อะไรคือ 'เร่งด่วน'

เข้าไปอยู่ในสารบบของศาลแล้วครับ

วานนี้ (๑๘ พฤษภาคม) ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องคดี พ.ร.ก.กู้เงิน ๔ แสนล้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า

ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องและเห็นว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๓ วรรค ๑ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ วรรค ๗ (๑) จึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยและแจ้งให้ผู้ร้องทราบและเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา

ให้คณะรัฐมนตรีจัดทำคำชี้แจงตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดและจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน ๗ วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

ครับ...สรุปสั้นๆ คำร้องของฝ่ายค้านถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และวิธีการพิจารณาของศาล ศาลจึงรับไว้พิจารณา

มาทวนกันอีกครั้งครับ สาระสำคัญของ พ.ร.ก.ฉบับนี้ คณะรัฐมนตรีได้ตั้งวงเงินกู้จำนวน ๔ แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศแบ่งเป็นช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและเกษตรกรจำนวน ๒ แสนล้านบาท

อีก ๒ แสนล้านบาทเป็นการใช้สำหรับลงทุนพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

พ.ร.ก.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ไปแล้ว และประกาศในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่วันที่ ๙ พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ใครที่รอคนละครึ่งพลัส ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีให้เสร็จสิ้นเสียก่อน

กระบวนการนี้ไม่น่าจะนานครับ

ถ้าศาลวินิจฉัยว่าไม่ขัด โครงการคนละครึ่งพลัสเดินหน้าต่อ

แต่ถ้าไม่ผ่าน รัฐบาลคงต้องหาแหล่งเงินอื่นมาใช้กับโครงการนี้        

ถ้าหาไม่ได้ คงต้องยกเลิก

เมื่อนำคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดี พ.ร.ก.กู้เงินในอดีตมาเทียบเคียงก็พอมองเห็นทิศทางว่า อะไรคือความจำเป็นเร่งด่วน และสมเหตุสมผลหรือไม่

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๒ พ.ร.ก.กู้เงิน ๔ แสนล้านในโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

ศาลมองว่าเป็นการออก พ.ร.ก.ที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และมีความจำเป็นเร่งด่วน

การกู้เงินถือเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกช่วงนั้นส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินและการคลังของไทยอย่างรุนแรง

การใช้อำนาจของรัฐบาลขณะนั้นไม่ได้กระทำไปโดยไม่สุจริต หรือจงใจใช้ดุลพินิจบิดเบือนหลักการของรัฐธรรมนูญ

พ.ร.ก.กู้เงินสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ปี ๒๕๕๕ จำนวน ๓.๕ แสนล้านบาท ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ

ฝ่ายค้านขณะนั้นยื่นศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลว่า ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน

คดีนี้ศาลรัฐธรรมนูญลงมติเป็นเอกฉันท์ การออกพ.ร.ก.เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้

ประเด็นความจำเป็นรีบด่วน ศาลมีคำวินิจฉัยไว้ดังนี้ครับ...

"..ศาลได้พิจารณาข้อเท็จจริงทั้งหมดประกอบกันแล้วเห็นว่า การตราพระราชกำหนดทั้งสองฉบับ ไม่ถึงกับเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญตามที่ผู้เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานแห่งสภาทั้งสอง แต่มีความจำเป็นเกิดขึ้นอันมีสาเหตุเนื่องมาจากวิกฤตการณ์อุทกภัยจริง และมีความจำเป็นรีบด่วนที่จะต้องใช้มาตรการป้องกันและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น

ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีความเกี่ยวเนื่องกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ประกอบกับในชั้นนี้ยังไม่มีมูลกรณีชี้ให้เห็นว่า คณะรัฐมนตรีได้ตราพระราชกำหนดขึ้นมาโดยไม่สุจริตหรือใช้ดุลพินิจบิดเบือนหลักการของรัฐธรรมนูญ

จึงเห็นว่า เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ วรรคสอง (รธน. ๒๕๕๐)..."

รัฐบาลประยุทธ์ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน ๒ ฉบับ

เป็นการกู้เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-๑๙ รวมวงเงินทั้งสิ้น ๑.๕ ล้านล้านบาท

ฉบับแรกปี ๒๕๖๓ วงเงินไม่เกิน ๑ ล้านล้านบาท

แบ่งการใช้จ่ายออกเป็น ๓ ส่วนหลัก

ได้แก่ด้านสาธารณสุข เช่น จัดหาอุปกรณ์การแพทย์ และวัคซีน ด้านการเยียวยาประชาชนและเกษตรกร เช่น โครงการเราไม่ทิ้งกัน, คนละครึ่ง

ด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เช่น โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างงาน

ฉบับที่ ๒ ปี ๒๕๖๔ วงเงินไม่เกิน ๕ แสนล้านบาท เพื่อใช้เป็นมาตรการเพิ่มเติมในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และจัดหาวัคซีนโควิด-๑๙

รวมถึงค่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

วงเงินกู้ที่มหาศาลนี้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รัฐบาลต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะต่อ GDP จากร้อยละ ๖๐ ขึ้นเป็นร้อยละ ๗๐

ยุครัฐบาลประยุทธ์นับว่าโหดนะครับ!

วิกฤตโควิด-๑๙ ที่ระบาดไปทั่วโลก ไม่มีที่ไหนไม่จำเป็นเร่งด่วน

ทุกเรื่้องขณะนั้นด่วนหมด

ด่วนเป็นเอกฉันท์!             

พ.ร.ก.ทั้ง ๒ ฉบับนี้จึงไม่ถูกส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่

จะเห็นว่าประเด็นความจำเป็นเร่งด่วน มีน้ำหนักในการออก พ.ร.ก.กู้เงินอย่างมาก

คำร้องของฝ่ายค้านที่ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ที่ออกโดยรัฐบาลอนุทิน นั้น เป็นการตราขึ้นโดยใช้อำนาจตามอำเภอใจ ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ อันไม่เข้าเกณฑ์เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้

ครับ...มติศาลรัฐธรรมนูญสั่งเพียงแค่รับเรื่องไว้พิจารณา มิได้มีคำสั่งอื่นๆ ตามมา พ.ร.ก.ฉบับนี้จึงเดินหน้าต่อ ก็อยู่ที่รัฐบาลว่าจะรอศาลวินิจฉัยคดีก่อนหรือไม่ หรือจะเดินหน้าโครงการตาม พ.ร.ก.กู้เงิน

หลังเงื่อนเวลา ๗ วันที่ศาลให้รัฐบาลไปชี้แจง นับไปคงอีกไม่กี่วันศาลน่าจะกำหนดวันวินิจฉัย

เงินกู้ ๔ แสนล้าน เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ แบ่งเป็นช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและเกษตรกรจำนวน ๒ แสนล้านบาท ส่วนอีก ๒ แสนล้านบาทเป็นการใช้สำหรับลงทุนพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

นี่คือความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใครๆ เขาก็ทำกัน

ไม่ต้องถอดบทเรียนอีกนะครับ เพราะเอียนคำนี้เต็มทน ประเทศไทยเก่งเรื่องถอดบทเรียนโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะทุกเรื่องตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือดำน้ำ ล้วนมีให้ถอดบทเรียนทั้งนั้น

โกงสิ้นชาติ

งานช้างครับ... วานนี้ (๑๕ พฤษภาคม) นายกฯ อนุทิน เชิญผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจ ๑๐ กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญเข้าหารือแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ

เสือ ๒ ตัวในถ้ำเดียว

โลก...มันก็เป็นแบบนี้ เห็นภาพการเยือนจีนของ "โดนัลด์ ทรัมป์" โดยที่ "สี จิ้นผิง" ให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติบนพรมแดง ราวกับว่าทั้ง ๒ ประเทศเป็นมหามิตร

ยังลำบากกันอีกเยอะ

การบ้านการเมืองวันนี้ยังวนอยู่ไม่กี่เรื่องครับ เรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน ๔ แสนล้าน เรื่องนักโทษชายทักษิณ เรื่องเขมร และจะยังวนไปอีกหลายวัน

โจรนอก-โจรใน

วิจารณ์กันให้ขรม รัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ ปล่อยจีนเทาแอบซ่อนคลังแสงในไทย ถ้ารถไม่คว่ำ หมิงเฉิน ซัน เจ้าของฉายา หมิง C4 ไม่มีทางถูกจับ

จำศีล ๘ เดือน

"...ไปจำศีลมา ๘ เดือน..." "นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร" นักโทษคดีคอร์รัปชันพูดไว้แบบนั้นหลังออกจากคุก ฟังแล้วแอบสะดุ้งอยู่เหมือนกัน