรต่อมิอะไรไปตามความปรารถนา ความต้องการ ของตัวเอง แบบ เห็นแก่คน-ไม่เห็นแก่ธรรม ตามประสาไทยๆ อันนี้...ย่อมมีแต่จะฉิบหายกับฉิบหายลูกเดียวเท่านั้นเอง!!!

เพราะถ้าหากความสัมพันธ์ระหว่าง มนุษย์กับธรรมชาติ มันเกิดความขัดแย้ง สวนทาง ขึ้นเมื่อไหร่ โอกาสที่ทุกสิ่งทุกอย่าง จะล่มสลาย พังพินาศวอดวาย ย่อมมีความเป็นไปได้อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้เลย การขัดอก ขัดใจ ไม่คิดจะตามใจพวกเด็กๆ ถ้าทำในสิ่งที่ไม่ถูก-ไม่ต้อง ไม่เป็นไปตามกฎแห่งธรรมชาติ ไม่เป็นไปตามครรลองคลองธรรม ด้วยการ เห็นแก่ธรรม-ไม่เห็นแก่คน ไม่เห็นแก่ความเป็นเด็ก จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นเอามากๆ เป็น อุเบกขาธรรม ที่ควรยึดมั่น ถือมั่น เอาไว้เป็นอย่างยิ่ง เพราะการเอาแต่รักเด็ก ตามใจเด็ก ไปจนถึงยุเด็ก เชียร์เด็ก โดยไม่คิดถึง ธรรม ไม่คิดถึงความถูกต้อง เหมาะสมใดๆ แม้แต่น้อย มันก็คงไม่ต่างไปจาก พ่อ-แม่รังแกฉัน อะไรประมาณนั้น...

และเหตุที่โลกมันโหดเหี้ยม โหดร้าย เสื่อมโทรม เสื่อมทรุด ยิ่งขึ้นไปทุกวัน ก็ด้วยเหตุเพราะ พ่อ-แม่รังแกฉัน หรือเพราะการปล่อยปละละเลยไปตามความปรารถนา ความต้องการ ของมนุษย์แต่ละคน แต่ละราย โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง เป็นธรรม นั่นเอง ยิ่งโลกยุคหลังๆ ต่างเห็นดี เห็นงาม พร้อมที่จะทิ้ง ไม้เรียว ที่เอาไว้คอยกำกับเพื่อให้เด็กๆ ทั้งหลายอยู่ในร่อง-ในรอย อยู่ในทำนองคลองธรรม บรรดาเด็กๆ ที่เติบโตขึ้นมาในลักษณะนี้ เลยหนีไม่พ้นต้องหันไปอาศัย ไม้หน้าสาม ถึงจะเอาอยู่ ความขัดแย้งระหว่างวัย ระหว่างรุ่นต่อรุ่น มันจึงเป็นอะไรที่แก้ยาก แก้เย็น ยิ่งเข้าไปทุกที และนั่นก็เลยทำให้ วันเด็ก ออกจะเป็นวันที่น่าเศร้า น่าโศกสลด น่าห่วง น่ากังวล เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อ เด็กเมื่อวานนี้ กำลังจะเติบโตขึ้นมาเป็นรัฐมนตรี เป็นรัฐบาล ในวันหน้า!!!.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พระมหากษัตริย์ไทยคือธรรมราชา

คนไทยโชคดี เพราะตั้งแต่เรามีประเทศที่เป็นเอกราช พระมหากษัตริย์ของเราก็เป็นธรรมราชา คือทรงเป็นพระราชาที่ทรงธรรม ทรงมีทศพิธราชธรรมเป็นหลักธรรม 10 ประการที่พระมหากษัตริย์ของเราทรงยึดถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของอาณา

คนรุ่นใหม่กับ 'อำนาจ' และ 'ประสบการณ์'

ช่วงหลังๆ มานี้...ดูเหมือนว่า พวกเด็กๆ หรือพวกนักการเมืองรุ่นใหม่ รุ่นเจเนอเรชันเอ็กซ์ เจเนอเรชันวาย ทั้งหลาย ที่มีคะแนนนิยมระดับสูงล้ำเทียมเมฆ แต่ออกจะ ไร้ประสบการณ์

ความเปลี่ยนแปลงที่นำมาซึ่ง'การอยู่ร่วมกันโดยสันติ'

อย่างที่เคยว่าๆ ไว้แล้วนั่นแหละว่า...การปะทะ ขัดแย้ง ที่จะนำมาสู่ จุดเปลี่ยน นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่กำลังอุบัติขึ้นมากับโลกทั้งโลก

ห้าม 'พงส.' ช่วยราชการ

เก็บตกอีกหนึ่งข้อสั่งการ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สำนักปทุมวัน ในการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 ปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

วาทกรรมครอบงำสาวกผู้ภักดี

สังคมยุคนี้เขาเรียกกันว่าเป็น “สังคมข่าวสาร” เป็นสังคมที่มีการแข่งขันทางการเมืองใช้ “ข่าว” มากกว่า “เงิน” ดังนั้น คนที่ต้องการชัยชนะทางการเมืองจะต้องเก่งด้านการข่าวในทุกๆ มิติ 1)