แคนดิเดต 'ผบ.ตร.'

ควันหลงช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา "สีกากี" ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ที่มาเล่นสงกรานต์ร่วมประเพณีปีใหม่ไทย ตามสถานที่ทั่วไป และผู้คนที่พบเห็นภาพ "ตำรวจ" ใช้ปืนฉีดน้ำร่วมเล่นสงกรานต์กับประชาชน บางจุดก็มีการใช้รถติดเครื่องขยายเสียงประชาสัมพันธ์อย่างมีสีสัน โดยเฉพาะภาพ บิ๊กอรรถ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายตำรวจระดับ "พล.ต.ท." เดินถือปืนฉีดน้ำร่วมสนุกย่านสีลมอย่างเป็นกันเอง ไม่ใช่ภาพนายพลที่ดุดัน ไม่ใช่ภาพนายตำรวจผู้ใหญ่ที่จะทำให้คนที่มาเล่นน้ำเกร็งหรือหวาดกลัว เหมือนจะมาจ้องจับ มาคุมเข้มงวดอย่างเดียวแต่อย่างใด ไม่แปลก

ใจที่เมื่อสื่อไปสอบถาม ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. บอกให้คะแนนการทำงานลูกน้องในช่วงสงกรานต์แบบไม่ยั้ง 10 เต็ม10 บอก "การทำงานของตำรวจในปีนี้ ในฐานะเป็น ผบ.ตร. ให้ 10 คะแนน อาจจะมีผิดพลาดอะไรบ้าง แต่ว่าถือว่าเป็นเรื่องของการทำงาน แต่ด้วยความตั้งใจด้วยการทุ่มเทและเสียสละ ให้คะแนนลูกน้อง 10 ขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันสละเวลา แล้วก็ดูแลภาพการทำงาน ทำให้สะท้อนกลับมาสู่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ว่า ตำรวจยอมทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจไปทำงานให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ถือว่าทำได้ดี" ปรบมือชื่นชมๆ

พอผ่านพ้นช่วงสงกรานต์เดือนเมษายน นับเวลาเหลืออีกเพียง 3 เดือนนิดๆ ก็จะเข้าสู่การแต่งตั้ง "ผบ.ตร." คนใหม่ ต่อคิวจาก "ผบ.ต่าย" ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งตามปฏิทินสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วางคิวการแต่งตั้งตำแหน่ง "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" เอาไว้ต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 กรกฎาคม สำหรับปีนี้แคนดิเดตที่มีคุณสมบัติครบในการชิงเก้าอี้ "แม่ทัพใหญ่สีกากี" 4 นายพล เรียงลำดับตามอาวุโส บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่น 43 เกษียณอายุราชการปี 2571 บิ๊กหวาน-พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่น 42 เกษียณอายุราชการปี 2570 บิ๊กราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่น 50 เกษียณอายุราชการปี 2576 และ บิ๊กอู๊ด-พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ นรต.รุ่น 43 เกษียณอายุราชการปี 2572 โดยการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ  พ.ศ. 2565 นายกรัฐมนตรีจะเสนอชื่อให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.พิจารณาให้ความเห็นชอบการคัดเลือกข้าราชการตำรวจเพื่อดำเนินการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ซึ่งตามมาตรา 77 การแต่งตั้ง ผบ.ตร.จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจเอก ซึ่งดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติหรือรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ๐

หากยึดการปฏิบัติงานที่ออกสู่สาธารณะผ่านเพจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูเหมือน บิ๊กราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.จะดูโดดเด่นกว่าเพื่อน เพราะมีการโพสต์การปฏิบัติงานเอาไว้อย่างต่อเนื่อง ตามด้วย บิ๊กหวาน-พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ที่เริ่มโดดเด่นในช่วงวิกฤตพลังงาน ที่มีกลุ่มกักตุนน้ำมัน ส่วน บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. นานๆ จะได้เห็นการปฏิบัติงานที่ถูกโพสต์ผ่านเพจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ที่หายไปไม่ค่อยเห็นในเพจดังกล่าวคงเป็น บิ๊กอู๊ด-พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งหากในช่วงที่เหลืออีก 3 เดือนสุดท้าย ก่อนที่จะถึงช่วงเวลาการคัดเลือก "ผบ.ตร.คนใหม่" ถ้าแคนดิเดตทั้ง 4 รายขยับผลงานผ่านสื่อต่างๆ ให้ได้เห็นอย่างต่อเนื่อง ก็น่าจะทำให้การชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร.ป้ายแดง" สนุกขึ้น ที่สำคัญประชาชนจะได้รู้ ได้เห็นผลงาน "ผู้นำสีกากี" ที่จะมาต่อคิวจาก "ผบ.ต่าย" เหมาะสม คู่ควรขนาดไหน ไม่ใช่แค่พวกอุ้มสม ๐

