ราชกิจจาฯ แพร่ ข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยฯ

9 ธ.ค.2564 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษษ เผยแพร่ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย การนำเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติมาใช้แทนการลงโทษ หรือการให้ส่งตัวจำเลยไปเข้ารับการบำบัดรักษาในความผิดฐานเสพยาเสพติดหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพพ.ศ. 2564

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 170 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด และมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาออกข้อบังคับว่าด้วยการเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย การนำเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติมาใช้แทนการลงโทษ หรือการให้ส่งตัวจำเลยไปเข้ารับการบำบัดรักษาในความผิดฐานเสพยาเสพติดหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพพ.ศ. 2564 ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า“ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย การนำเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติมาใช้แทนการลงโทษ หรือการให้ส่งตัวจำเลยไปเข้ารับการบำบัดรักษาในความผิดฐานเสพยาเสพติดหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ พ.ศ. 2564”

ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 เมื่อกรณีเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 166 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด และศาลจะลงโทษจำคุก หากศาลเห็นสมควร ศาลอาจพิจารณาเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยตามประมวลกฎหมายอาญา หรือนำเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติข้อหนึ่งข้อใด หรือหลายข้อตามมาตรา 56 แห่งประมวลกฎหมายอาญา มาใช้แทนการลงโทษ ตามระยะเวลาที่ศาลกำหนดแต่ต้องไม่เกินกว่าสองปี

ในกรณีที่ศาลเห็นว่าเหตุที่ให้ใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย หรือพฤติการณ์ที่เกี่ยวแก่การกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติเปลี่ยนแปลงไป ศาลอาจไต่สวนก่อนที่จะมีคำสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงก็ได้

ข้อ 4 หากความปรากฏแก่ศาลว่าจำเลยฝ่าฝืนหรือผิดเงื่อนไข แต่ศาลเห็นว่าจำเลยยังอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขปรับปรุง หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขต่อไปได้ ศาลอาจว่ากล่าวตักเตือน และกำชับจำเลยให้ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขโดยเคร่งครัด หรือกำหนดวิธีการหรือเงื่อนไขใหม่เพื่อความเหมาะสม หากจำเลยฝ่าฝืนหรือผิดเงื่อนไขโดยไม่มีเหตุอันสมควร และการให้ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขต่อไปจะไม่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปรับปรุงพฤติกรรมของจำเลย ให้ศาลพิจารณาลงโทษจำเลยตามความเหมาะสมต่อไป

ข้อ 5 เมื่อกรณีเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 168 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด และศาลเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดียังไม่สมควรลงโทษจำเลย หากจำเลยสำนึกในการกระทำโดยตกลงเข้ารับการบำบัดรักษา เมื่อศาลสอบถามพนักงานอัยการแล้ว หากศาลเห็นสมควร ศาลอาจพิจารณาส่งตัวจำเลยไปยังสถานพยาบาลยาเสพติดเพื่อเข้ารับการบำบัดรักษา โดยในชั้นนี้ ให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย

กรณีตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลออกหนังสือส่งตัวจำเลยไปยังสถานพยาบาลยาเสพติดในท้องที่โดยระบุให้สถานพยาบาลยาเสพติดแจ้งความคืบหน้าในการบำบัดรักษาให้ศาลทราบในระยะเวลาอันสมควร และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว เพื่อรอฟังผลการบำบัดรักษา

เมื่อศาลได้รับแจ้งการรับรองเป็นหนังสือว่าจำเลยเป็นผู้ผ่านการบำบัดรักษาเป็นที่น่าพอใจจากหัวหน้าสถานพยาบาลยาเสพติดหรือสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ให้ศาลนัดพร้อมคู่ความเพื่อมีคำสั่งยุติคดี โดยให้จำเลยพ้นจากความผิดและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ กับมีคำสั่งเกี่ยวกับของกลางด้วย

หากศาลได้รับแจ้งผลการบำบัดรักษาจำเลยจากสถานพยาบาลยาเสพติดว่าการบพบัดรักษาไม่เป็นที่น่าพอใจหรือจำเลยไม่ให้ความร่วมมือ ให้ศาลยกคดีขึ้นพิจารณาพิพากษาต่อไปโดยเร็ว

ข้อ 6 ในการพิจารณาพิพากษาตามข้อบังคับนี้สำหรับผู้กระทำความผิดแต่ละคน ให้ศาลคำนึงถึงหลักการตามมาตรา 165 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีดังต่อไปนี้

(1) การสงเคราะห์ให้จพเลยเลิกเสพยาเสพติดยิ่งกว่าการลงโทษ

(2) ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลยว่ามีผลร้ายแรงต่อสังคมเพียงใด และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำเลยจากการสอบถามจำเลย บุคคลในครอบครัว บุคคลที่จำเลยพักอาศัยอยู่ด้วย ผู้เกี่ยวข้องอื่นในคดี รายงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง การสืบเสาะและพินิจจำเลย สำนวนการสอบสวน หรือการไต่สวนประการอื่นใด ว่าจำเลยมีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้นได้หรือไม่เพียงใด

(3) ชนิดและฤทธิ์ของยาเสพติดที่เสพหรือครอบครองเพื่อเสพ ที่อาจส่งผลต่อสภาพร่างกายและสภาพจิตใจที่แตกต่างกัน และวิธีการเยียวยาแก้ไขที่ต่างกัน จ านวนที่เสพหรือครอบครองเพื่อเสพการเสพเป็นครั้งคราวหรือประจพ หรือเสพเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานบางอย่าง

ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัย ศาลพึงไต่สวนถึงมาตรฐานการตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในร่างกายของจำเลยโดยเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตพรวจ และอาจสั่งให้มีการตรวจสอบใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ข้อ 7 ให้สำนักงานศาลยุติธรรมจัดทำและพัฒนาระบบงานธุรการและวิธีปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย การคุมความประพฤติของจำเลย และการส่งตัวจำเลย ให้สถานพยาบาลยาเสพติดเพื่อเข้ารับการบำบัดตามข้อบังคับนี้ การประสานงานกับหน่วยงานอื่นรวมถึงการจัดทำและรายงานสถิติคดีที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีจำเป็นต้องมีวิธีการใดในทางธุรการเพื่อให้การปฏิบัติตามข้อบังคับนี้เป็นไปโดยเรียบร้อย ให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นผู้กำหนดวิธีการนั้น

ข้อ 8 ให้ประธานศาลฎีกาเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้
ประกาศ ณ วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564
ปิยกุล บุญเพิ่ม
ประธานศาลฎีกา อ่านต้นฉบับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทักษิณ' ลุ้น 29 เม.ย. ราชทัณฑ์ไฟเขียวพ้นคุก 11 พ.ค. พักโทษจันทร์ส่องหล้า

'บรรณพจน์' เยี่ยม 'ทักษิณ' เผยเจ้าตัวโอเคดี 'ทนายวิญญัติ' หวังราชทัณฑ์ถกด่านสุดท้าย 29 เม.ย ไฟเขียวพ้นคุก 11 พ.ค. ยันยื่นบ้านจันทร์ส่องหล้าเป็นสถานที่พักโทษ

'มิน-แซม' มาตามนัด! อัยการส่งตัวฟ้องศาล ลุ้นประกัน

พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษนัด น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี และนายยุรนันท์ ภมรมนตรี สองนักแสดงชื่อดัง ผู้ต้องหาในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน

'ปู มัณฑนา' รอดคุก ศาลให้ประกัน ติดกำไลอีเอ็ม คดีฉ้อโกงลูกหมี

ที่ศาลแขวงพระนครใต้ มีคำพิพากษาคดี น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรี โจทก์ ยื่นฟ้อง นางมัณฑนา หิมะทองคำ จำเลย ความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4