'นิด้าโพล' เปิดผลสำรวจพบประชาชนไม่ค่อยเชื่อมั่นองค์กรตำรวจ

22 ม.ค. 2566 – ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “ความเชื่อมั่นต่อองค์กรตำรวจในสายตาของประชาชน” ทำการสำรวจระหว่าง วันที่ 18-20 มกราคม 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความเชื่อมั่นต่อองค์กรตำรวจในสายตาของประชาชน การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่าง ด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงความรู้สึกหวาดกลัวต่อภัยอาชญากรรมของประชาชน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 35.65 ระบุว่า ค่อนข้างหวาดกลัว รองลงมา ร้อยละ 33.51 ระบุว่า หวาดกลัวมาก ร้อยละ 17.63 ระบุว่า ไม่ค่อยหวาดกลัว และร้อยละ 13.21 ระบุว่า หวาดกลัวน้อย

ด้านประเภทคดีอาชญากรรมที่ประชาชนรู้สึกหวาดกลัวในสถานการณ์ปัจจุบัน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 40.46 ระบุว่า คดีอาชญากรรมออนไลน์ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การพนันออนไลน์ หลอกลวงขายของออนไลน์ รองลงมา ร้อยละ 24.66 ระบุว่า คดียาเสพติด เช่น ซื้อ ขาย หรือเสพยาเสพติด หลอนจากการเสพยา ร้อยละ 15.27 ระบุว่า คดีฆาตกรรมหรือทำร้ายร่างกาย ร้อยละ 9.00 ระบุว่า คดีฉ้อโกงประชาชน เช่น การหลอกลงทุน การเล่นแชร์ ร้อยละ 5.42 ระบุว่า คดีความผิดเกี่ยวกับเพศ เช่น ข่มขืน อนาจาร และร้อยละ 5.19 ระบุว่า คดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ เช่น ลักทรัพย์ ปล้นทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ รีดเอาทรัพย์

ส่วนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการนำเสนอข่าวหรือการแถลงข่าวเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 39.01 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อมั่น รองลงมา ร้อยละ 26.72 ระบุว่า เชื่อมั่นน้อย ร้อยละ 25.34 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อมั่น และร้อยละ 8.93 ระบุว่า เชื่อมั่นมากเมื่อถามถึงการใช้บริการบนสถานีตำรวจของประชาชนในรอบ 1 ปี พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 80.23 ระบุว่า ไม่เคยใช้บริการ ขณะที่ ร้อยละ 19.77 ระบุว่า เคยใช้บริการ ซึ่งตัวอย่างที่ระบุว่า เคยใช้บริการ (จำนวน 259 หน่วยตัวอย่าง) ร้อยละ 34.75 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ รองลงมา ร้อยละ 22.78 ระบุว่า พอใจมาก ร้อยละ 22.01 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ และร้อยละ 20.46 ระบุว่า พอใจน้อย

ด้านสายงานของตำรวจที่ประชาชนชื่นชอบ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 29.08 ระบุว่า ด้านการสืบสวนอาชญากรรม เช่น ฝ่ายสืบสวนนอกเครื่องแบบ เสาะหาพยานหลักฐาน จับกุมคนร้าย รองลงมา ร้อยละ 27.02 ระบุว่า ด้านการจัดการจราจร ร้อยละ 22.06 ระบุว่า ด้านการป้องกันและปราบปราม เช่น สายตรวจ ตำรวจชุมชนสัมพันธ์ ฝากบ้านไว้กับตำรวจ ร้อยละ 12.83 ระบุว่า ไม่ชื่นชอบการปฏิบัติงานของตำรวจในสายงานใดเลย และร้อยละ 9.01 ระบุว่า ด้านการสอบสวน เช่น รับแจ้งความ รับแจ้งเอกสาร อำนวยความเป็นธรรมในการดำเนินคดี

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงลักษณะตำรวจที่ดีในมุมมองของประชาชน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 37.18 ระบุว่า มีคุณธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ โปร่งใส ตรวจสอบได้ รองลงมา ร้อยละ 25.73 ระบุว่า ทำงานรวดเร็ว เสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ ร้อยละ 17.86 ระบุว่า การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี สุภาพ ยิ้มแย้มแจ่มใส ในการให้บริการประชาชน ร้อยละ 11.53 ระบุว่า บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ร้อยละ 3.74 ระบุว่า สามารถควบคุมอารมณ์และการแก้ไขสถานการณ์ได้ดี ร้อยละ 2.05 ระบุว่า มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการปฏิบัติงาน และร้อยละ 1.91 ระบุว่า มีบุคลิกภาพ มีความเป็นผู้นำ และเป็นแบบอย่างที่ดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

โพลชี้คนใต้ส่วนใหญ่หนุน 'แลนด์บริดจ์' แต่กังวลปัญหาสิ่งแวดล้อม

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2569

รัฐบาลปลื้ม! ช่วยค่าครองชีพเสียงตอบรับดี จ่ออุ้มค่าไฟ ลุยไทยช่วยไทยพลัส

รัฐบาลติดตามความเห็นประชาชน หลัง 'นิด้าโพล' ชี้ 12 มาตรการช่วยค่าครองชีพ เสียงตอบรับดี เตรียมเสริม 'ค่าไฟ–ไทยช่วยไทย พลัส' เริ่ม มิ.ย.นี้

นิด้าโพลเผยคนส่วนใหญ่พอใจ มาตรการช่วยค่าครองชีพของรัฐบาล

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “พอหรือเปล่า มาตรการช่วยค่าครองชีพ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20 - 21 เมษายน 2569