กองปราบเปิดปฏิบัติการ “The Red Line เส้นตายสายกดเงิน” ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ “นายร้อยปอยเปต” หลอกหมอเหยื่อคดีฟอกเงิน บังคับวิดีโอคอลเปิดฉากหลังเป็นโรงพัก พร้อมใช้หมายศาลปลอมกดดันให้โอนเงิน พบเครือข่ายพัวพัน 76 คดี ความเสียหายรวมกว่า 123 ล้านบาท
20 พฤษภาคม 2569 - ว่าที่ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 และกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 13 ราย ในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน หลังสืบสวนขยายผลเครือข่ายสแกมเมอร์ “นายร้อยปอยเปต” ที่ใช้วิธีหลอกลวงผู้เสียหายผ่านวิดีโอคอล
คดีนี้เริ่มจากแพทย์รายหนึ่งเข้าแจ้งความผ่านระบบ Thai Police Online หลังถูกคนร้ายอ้างตัวเป็น “นายร้อยปอยเปต” ติดต่อมาข่มขู่ว่าเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน พร้อมบังคับให้วิดีโอคอล โดยใช้ฉากหลังคล้ายสถานีตำรวจ รวมทั้งส่งเอกสารปลอมอ้างเป็นหมายศาลและคำสั่งจากสำนักงาน ปปง. เพื่อสร้างความหวาดกลัวจนผู้เสียหายหลงเชื่อ
จากนั้นกลุ่มคนร้ายสั่งให้ผู้เสียหายแชร์หน้าจอโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง นานถึง 5 วัน พร้อมบังคับเปิดแอปธนาคารเพื่อตรวจสอบยอดเงิน และกดดันให้โอนเงินทั้งหมดเข้าสู่บัญชีที่อ้างว่าใช้ “ตรวจสอบเส้นทางการเงิน”
แนวทางสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาแบ่งหน้าที่กันเป็นทอด ๆ ทั้งบัญชีม้ารับโอนเงิน และม้ากดเงินสดกระจายอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเร่งถอนเงินสดทันทีหลังเหยื่อโอนเงินเข้าบัญชี ลดร่องรอยเชื่อมโยงกับขบวนการใหญ่ ก่อนนำเงินกลับเข้าสู่วงจรสแกมเมอร์
ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาบางส่วนทำหน้าที่บัญชีม้ารับโอนแถวแรก บางส่วนเป็นบัญชีพักเงินแถวสองและแถวสาม ขณะที่อีกกลุ่มมีหน้าที่ตระเวนถอนเงินสดตามคำสั่ง เพื่อส่งต่อให้เครือข่ายคอลเซ็นเตอร์
จากการตรวจสอบฐานข้อมูล Thai Police Online พบว่า เครือข่ายดังกล่าวพัวพันคดีออนไลน์มากถึง 76 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 123 ล้านบาท ก่อนพนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานขอศาลอาญาธนบุรีอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 13 ราย ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ, สมคบฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน
ต่อมา กองบังคับการปราบปรามเปิดปฏิบัติการ “The Red Line เส้นตายสายกดเงิน” เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายใน 8 จังหวัดทั่วประเทศ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 10 ราย
ระหว่างสอบสวน หนึ่งในผู้ต้องหาอ้างว่า ตนเองก็เคยถูก “นายร้อยปอยเปต” หลอกในลักษณะเดียวกัน โดยถูกข่มขู่ว่าบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน และถูกเร่งให้โอนเงินออกจากบัญชี พร้อมมอบคลิปบันทึกหน้าจอการสนทนาให้ตำรวจใช้เป็นหลักฐานขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงดังกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฝันเป็นเถ้าแก่น้อย! โจ๋ 17 ขนไอซ์ 105 กก. ค่าจ้าง 1.3 แสน วกหาแฟนสาววัย 15 ก่อนถูกจับ
ตำรวจนครพนมรวบเยาวชนวัย 17 ปี พร้อมไอซ์ 105 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท รับงานขนยาแลกค่าจ้าง 1.3 แสนบ
ตม.ภูเก็ตปิดเกม! รวบหนุ่มยูเครนหนีหมายแดง แก๊งฉ้อโกงคริปโตฯ
ตม.ภูเก็ต รวบหนุ่มยูเครนวัย 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายแดงตำรวจสากล หลังพบหลบหนีคดีฉ้อโกงจากกรุงเคียฟ เผยพฤติการณ์สร้างบัญชี
สลด! ลูกเลี้ยงคลั่งฆ่าคนรักแม่ แทงยับ-ชิงปืนยิงซ้ำ ก่อนเผ่นหนี
เหตุสลดกลางเมืองสงขลา ชายวัย 53 ถูกทำร้ายเสียชีวิตหน้าบ้าน ญาติให้การปมขัดแย้งลูกเลี้ยงไม่พอใจมาติดพันแม่ ก่อนเห
เปิดปมหึงเลือด! นศ.ปวส.กลับห้องแฟน เจอภาพบาดตา ก่อนหนุ่มจีนดับสลด
คดีหนุ่มจีนวัย 20 ปี เสียชีวิตในหอพักย่านนาจอมเทียน ตำรวจตามตัวนักศึกษา ปวส.2 ก่อนผู้ปกครองพาเข้ามอบตัว เจ้าตัวเปิดปากเล่านาทีเข้าไ
คุม 2 โจ๋ทำแผนฯ ฉุดหญิงหวังข่มขืนในห้องน้ำสาธารณะ อ้างเมาแล้วเกิดอารมณ์
ตำรวจ สภ.บ้านฝาง คุมตัว 2 ผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังร่วมกันฉุดหญิงขณะออกกำลังกายหวังพาเข้าห้องน้ำสาธาร
รวบหนุ่มเมืองคอนค้ายานรก ซุกหน้าบ้านกลางเมืองนครศรีฯ
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนครศรีธรรมราช สนธิกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด พร้อมตรวจยึดยาบ้าจำนวน 52,000 เม็ด บริเวณหน้าบ้

