
ตำรวจสมุทรปราการ รวบตัวชายวัย 41 ปี แทงสาวอายุ 23 ปี เสียชีวิตหน้าลิฟท์คอนโดย่านบางพลี เกิดอารมณ์หื่นเมียเพิ่งคลอดลูก
27 ธ.ค.2564-ความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกเข้าไปก่อเหตุใช้มีดแทงสาววัย 23 ปี จนเสียชีวิต ในคอนโดย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวชายผู้ต้องสงสัยซึ่งพักอาศัยอยู่ที่ชัน 3 อาคารเดียวกับที่เกิดเหตุมาสอบปากคำหลังจากเจ้าหน้าที่ไปพบหลักฐานบางอย่างที่เชื่อมโยงในคดีนี้
โดยช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 ได้เดินทางดูสถานที่เกิดเหตุ และเปิดเผยว่า ตอนนี้ได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 9 คน โดยทุกคนให้การเป็นประโยชน์ ล่าสุดสามารถคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 1 คน พบเป็นชาย 41 ปี ที่อาศัยอยู่ภายในตึกเดียวกับผู้เสียชีวิต อยู่ที่ชั้น 3 ห้องเลขที่ 9 ซึ่งอยู่ใกล้บันไดหนีไฟ จากแนวทางการสืบสวนของตำรวจพบผู้ต้องสงสัยรายนี้ เห็นผู้เสียชีวิตเดินลงมาบริเวณด้านล่าง ซึ่งเจ้าตัวเดินสวนขึ้นลิฟต์ไป ซึ่งได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิด (ชายเสื้อขาว ) จากนั้นได้เดินขึ้นห้องและเปลี่ยนเสื้อจากสีขาวเป็นสีน้ำเงิน และเดินเข้าห้องของผู้เสียชีวิตเพื่อไปดักรอภายในห้อง หวังข่มขืน คาดว่าห้องของผู้เสียชีวิตอาจไม่ได้ล็อคประตู โดยไปหลบซ่อนตัวในตู้เสื้อผ้า รอจนผู้เสียหายกลับเข้ามาในห้องพัก ผู้ก่อเหตุได้ออกมาจากตู้เสื้อผ้าและพยายามที่จะล่วงละเมิดทางเพศ แต่ผู้ตายขัดขืนต่อสู้ ผู้ก่อเหตุจึงได้ใช้มีดปลายแหลมที่พกติดตัวมาแทงเข้าที่ต้นขาผู้ตายไป 1 ครั้ง ก่อนที่จะเดินเท้าเปล่าเปื้อนเลือดหลบหนีออกมาจากห้อง ลงมาทางบันได้หนีไฟด้านข้างจนมาเจอพยานที่ชั้น 6 จากนั้นหลบหนีลงบันไดมาที่ชั้น 3 ผ่านห้องตัวเองไปหยุดที่ราวตากผ้ากลางอาคารที่ชั้น 3 และเดินวนไปขึ้นบันได้หนีไฟกลางตึกขึ้นมาที่ชั้น 5 โดยมีคราบเลือดตลอดทางเดินจนกระทั่งคราบเลือดมาหายไปที่หน้าห้องว่างที่ชั้น 5 เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบไปพบเสื้อสีน้ำเงินเปื้อนคราบเลือดและปลอกมีดถูกทิ้งไว้ในชักโครกของห้องดังกล่าว
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมและเคาะประตูห้องพิสูจน์ทราบตัวบุคคลหาตัวผู้ต้องสงสัยทุกห้องตั้งแต่หลังเกิดเหตุ จัดทำประวัติและถ่ายรูปตัวบุคคลไว้ทุกราย จนกระทั่งฝ่ายสืบสวนไปพบเบาะแสของชายต้องสงสัยรายหนึ่งตามภาพวงจรปิดที่ปรากฎว่าเป็นบุคคลที่เคยขึ้นไปเดินเปิดประตูตามห้องพักที่ชั้น 8 มาแล้วก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่จึงย้อนกลับมาตรวจสอบรูปพรรณสัณฐานที่ทำประวัติผู้พักอาศัยในคอนโดอีกครั้งทุกรายเพราะมั่นใจว่าคนร้ายเป็นคนที่พักอาศัยในคอนโดแห่งนี้ จนกระทั่งไปพบผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไปเรียกตรวจที่ห้องพักเจ้าตัวออกมาพบในลักษณะเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ จึงซูมดูที่รูปถ่ายและพบบาดแผลรอยขีดข่วนที่นิ้วกลางมือข้างซ้ายจึงกลายเป็นหลักฐานสำคัญ ที่เชื่อว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้น่าจะเป็นผู้ก่อเหตุ จึงเชิญตัวมาสอบปากคำและประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บหลักฐานภายในห้องเพื่อหาคราบเลือดตามห้องน้ำภายในห้องพักชายคนดังกล่าวซึ่งผลปรากฏหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันพบคราบเลือดที่ห้องน้ำ อ่างล้างหน้า และภาชนะตักน้ำบางอย่างภายในห้องพักของชายต้องสงสัย
ล่าสุดชายต้องสงสัยคนดังกล่าวได้ยอมเปิดปากรับสารภาพแล้วว่า ได้กระทำการดังกล่าวจริงเนื่องจากจำนนต่อหลักฐาน โดยอ้างว่าขณะก่อเหตุอยู่ในอาการมึนเมาและเกิดอารมณ์เนื่องจากภรรยาพึ่งคลอดลูกได้เพียง 15 วัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และพกพาอาวุธมีดไปในเมืองหรือหมู่บ้านางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรก่อนควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เลขาฯสมช.' รอ 'ผบ.ตร.' แจงคดีชายชาวจีนซุกอาวุธสงคราม ปัดตอบมั่นคงหละหลวม
เลขาฯสมช. รอ ผบ.ตร. แจงปมชายชาวจีนครอบครองอาวุธสงคราม ปัดตอบมั่นคงหละหลวม 'พล.ต.อ.สำราญ' ระบุ อยู่ระหว่างสอบสวน
'บ้านจันทร์ส่องหล้า' พร้อมรับ 'ทักษิณ' จับตานักการเมืองแห่พบ
'บ้านจันทร์ส่องหล้า' พร้อมรับ 'ทักษิณ' พักโทษพ้นคุก ขณะที่มวลชนเสื้อแดง กทม. แห่มาคึกคัก จับตานักการเมืองเข้าพบนายใหญ่
'คลองเปรม' แทบแตก! วิญญัติ-พท.-เสื้อแดงแห่รับ 'ทักษิณ'
'ทนายวิญญัติ' เดินทางถึงเรือนจำฯ สีหน้ายิ้มแย้ม รอรับ 'ทักษิณ' พักโทษพ้นคุก ส่วนมวลชนเสื้อแดงแห่มาให้กำลังใจคับคั่ง ขณะที่ตำรวจหลายร้อยนายตรึงกำลังดูแลความปลอดภัย
หนุ่มลาวอกหัก เตรียมโดดน้ำประชดชีวิต พลเมืองดีช่วยไว้ทัน
เมื่อเวลา 00.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปู รับแจ้งเหตุมีชายพยายามจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย บริเวณสะพานซาซ่า คลองชลประทาน ถนนสุขุมวิท ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง
ส้มจี้ 'สตช.' อย่าตัดตอนคลังแสงหนุ่มจีน ชี้เร่งสืบสวนเพิ่มขยายผล
'สส.ปชน.' จี้ 'สตช.' สืบสวนเพิ่มกรณีพบคนจีนครอบครองอาวุธสงคราม-ระเบิดจำนวนมากอย่างรอบคอบ หลัง 'ผบ.ตร.' แถลงอ้างผู้ต้องหาแค่สะสม บอก ถ้าชอบทำไมสะสมของอานุภาพแรงขนาดนี้ ถาม กลับ หากเกิดเหตุจริงใครจะรับผิดชอบ
ไม่รอด‘กรมการท่องเที่ยว’บุกจับกองถ่ายหนังจีนเถื่อนไร้อนุญาตถ่ายในไทย
‘กรมการท่องเที่ยว’ คุมเข้มหลังเจ้าหน้าที่บุกตรวจแกลเลอรี่ย่านหางดง พบกองถ่ายภาพยนตร์จีน ‘The Puppet’ยังไม่ได้รับอนุญาตถ่ายทำในไทย เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯ โทษปรับสูงสุด 1 ล้านบาท เตรียมสอบเพิ่มต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย ย้ำเอาจริงคุ้มครองมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย

