หมอศิริราชเตือนอย่าการ์ดตกไม่งั้นปีใหม่อาจเจอมาตรการเข้มได้!

หมอนิธิพัฒน์เผยได้ดีใจตัวเลขผู้ติดโควิดลดแค่กว่า 1 เดือน ตอนนี้กลับมาแรงอีกครั้ง แนะให้เข้มงวดตัวเองไม่เช่นนั้นฉลองปีใหม่อาจต้องกลับมาเจอกฎเข้มของภาครัฐอีกรอบ!

30 พ.ย.2565 - รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ดีใจกับสถิติโควิดที่เบาบางกันอยู่ได้แค่เดือนกว่า พอย่างเข้าสัปดาห์ที่ 47 ล่าสุดในรูปนี้ ตัวเลขผู้ป่วยที่ต้องรับไว้ในโรงพยาบาล พุ่งไปเป็นเท่าตัวของจุดต่ำสุดราว 2,200 คนเมื่อสัปดาห์ที่ 41 และผู้ป่วยอาการรุนแรงทะลุแนวต้านที่ 500 กลับขึ้นมาใหม่ได้ พร้อมกับข่าวกระเซ็นกระสายผู้เสียชีวิตในชุมชนไม่ทราบเหตุแต่ผลตรวจพบติดเชื้อโควิดร่วมด้วย พอจะดีใจบ้างที่ยอดฉีดวัคซีนเข็มสามเพิ่มมาสองเท่าตัวจากสัปดาห์ก่อน แต่ก็ยังถือว่าจิ๊บจ๊อยมากเพราะยังไม่ถึงหลักหมื่นต่อวัน

เมื่อดูจากการสุ่มตรวจสายพันธุ์ย่อยโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ให้ข่าวเมื่อสัปดาห์ก่อน พบสายพันธุ์ย่อย BA.2.75 เพิ่มมากขึ้นเร็วในช่วงนี้ ทั้งที่เริ่มพบประปรายแล้วมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน คาดว่าอาจเป็นผลนำเข้ามาเมื่อคนไทยกลับจากท่องเที่ยวต่างประเทศ หรือเป็นการเพิ่มจำนวนขึ้นภายในประเทศเองหลังจาก BA.5 เริ่มอ่อนแรง ทั้งในคนที่ไม่เคยติดโอไมครอนมาก่อนเลยหรือคนที่เริ่มติดซ้ำครั้งที่สอง เท่าที่มีข้อมูลจากต่างประเทศ สายพันธุ์ย่อยนี้ยังไม่แสดงความรุนแรงต่างไปจากโอไมครอนอื่นที่มีระบาดอยู่เดิม

หากภาคประชาชนไม่เข้มงวดตัวเอง ปล่อยให้ปัญหาลุกลามต่อ ยิ่งไปเจอวันหยุดยาวถึงสองครั้งในเดือนหน้า ไม่แน่ อาจเห็นมาตรการเข้มงวดโดยภาครัฐเพิ่มขึ้นหลังการผ่อนคลายกันมานานจนชักชินชา โอกาสที่จะฉลองเทศกาลปีใหม่แบบจำกัดขอบเขตยังมีความเป็นไปได้สำหรับปีนี้ ไม่เหมือนทีมบอลจากแดนน้ำหอมที่แบเบอร์เข้ารอบสองเป็นชาติแรก รอลุ้นกันว่าบราซิลจะเป็นชาติที่สองตามมาได้หรือไม่ #เข้มงวดตัวเองชะลอโควิดระลอกใหม่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ผู้ว่า สตง.' ลุยตรวจโครงการลำตะคอง พบสะดุดโควิดงบล่าช้า

นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมคณะสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่วนกลาง และจังหวัดฯ ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าของโครงการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ลำตะคอง

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

กองทัพเรือเปิดชื่อ 11 บริษัทชิงเค้กจัดหาเรือฟริเกต

ทร.เปิดชื่อ11 บริษัทถูกเชิญให้ยื่นข้อเสนอต่อ“เรือฟริเกต“ เผย 3 บริษัทเกาหลีฯอยู่ในลิสต์รายชื่อ พร้อมย้ำข้อกำหนดต้องต่อเรือในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 พร้อมเปิดภาคประชาชนร่วมสังเกตการณ์ทุกขั้นตอน