คดียิงรถยนต์ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ กำลังขยายวงไปไกล หลัง พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ออกมาแถลงความคืบหน้าของคดี แต่มีบางประโยคอ่อนไหวไปกระทบความรู้สึกของคนในพื้นที่ ในขณะเดียวกันก็ถูกฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามรัฐนำไปขยายผลต่อ ลามไปถึงการปล่อยให้ “ไอโอ” แหกสื่อในโลกโซเชียล ยิ่งไปกว่านั้นยังพันไปถึงพรรคการเมืองที่หวังชิงฐานเสียงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะพื้นที่บริเวณนี้ไม่ได้วางเกมได้ง่ายแบบชั้นเดียว เหมือนบ้านใหญ่ในภาคเหนือหรืออีสาน เพราะที่ปลายด้ามขวานมีปัจจัยที่พันกันไปหมด ทั้งเรื่องขบวนการก่อความไม่สงบ ผลประโยชน์ การเมือง สิ่งผิดกฎหมาย ข้าราชการทุกสีที่อยู่ในพื้นที่ สถานการณ์ดังกล่าวจึงมีแต่กลุ่มที่ฉกฉวยสถานการณ์นี้เพื่อชิงความได้เปรียบให้ตัวเอง ๐

เอาเข้าจริงฝ่ายความมั่นคงโดยเฉพาะตำรวจ สามารถไขปริศนาคดียิงรถยนต์ของ สส.กมลศักดิ์ได้ตั้งนานแล้ว เพียงแต่การรวบรวมพยานหลักฐาน จะให้ขีดเส้นไว้แค่ไหน หรือจะใช้ปมอื่นเป็นเหตุจูงใจเพื่อจบคดี ซึ่งเป็นทางเลือกที่เป็น “ทางลง” เพื่อไม่ให้กระทบกับพรรคการเมืองที่กำลังแบ่งเก้าอี้ ระหว่างพรรคสีเขียวและสีน้ำเงิน ในตอนนี้กลุ่ม "บ้านมะทา" ก็เหมือนเข้าไปอยู่ในเงาของภูมิใจไทยกลายๆ เหลือเพียงนราธิวาส เขต 5 หนึ่งเดียวที่ฝ่าปราการเหล็กเข้ามาได้ โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติสนับสนุนอย่างสุดตัว บวกกับกระแสของเจ้าตัวยืนพื้น ดังนั้นปมเหตุจริงๆ ต่างพรรค-ต่างสีล้วนรู้ดี อีกทั้งทุกฝ่ายล้วนมี “คนมีสี” นอกราชการเป็นมือเป็นไม้ กลายเป็น “ม้าใช้” ทางการเมือง รับงานจากนาย ทำให้หลังเหตุการณ์ยิงรถยนต์ สส.กมลศักดิ์แล้ว วันรุ่งขึ้นจึงมีปฏิบัติการเอาคืน แต่ปรากฏว่าฝ่ายที่ถูกเอาคืนเงียบกริบ ๐

หันมาพิจารณาการลงพื้นที่ของ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นแผนที่อำนาจของ “บิ๊กทหาร” ได้คร่าวๆ ไล่ตั้งแต่ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 และเป็นเพื่อนร่วมรุ่น วปอ.กับนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภา ถูกจัดเฉดว่าเป็น สว.สายสีน้ำเงิน รวมไปถึง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เตรียมทหารรุ่น 26 ในสายของ "บุรีรัมย์" ตามมาด้วย พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ซึ่งทำหน้าที่เลขาธิการ กอ.รมน. เตรียมทหารรุ่น 26 ในโครงสร้างสายงาน นอกจากนั้นยังมี พล.ท.สุเมธ พรมตรุษ ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย (ผบ.ศรภ.) เตรียมทหารรุ่น 28 ซึ่งจัดทีม รปภ.นายกฯ ยังไม่นับที่ตามไปสมทบในคณะทั้ง พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส. และ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. เตรียมทหารรุ่น 24 ด้วยกันทั้งคู่ ส่วนเกี่ยวพันอย่างไรให้รอดูการโยกย้ายเดือนตุลาคมนี้ ๐

ย้อนกลับไปดูการส่ง "แม่ทัพยูร" พล.ท.นรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาคที่ 2 มาเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 นอกจากจะเป็นการแก้ไขปัญหาการโยกย้ายในกองทัพภาคที่ 2 แล้ว น่าจะมีเป้าหมายต้องการ "ตัดขาด" อำนาจเดิมออกจากสมการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเมื่อพิจารณาการโยกย้าย 2-3 ครั้งที่ผ่านมา ก็มีจังหวะที่เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 26 ในกองทัพภาคที่ 4 ของ ผบ.ทบ.จะขึ้นมาคุม แต่สุดท้ายก็ไม่ถูกเลือก นอกจากนั้นยังได้ส่งลูกหม้อเดิมในสายเดียวกับ พล.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ และ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 อย่าง "รองอ้วน" พล.ท.วรเดช เดชรักษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 (เตรียมทหารรุ่น 27) เข้ามาเป็นผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 สำนักงานปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายในกองทัพบก หลุดไลน์กองทัพภาคที่ 4 ไปแล้ว แต่พอเกิดเหตุการณ์ “แม่ทัพยูร” พลาด ก็มีสัญญาณถึงโอกาสที่จะกลับมานั่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ และในแผงรองแม่ทัพก็ยังมี "รองคิ้ว" พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน (เตรียมทหารรุ่น 28) ที่มาจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ถูกวางตัวไว้ระยะหนึ่งแล้วพร้อมขึ้นตำแหน่ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำตอบ...อยู่ที่'พระสยามเทวาธิราช'!!!

พวก กูรู-กูรู้ หรือบรรดาผู้เชี่ยวชาญบางราย...เขาถึงกับมองความเป็นไปของโลก ที่กำลังทรหวลปั่นป่วนคลั่ง หรือกำลังเต็มไปด้วยข้อขัดแย้งต่างๆ นานา จนก่อให้เกิด สงคราม อยู่ในทุกวันนี้ ว่าอาจนำมาซึ่งฉากสถานการณ์ที่เลวร้ายเสียยิ่งกว่าครั้งที่เคยเกิด อภิมหาวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หรือที่เรียกๆ

อายุเมืองครบ 244 ปี

และแล้วเมืองรัตนโกสินทร์ที่ถือกำเนิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2325 เวลา 06.54 น.ก็จะอายุครบ 244 เต็ม ปีในวันที่ 21 เมษายน 2569 ย่างเข้า 245 ปี

ใครทำให้เสือกลายเป็นแมวขี้เซา

ตอนเด็กๆ จำได้ว่าคุณครูบอกว่าประเทศไทยเป็น 1 ในเสือ 3 ตัวของ ASEAN ร่วมกับสิงคโปร์และมาเลเซีย บัดนี้ 2 ประเทศนั้นก็ยังคงเป็นเสือ มีความเจริญก้าวหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ความดี-ความชั่ว...ภายใต้โลกยุคใหม่!!!

ถ้ามองเลยไปจากการบ่น การระบาย การด่าทอรัฐบาล ตั้งแต่อนุทิน-ศุภจี-สีหศักดิ์-เอกนิติ หรืออะไรต่อมิอะไรไปตามเรื่อง-ตามราว มองไปถึง สงคราม ระหว่างอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน

เสียงกระซิบจาก ผบ.ทอ.

แสดงความยินดีกับ 60 นายพลตำรวจ วาระเดือนเมษายน ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการตํารวจให้ดํารงตําแหน่งต่างๆ

ลีลาของรัฐบาลอนุทิน 2

ในที่สุดรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้การนำของคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 (รอบที่สอง)