6 ม.ค.2567 - กรณีชาวบ้านร้องเรียนไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชน ให้มีการตรวจสอบกลุ่มมาเฟียเต็นท์ขายของ อ้างว่าเป็นตัวแทนวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พระอารามหลวง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ให้มาจัดพื้นที่แผงเช่าขายสินค้า ในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลธาตุพนม พร้อมเรียกเก็บผลประโยชน์ ตั้งราคาค่าเช่าแล้วแต่ทำเล ตั้งแต่ 3,000 – 10,000 บาท
โดยมีข้อมูลว่า กลุ่มมาเฟียเต็นท์แอบอ้างชื่อวัดพระธาตุพนมฯ และเรียกเก็บเงินจากพ่อค้า แม่ค้า ในช่วงใกล้งานนมัสการพระธาตุพนม หรือบุญเดือนสาม ปีนี้กำหนดจัดงานฯ ระหว่างวันที่ 17-25 กุมภาพันธ์ 2567 (ขึ้น 8 ค่ำ-แรม 1 ค่ำ เดือน 3) ซึ่งรายได้จากการเก็บค่าเช่า จะเอาเข้ากระเป๋าส่วนตัว คาดมีตัวเลขหลายล้านบาท แต่นำเงินเข้าวัดแค่ส่วนน้อย เพราะกลุ่มนี้มีนักการเมืองท้องถิ่นคอยหนุนหลัง ลงรากฝังลึกเป็นปัญหาทุกปี แม้ไม่ใช่ช่วงเทศกาลก็ยังมีพวกแม่ค้า ล้อมหน้าล้อมหลังนักท่องเที่ยว เพื่อยัดเยียดสิ่งของ ถ้าไม่ซื้อก็จะขูดสีหรือปล่อยลมยางรถ กลายเป็นมหากาพย์ที่น่าอับอายมาถึงทุกวันนี้
ล่าสุดที่บริเวณหน้าโรงเรียนธาตุพนม ใกล้กับเขตวัดพระธาตุพนมฯ อยู่ทางด้านทิศเหนือ ซึ่งเป็นถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 212 (นครพนม-มุกดาหาร) ถือเป็นถนนสายหลักเดิมที่ประชาชนใช้สัญจรไปมา หรือก่อนจะมีถนนบายพาสเลี่ยงเมืองทางด้านหลังวัด และยังอยู่ในความดูแลของแขวงทางหลวงนครพนม พบว่าบนฟุตบาทมีกลุ่มนายทุน ถือวิสาสะเข้ามาจับจอง ตั้งแผงเช่าขายสินค้า ยาวเป็นระยะทางเกือบ 100 เมตร ริมถนนทางหลวงสายดังกล่าว สอบถามกลุ่มนายทุนอ้างว่าเป็นพื้นที่ของวัด และแค่มารับจ้างติดตั้งแผงเช่าขายสินค้าเท่านั้น ทั้งที่ระยะเวลาจัดงานนมัสการองค์พระธาตุพนม จะมีขึ้นเกือบ 2 เดือน แต่มีการจัดพื้นที่ล่วงหน้า คาดว่าจะเป็นการวางผัง เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้ามาจับจอง เช่าแผงขายสินค้า แต่ไม่ปรากฏที่มาว่า ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานรับผิดชอบ รวมถึงไม่มีใครยืนยันว่าเงินที่เรียกเก็บ จะนำไปส่งมอบให้ใคร
นอกจากนี้ทุกปียังเกิดปัญหา เนื่องจากนายทุนกลุ่มมาเฟีย จะใช้แผนส่งคนของตน เข้าไปเช่าแผงจากกรรมการวัด ในราคาแผงละ 3,000 บาท ช่วงงานนมัสการพระธาตุพนม โดยทางวัดเปิดโอกาสให้คนพื้นที่เช่าก่อน แต่กลับมีการนำไปขายเช่าช่วงต่อ มีราคาสูงประมาณแผงละ 10,000 – 30,000 บาท บางพื้นที่เป็นถนนสาธารณะ รวมถึงทางหลวงแผ่นดิน ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ของวัด กลุ่มนี้ก็ฉวยโอกาสจัดแผงเช่า นำเงินเข้ากระเป๋าปีละหลายล้านบาท
