แล้งหนัก! ส่งฝนหลวงต่อชีวิต 'ทุเรียนชุมพร' ตายระนาวสูญกว่า 100 ล้าน

ตั้งศูนย์อำนวยการฝนหลวงช่วยจังหวัดชุมพร ประสบวิกฤติภัยแล้งรุนแรง ทุเรียนขาดน้ำทะยอยยืนต้นตายเสียหายแล้วกว่า 100 ล้าน 

28 พ.ค.2566 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดชุมพรประสบภัยแล้งขั้นวิกฤติ หลังไม่ตกฝนทิ้งช่วงนานกว่า 3 เดือน อากาศร้อนจัด น้ำในลำคลองแห้งขอด แม้แต่ในสระน้ำของเกษตรกรก็ไม่มีเหลือ จนถึงขณะนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง พืชผลทางการเกษตรเสียหาย โดยเฉพาะทุเรียนที่ขาดน้ำมานานต่อเนื่อง ทำให้ผลร่วง ใบแห้ง ทยอยยืนต้นตายเป็นจำมากกว่า มีความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาทแล้ว

สำหรับจังหวัดชุมพรมีพื้นที่ทั้งหมด 3.75 ล้านไร่ เป็นพื้นที่การเกษตร 2.56 ล้านไร่ เป็นแหล่งผลิตไม้ผลที่มีชื่อเสียงของประเทศ โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด และเป็นศูนย์กลางการตลาดทุเรียนของภาคใต้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดชุมพร ในปี 2563 มีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาประจำปีเท่ากับ 125,364 ล้านบาท เป็นลำดับที่ 5 ของภาคใต้ และลำดับที่ 23 ของประเทศ มีการผลิตภาคเกษตรเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัด โดยเฉพาะการผลิตทุเรียน ปาล์มน้ำมันและยางพารา มูลค่าผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อหัวเท่ากับ 250,823 บาทต่อคนต่อปี เป็นลำดับที่ 1 ของภาคใต้ และลำดับที่ 12 ของประเทศ 

ด้านสำนักงานเกษตรจังหวัดชุมพร รายงานว่า มีพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งในปี 2566 จำนวน 261,296 ไร่ คาดว่าจะเสียหายจำนวน 69,831 ไร่ และหากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงยังคงดำเนินต่อไปคาดว่าพื้นที่การเกษตรจะยิ่งได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง 

 นายวิสาห์  พูลศิริรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่าจากปัญหาฝนทิ้งช่วงนานจนเกิดภาวะภัยแล้งส่งผลกระทบในทุกพื้นที่ของจังหวัดชุมพร ตนจึงได้ประสานไปยังอดิบดีกรมฝนหลวง เพื่อปฎิบัติการฝนหลวงขึ้นที่จังหวัดชุมพร ซึ่งท่านได้มอบหมายให้ นายสินชัย พึ่งตำบล ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ เข้ามาดำเนินการตั้งศูนย์อำนวยการฝนหลวงที่ท่าอากาศยานชุมพร ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่จังหวัดชุมพร โดยจะเริ่มบินตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป ใช้เครื่องบิน 2 ลำ และจะทำจนกว่าจังหวัดชุมพรจะพ้นวิกฤตภัยแล้ง ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ดำเนินการอยู่แล้ว แต่ใช้เครื่องของหน่วยทหารที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และหน่วยที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเมื่อขึ้นปฎิบัติการแต่ละครั้งจะต้องไปกลับและเดิมสารขึ้นทำฝนหลวงในพื้นที่ตั้งของหน่วยทำให้เสียเวลา

นายสินชัย พึ่งตำบล ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ กล่าวว่าการทำฝนหลวงหรือฝนเทียมนั้นมีปัจจัยองค์ประกอบหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นความชื้น กำลังลม และข้อจำกัดของพื้นที่โดยเฉพาะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นพื้นที่แคบ เมื่อทำฝนเทียมแล้วคนชอบพูดว่าฝนไปตกในทะเลหมด ซึ่งก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง เราจึงต้องมีการวางแผนอย่างรัดกุมเพื่อทำให้ฝนตกในพื้นที่ให้ได้ เพื่อท้องฟ้าจะได้มีความชื้น และจะทำฝนเทียมง่ายขึ้นในวันต่อๆไปด้วย โดยห้วงระยะเวลาในการทำฝนเทียมว่า ได้รับมอบหมายจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและอธิบบดีกรมฝนหลวงว่าให้อยู่ปฏิบัติการทำฝนหลวงจนกว่าจังหวัดชุมพร ฝนจะตกและพ้นวิกฤติภัยแล้ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กองถ่ายหนัง 'กองพันทหารผี' ปักหมุดชุมพร หนุนท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ชุมชน

ชุมพรเตรียมเปิดพื้นที่รับกองถ่ายภาพยนตร์ “กองพันทหารผี” ลงพื้นที่ถ่ายทำ 3 อำเภอ ช่วงต้นปี 2570 คาดสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และการจ้างงาน พร้อมพาแหล่งท่องเที่ยวชุมพรสู่สายตาผู้ชมทั้งในและต่างประเทศ

สืบสานประเพณี 'สวดกลางบ้าน' หาดทุ่งวัวแล่น ท่องเที่ยวสะพัดพันล้าน ขึ้นแท่นน้ำทะเลใสสะอาด

นายวิทยา สุวรรณสิทธิ์ นายอำเภอปะทิว พร้อมด้วย นายอนุรักษ์ ลือชัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสะพลี นายณัฐวุฒิ ทิพย์มงคล กำนันตำบลสะพลี นายอนุพน ล.ตระกูล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 นายสมคิด ทองรักษา

ข้าราชการหึงโหด บุกจ่อยิงหนุ่มปะทิว 3 นัด ก่อนลั่นกลไกดับตัวเองหนีความผิด

เกิดเหตุยิงกันสะเทือนขวัญกลางวงพนันใน อ.ปะทิว จ.ชุมพร ชายวัย 59 ปี ข้าราชการกรมทรัพยากรทางทะเล เกิดความหึงหวงกลัวหญิงคนสนิทแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเจ้าของบ้าน บุกจ่อยิง 3 นัดซ้อนจนเสียชีวิตคาวงไพ่ ส่วนหญิงวัย 60 โดนลูกหลงเจ็บ ก่อนผู้ก่อเหตุวิ่งไปขึ้นรถกระบะยิงขมับตัวเองดับคาเบาะเพื่อหนีความผิด

รวบ 2 คู่หู หาปืนเถื่อน รัวยิงอริดับ 1 สาหัส 2 อ้างแค้นถูกบีบคอเหยียบหัว

เกิดเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เมื่อสองผู้ต้องหาก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านคู่กรณี มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย สอบสวนเบื้องต้นพบชนวนเหตุเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว อ้างแค้นโดนทำร้ายตีนปีบคอเหยียบหัว ด้านตำรวจ สภ.หลังสวน ลงพื้นที่แกะรอยตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายได้พร้อมของกลางอาวุธปืน ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย