
14 ม.ค. 2565 – พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น
ปัจจุบัน ปัญหาอาชญากรรมในโลกออนไลน์หลายรูปแบบ เช่น การหลอกลวงซื้อขายของ, การหลอกลงทุนแชร์ออนไลน์ แชร์ลูกโซ่, การหลอกรักออนไลน์ (Romanc Scam), การหลอกรักร่วมลงทุน (Hybrid Scam) รวมไปถึงการพนันออนไลน์ การซื้อขายสิ่งของผิดกฎหมายในโลกออนไลน์ ถือเป็นอาชญากรรมที่พี่น้องประชาชนตกเป็นเหยื่อและได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก
โดยหนึ่งในวงจรกระทำความผิดที่สำคัญคือการใช้บัญชีธนาคารรับโอนเงินจากการกระทำความผิด โดยกลุ่มมิจฉาชีพจะรับซื้อบัญชีธนาคารจากบุคคลอื่นหรือจ้างผู้อื่นเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิด มีการประกาศโฆษณารับซื้อบัญชีธนาคารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เหตุผลที่มิจฉาชีพต้องนำบัญชีผู้อื่นมาใช้ในการกระทำความผิด เพราะต้องการที่จะปกปิดตัวตนของตนเอง ไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวมาดำเนินคดีได้โดยง่าย ซึ่งในส่วนผู้รับซื้อหรือจ้างวานให้บุคคลอื่นเปิดบัญชีธนาคาร หากตรวจสอบพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจะได้ดำเนินการสืบสวนปราบปรามจับกุมดำเนินคดีต่อไป
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเตือนไปยังพี่น้องประชาชน ที่มีพฤติกรรมรับจ้างเปิดบัญชี หรือขายบัญชีธนาคารให้กับบุคคลอื่น ให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว และรีบไปติดต่อกับธนาคารเพื่อขอปิดบัญชีธนาคารดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อหยุดวงจรการฉ้อโกงออนไลน์และความผิดอื่น ที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ และหากพบว่าบัญชีธนาคารดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดและท่านรู้ถึงพฤติกรรมดังกล่าวแต่ยังยินยอมให้มิจฉาชีพนำบัญชีของท่านไปใช้ในการกระทำความผิด ท่านอาจถูกดำเนินคดี ดังนี้
1.ในฐานะตัวการร่วมในการกระทำความผิด ต้องระวางโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83
2.ผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด ต้องระวางโทษสองในสามส่วน ของโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
3.ความผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษจำคุก 1 – 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
หากพี่น้องประชาชนพบเห็นคนบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์รับจ้างเปิดบัญชี หรือขายบัญชีธนาคารให้กับบุคคลอื่น สามารถแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วน 191 และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไม่เบี้ยว! 'ป้าดา' ควง 'ป้าไข' ให้การตำรวจ คดีบุกรุกวัดป่าอดุลฯ
ที่ สภ.เมืองขอนแก่น น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” ทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี และนางบัวไข สรสมุทร หรือ “ป้าไข” ผู้จัดการมรดกนายเฮียง พิมพ์ศรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก
เริ่มแล้ว! ตร. สั่ง 1 ต.ค. ทำบัญชีแต่งตั้ง 'รอง ผบก. - สว.' คลอดภายใน 30 พ.ย.
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งทุกหน่วยเตรียมข้อมูลแต่งตั้ง 'รอง ผบก. - สว.' เริ่ม 1 ต.ค. เคาะคำสั่งภายใน 30 พ.ย.นี้
ตร.ตั้งข้อหาหนัก 'สมีโชติ-สีกาเอ๋' ยึดทรัพย์ 215 ล้าน ค้นกุฏิซุกเงิน-ทองเพียบ
กองปราบแถลงจับ 'สมีโชติ' อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ยึดทรัพย์ได้ 215 ล้านบาท ค้นกุฎิเจอทั้งเงินสด-ทองแท่ง พบในบัญชี 290 ล้าน รวมถึงบ้านสีกาเอ๋ ตำรวจแจ้งข้อหาหนักร่วมกันฟอกเงิน
'สารวัตร อ.' ขับรถชนเด็ก16แล้วหนี เข้ามอบตัวรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา 'ตร.' ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
‘สารวัตร อ.’ มอบตัวแล้วเดินทางมาพร้อมกับทนาย เป็นการเผชิญหน้ากับครอบครัวน้องข้าวปั้นเป็นครั้งแรกกล่าวคำขอโทษพร้อมเยียวยา ด้านรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลกยืนยันทำคดีตรงไปตรงมา รับสารภาพ 2 ข้อหา เร่งตรวจเลือด-DNA หาหลักฐานเพิ่ม
คุก 2 ปี! 'ตะวัน ทะลุวัง' คดีไลฟ์สดขบวนเสด็จฯ
ศาลอาญาจำคุก 'ตะวัน ทะลุวัง' 2 ปี ไม่รอลงอาญา ผิดมาตรา 112 ปมไลฟ์สดขบวนเสด็จฯ พร้อมปรับ 600 บาทฐานฝ่าฝืนคำสั่งตำรวจ
'อินฟลูฯดัง' แจ้งจับแก๊งสาวสองพัทยา บังคับลบคลิป
อินฟลูฯ TikTok หอบหลักฐานแจ้งความ โดนแก๊งสาวสองเจ้าถิ่นข่มขู่บังคับลบคลิป หลังมาถ่ายคอนเทนต์ แต่โดนหาเรื่องว่ามาขายบริการ