ขณะเดียวกันจากการสอบถาม นายจักรพงษ์ ปทุมไกยะ นายอำเภอธาตุพนม เปิดเผยว่าเพิ่งมารับตำแหน่งไม่ถึงปี ยอมรับว่าระบบมาเฟียวัดพระธาตุพนม มีจริง ยิ่งช่วงการจัดงานนมัสการพระธาตุพนม กลุ่มนายทุนจะสืบทอดทายาทอสูรกันต่อๆมา ในการจัดพื้นที่เช่าขายของ นำเงินเข้ากระเป่าส่วนตัว แต่แอบอ้างชื่อวัด โดยตนได้หารือหน่วยงานเกี่ยวข้อง วางมาตรการแก้ไข ด้วยการจัดประมูลพื้นที่เช่าขายของ เพื่อนำเงินเข้าวัดพระธาตุพนม หรือเข้ารัฐแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ต้องให้มีการฉวยโอกาสหาผลประโยชน์ แต่พอตนเข้ามาจัดระเบียบ กลับถูกร้องเรียนทุกรูปแบบ มีแม้กระทั่งข่มขู่จะหาทางย้ายตนเองออกจากพื้นที่ เพราะขวางทางหาเงินของกลุ่มนายทุนมาเฟีย ตนยืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพราะตนเป็นลูกหลาน อ.ธาตุพนม เมื่อย้ายมารับตำแหน่งนายอำเภอ จะขอจัดระเบียบให้โปร่งใสมากที่สุด


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ลั่นขยายผลสวมสิทธิถึงใครโดนหมด ยันกวาดล้างผู้มีอิทธิพลไม่สนใครหน้าไหน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางเข้าจับกุมอดีตปลัดอ.เชียงดาว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการย้ายชื่อ "ซุน หมิงเฉิน" ผู้ต้องหาชาวจีน ที่ครอบครองอาวุธสงคราม
นายกฯ ฮึ่ม ต่างชาติรังแกคนไทยไม่ปล่อยไว้
“อนุทิน” ลั่น ใครทำผิดกม.ต้องรับโทษ ใครฝ่าฝืนจะกลายเป็นผู้ร่วมกระทำผิด หาช่องให้ชาวบ้านหากินได้ ลั่นต่างชาติรังแกคนไทยต้องโดนหมด
ผู้การภูเก็ต ยืนยันไร้มาเฟียในจังหวัด
พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงกรณี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน แถลงข่าวมีมาเฟียในจังหวัดภูเก็ตว่า เป็นเรื่องของการแย่งอาชีพ ซึ่ง ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตดำเนินการอยู่ในเรื่องนอมินี และ เรื่องของชาวต่างชาติที่เข้ามาทำผิดกฎหมาย
คดีแม้วพ่นพิษ!ปปช.ฟันสุภา
กสม.เผยผลตรวจสอบคุกวีไอพี ชี้เป็นการเลือกปฏิบัติเพื่อเอื้อประโยชน์โดยมิชอบและละเมิดสิทธิมนุษยชน “ทักษิณ” เตรียมเฮได้ปลดกำไลอีเอ็มระหว่างคุมประพฤติ
กสม. เปิดผลสอบ 'คุก VIP' เอื้อนักโทษจีน-มาเฟีย ชง ป.ป.ช. ฟัน
กสม.ชี้ คุก VIP เอื้อนักโทษจีน-คนมีอิทธิพล เลือกปฏิบัติ-ละเมิดสิทธิมนุษยชน เตรียมส่งรายงานให้ ป.ป.ช. สอบต่อ จี้ กระทรวงยุติธรรม ขันน็อต คกก.สอบสวนเร่งสอบ แนะตรวจขยายผลคุกอื่นๆ กัน จนท.เลือกปฎิบัติ
นายกฯตีเนียนเช่ารถขับสุ่มตรวจปั๊มพื้นที่จังหวัดนครพนม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เช่ารถยนต์ขับและสุ่มตรวจติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดนครพนม

