
10 มี.ค. 2566 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กของทางสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ ได้มีการโพสต์คลิป ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจช่วยเหลือประชาชนที่รถกระบะคันหนึ่ง ซึ่งจอดน้ำมันหมดอยู่กลางทาง พร้อมระบุข้อความว่า “ยินดีรับใช้ครับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 191 ระหว่างที่ออกตรวจในเขตพื้นที่มาถึงบริเวณสามแยกหน้าโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม พบรถยนต์กระบะจอดกีดขวางลักษณะเสีย ไปต่อไม่ได้ ลูกข่ายจึงหยุดรถลงไปสอบถาม แจ้งว่าน้ำมันน่าจะหมด จึงให้การช่วยเหลือพาเจ้าของรถไปซื้อน้ำมันมาเติมให้ ได้รับความขอบคุณเป็นอย่างมาก” จากนั้นโซเชียลได้มีการนำคลิปดังกล่าวไปแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์หลายช่องทาง ก็มีคนเข้ามาชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นายเป็นจำนวนมาก
จากนั้นผู้สื่อข่าวก็ได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อตามหาตำรวจน้ำใจงามทั้ง 3 นาย ซึ่งก็ได้พบกับตำรวจทั้ง 3 นาย กำลังจะออกปฏิบัติหน้าที่พอดี ประกอบด้วย จ.ส.ต.สุทธิรักษ์ สิงหชัย อายุ 37 ปี, ส.ต.อ.ดวงทวี เสาวโค อายุ 27 ปี และ ส.ต.ท.ณัฐกรณ์ ดีเสมอ อายุ 24 ปี ซึ่งทั้ง 3 นาย เป็นตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ ชุดที่ 4

ซึ่งจากการสอบถามทราบว่า จ.ส.ต.สุทธิรักษ์ ได้ขับรถจักรยานยนต์ออกตรวจความเรียบร้อยตามปกติ บังเอิญเจอรถกระบะคันหนึ่งจอดอยู่ใกล้กับบริเวณสามแยกหน้า ร.ร.บุรีรัมย์พิทยาคม ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ โดยเปิดฝากระโปรงอยู่ จึงได้จอดรถลงไปสอบถามถึงทราบว่ารถน้ำมันหมด จึงได้อาสาพาไปซื้อน้ำมันที่ปั้ม ซึ่งก่อนจะขับรถพาไปซื้อน้ำมันก็ได้ประสานให้ตำรวจอีก 2 นาย คือ ส.ต.อ.ดวงทวี และ ส.ต.ท.ณัฐกรณ์ มาช่วยเฝ้ารถไว้ และเข็นรถไปจอดแอบริมถนนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุด้วย หลังจากเจ้าของรถกระบะคันดังกล่าวเติมน้ำมันเสร็จก็สามารถไปต่อได้
พ.ต.ท.ธนานนท์ ไชยสิน รอง ผกก.ป้องกันปราบปราม สภ.เมืองบุรีรัมย์ ระบุว่า ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , ตำรวจภูธรภาค 3 , ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ ก็ได้มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคอยให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่แล้ว ซึ่งบางกรณีก็อยู่นอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่ อย่างเช่นเคสนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจที่ออกตรวจตราตามหน้าที่ ก็ได้มีการสังเกตพบรถยนต์ของประชาชนจอดอยู่ในลักษณะเปิดฝากระโปรง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจึงได้เข้าไปสอบถามเพื่อให้ความช่วยเหลือ
ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจหลายสายงาน ก็ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนมาตลอด แต่อาจจะไม่ได้นำมาลงในโซเชียลเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกนายก็พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเต็มใจ เพื่อสร้างความอบอุ่นและเป็นมิตรกับประชาชนดุจเสมือนครอบครัวเดียวกัน
สำหรับกรณีนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้นำมาโพสต์รายงาน การปฏิบัติหน้าที่ในเพจของสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ ก่อนจะมีคนนำไปแชร์ต่อทำให้มีคนเข้ามาชื่นชมตำรวจเยอะ ซึ่งถือว่าสร้างภาพลักษณ์ที่ดีกับองค์กร ทางผู้บังคับบัญชาก็เตรียมที่จะมอบใบประกาศชื่นชมตำรวจทั้ง 3 นาย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจนายอื่นด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รักจนวาระสุดท้าย 'ตา-ยาย' จากไปวันเดียวกัน หลังครองคู่ดูแลกันมาตลอดชีวิต
สะเทือนใจลูกหลาน คู่ชีวิตวัย 70 และ 69 ปี ชาวบุรีรัมย์ ล้มป่วยทั้งคู่ “ตา” อาการทรุดแต่เหมือนรอ “ยาย” กลับจากโรงพยาบาล เมื่อได้นอนเคียง
จับสึกเจ้าอาวาสพร้อมลูกวัด ซิ่งเก๋งฝ่าไฟแดงขนยาบ้า ยึดของกลางเกือบ 200 เม็ด
ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ สนธิกำลังร่วม ตชด. ทหาร และฝ่ายปกครอง จับสึกเจ้าอาวาสวัดกับพระลูกวัดใน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้าร่วม 200 เม็ด หลังไปซื้อมาจากพระอีกรูปที่ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ขณะเจ้าอาวาสที่ถูกจับบ่นเสียดาย และห่วงอยู่ไม่ทันจัดงานบุญที่วัด 20 ก.ย.นี้ เผยทั้งวัดมีพระ 4 รูป ถูกจับ 3 รูป เหลือ 1 รูป
ไม่เบี้ยว! 'ป้าดา' ควง 'ป้าไข' ให้การตำรวจ คดีบุกรุกวัดป่าอดุลฯ
ที่ สภ.เมืองขอนแก่น น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” ทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี และนางบัวไข สรสมุทร หรือ “ป้าไข” ผู้จัดการมรดกนายเฮียง พิมพ์ศรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก
ระทึก! ฝนตกหนัก 'รถโม่ปูน' เสียหลักชนบ้าน คนขับดับคาที่
พ.ต.อ.เทวราช เอื้อวงษ์ประเสริฐ ผกก.สภ.ลืออำนาจ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ รับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ว่า เกิดอุบัติเหตุ บริเวณสี่แยกไฟแดงใจกลางอำเภอลืออำนาจ
คู่อริโหด! ขี่ จยย. ไล่ตามประกบ ก่อนจ่อยิงหนุ่มภูเก็ตดับกลางถนน
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนริมอุโมงค์ทางลอดแยกสนามบินตัดใหม่ ขาออก
'คนบ้านกรวด' ผวาประชุม UNCLOS ทำสถานการณ์ไทย-เขมร ตึงเครียดซ้ำ
ชาวบ้านชายแดน อำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กังวลประชุมเขตแดนทางทะเลไทย-เขมร อาจทำให้สถานการณ์ชายแดนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เผยยังได้ยินเสียงปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชาที่ยิงยั่วยุต่อเนื่อง ลั่นคนในพื้นที่ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งหรือปะทะซ้ำอีก เพราะกระทบความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ

