'ธรรมะ'กับ'ความมั่นคง'

อีกไม่กี่วัน...ก็จะถึงเวลา เลือกตั้ง กันใหม่อีกแล้ว ใครมาแรง แซงโค้ง นอนมา-ไม่นอนมา โดยมี พระ สวดนำหน้าหรือไม่? อย่างไร? คงต้องไปวินิจฉัย หรือไปฟังพวก กูรู-กูรู้ ท่านวิเคราะห์ สังเคราะห์ กันเอาเอง แต่ก็อย่างที่ว่าๆ ไว้แล้วนั่นแหละ ไม่ว่าใคร-พรรคใด จะเป็นอันดับหนึ่ง อันดับสอง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยจะไปผสมรวมตัวกับใครต่อใคร เทา-ไม่เทา มาก-น้อยขนาดไหน ก็ล้วนแต่หนักไปทาง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า ไปด้วยกันทั้งสิ้นทั้งปวง

อันเนื่องมาจากสภาพ ปัญหา ที่รุมเร้า ประเดประดังเข้ามาในแต่ละทิศ-แต่ละทาง หรือแทบ

ทุกทิศ-ทุกทาง ออกจะเป็นปัญหาที่แก้ยาก-แก้เย็น หรือแก้ไขอะไรแทบไม่ได้ ไม่ว่าในระดับโลก หรือระดับสังคมไทยก็ตามที คือแค่ต้องเจอกับผู้นำอเมริกาอย่าง ทรัมป์บ้า รายเดียว...ก็เหนื่อยแล้ว!!! ถ้าว่ากันในระดับโลก ต้องเจอกับ กฎแห่งป่า แทนที่จะเป็น กฎหมายระหว่างประเทศ ต้องขึ้นอยู่กับว่าใครมี อำนาจ มากกว่า ถึงจะทำให้แต่ละสิ่งแต่ละอย่างเป็นไปตามความปรารถนา-ต้องการของตัวเองได้แบบจริงๆ จังๆ ไม่ก็ต้องมีเงินไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป ถึงจะมีโอกาสสมัครเป็นสมาชิก บอร์ดสันติภาพ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยคุณพ่ออเมริกา แทนที่จะเป็นสหประชาชาติ แล้วยังต้องยอมปล่อยให้ ทรัมป์บ้า นั่งเป็นประธานสมัยแรกอีกต่างหาก...

ยิ่งถ้าหาก ฯพณฯ สมเด็จฮวยเซ็ง แห่งประเทศกัมพูชา ท่านดันไปควักเงินจากพวก สแกมเมอร์ มาจ่ายสดๆ ให้กับ ทรัมป์บ้า ได้ครบจำนวน 1,000 ล้านดอลลาร์ โอกาสที่ สันติภาพ บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จะหดหาย สูญสิ้น ไม่เหลือติดปลายนวมอีกต่อไป ต้อง รบ กันเป็นครั้งที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 หรือไม่? อย่างไร? ก็ยังมิอาจสรุปได้ เรียกว่า...ขนาดยังไม่ทันจะรบ จู่ๆ นักคิด-นักวิชาการบางรายท่านก็เกิด ลางสังหรณ์ ขึ้นมาดื้อๆ ว่าอาจไม่มี เลือกตั้ง ในวันที่ 8 กุมภา. เอาเลยก็ไม่แน่!!! ส่วนจะน่าเชื่อ-ไม่น่าเชื่อ ควรเชื่อ-ไม่ควรเชื่อ คงต้องไปคิด ไปวินิจฉัยเอาเองก็แล้วกัน...

แต่ถึงแม้จะ เลือกตั้ง กันไปได้ตามปกติ...การจัดตั้ง รัฐบาล ด้วยการผสมโน่น ผสมนี่ ก็ใช่ว่าจะราบรื่น ลื่นไหล ได้แบบสะดวก-สบาย โดยเฉพาะเมื่อใครต่อใครต่างโฆษณา หาเสียง ไปในทางคล้ายๆ กัน คือไม่คิดจะร่วมงาน ไม่คิดจะ เอาเทา โดยเด็ดขาด แม้ว่าภายในพรรคของตัวเองจะหาประเภท ขาวสะอาด-บริสุทธิ์ ไม่ค่อยจะได้ หนักไปทางขาวก็ไม่ขาว-ดำก็ไม่ดำ หรือออกไปทาง กระดำกระด่าง ซะเป็นหลักใหญ่ อันนี้...มันก็เลยน่าจะเป็น ปัญหา ตั้งแต่เริ่มแรก เพราะการมองหาความขาวสะอาด-บริสุทธิ์ในหมู่ นักการเมือง มันคงไม่ต่างอะไรไปจากการมองหา หนวดเต่า-เขากระต่าย อะไรประมาณนั้น...

อีกทั้งแม้นจะผ่านปัญหาดังกล่าวไปโดยวิธีใดต่อวิธีใดก็ตามที แต่เมื่อต้องมาเจอกับปัญหา เศรษฐกิจ ที่หนีไม่พ้นต้อง ตกสะเก็ด อยู่แล้วแน่ๆ อันเนื่องมาจากไม่ว่า จีดีพีโลก หรือ จีดีพีประเทศไทย ต่างก็ไม่คิดเงยหน้า-อ้าปากไปด้วยกันทั้งนั้น โอกาสที่ รัฐบาล หรือ นายกรัฐมนตรี รายใหม่ จะได้รับการแซ่ซ้อง สรรเสริญ ชนิดใครต่อใครอยากจะ เซลฟี อย่างในช่วงระหว่างหาเสียง คงไม่น่าจะมีอีกต่อไป มีแต่หันไปด่าเช็ด ด่าตะเม็ด กันไปโดยตลอดเสียมากกว่า...

ด้วยเหตุนี้...แนวโน้มที่จะต้อง อยู่ๆ กันไป เหมือนกับที่เคยอยู่ๆ กันมาแล้ว จึงน่าจะมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ หรือคงไม่ถึงกับมีอะไรผิดแผก แตกต่าง ไปจากที่แล้วๆ มา เหลือแต่จะหาทางทำอะไรที่ไม่ให้ถึงกับ ตกต่ำ ไปกว่านี้ ไม่ถึงขั้นล้มคว่ำคะมำหงาย สิ้นชาติ สิ้นแผ่นดินเอาง่ายๆ ดังนั้น...ภายใต้สภาวะเช่นนี้ จึงทำให้สิ่งที่ถูกเรียกขานกันในนาม เสถียรภาพและความมั่นคง ย่อมกลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ คือไม่ว่าอะไรจะเป็น ปัญหา หนักหนา-สาหัสถึงขั้นไหน แต่คงมิอาจปล่อยให้เกิดความกระทบกระเทือนไปถึงสิ่งที่เรียกว่า เสถียรภาพและความมั่นคง ของชาติ ของประเทศ กันได้ง่ายๆ...

แต่การจะดำรง รักษา สิ่งเหล่านี้ให้เป็นไปอย่างยั่งยืน ถาวร ไม่โยกเยก แคลนคลอน ไม่ถูกกัดกร่อน บ่อนเซาะ จนกลายเป็นโพรง หรือจน กลวง ไปถึงไส้ใน มันคงไม่ใช่เรื่องหยาบๆ-ง่ายๆ หรือไม่อาจอาศัยแต่เฉพาะ พลังอำนาจ ล้วนๆ มีแต่ต้องอาศัยสติ-ปัญญา ความประณีต ละเอียดอ่อน ไปจนแม้แต่การสร้างสรรค์ให้เกิดสิ่งที่สอดคล้อง เหมาะสม ไปกับความเป็นไปของกาลเวลา ซึ่งก็แน่นอนนั่นแหละว่า...สิ่งที่อยู่เหนือไปกว่าความผันผวน ปรวนแปร ของกาลเวลา ก็ดูจะมีแต่เพียงสิ่งเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ ธรรมะ หรือความเป็นไปตาม ครรลอง-คลองธรรม นั่นแล.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิกฤตในคราวนี้...สามัคคีคือพลัง

ด้วยความรักและความห่วงใยบ้านเมือง เมื่อเราติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองเรา ก็จะเห็นว่าบ้านเมืองเรากำลังเผชิญกับวิกฤตทั้งศึกนอกและศึกในที่พวกเราต้องสามัคคีและร่วมมือกันในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้

สงคราม...ที่กำลัง'เปลี่ยนโลก'

ตั้งแต่ สงครามรัสเซีย-ยูเครน กำลังอุตลุด ชุลมุน พระสันตะปาปาองค์ก่อน คือ พระสันตะปาปาฟรานซิส ท่านก็เคยสรุปเอาไว้แล้วตั้งแต่นั้นว่า...สิ่งที่เรียกว่า สงครามโลกครั้งที่ 3

ทีม 'วปอ.61' ของ 'หนู'

ศึกชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนที่ 16 แตะไม้ต่อมือจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2569

คำตอบ...อยู่ที่'พระสยามเทวาธิราช'!!!

พวก กูรู-กูรู้ หรือบรรดาผู้เชี่ยวชาญบางราย...เขาถึงกับมองความเป็นไปของโลก ที่กำลังทรหวลปั่นป่วนคลั่ง หรือกำลังเต็มไปด้วยข้อขัดแย้งต่างๆ นานา จนก่อให้เกิด สงคราม อยู่ในทุกวันนี้ ว่าอาจนำมาซึ่งฉากสถานการณ์ที่เลวร้ายเสียยิ่งกว่าครั้งที่เคยเกิด อภิมหาวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หรือที่เรียกๆ

แคนดิเดต 'ผบ.ตร.'

ควันหลงช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา "สีกากี" ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ที่มาเล่นสงกรานต์ร่วมประเพณีปีใหม่ไทย ตามสถานที่ทั่วไป และผู้คนที่พบเห็นภาพ "ตำรวจ" ใช้ปืนฉีดน้ำร่วมเล่นสงกรานต์กับประชาชน