ชาวสาละวิน ร้อง กสม. หลังถูกอุทยานฯยึดที่ดิน-ดำเนินคดี เรียกค่าเสียหาย 2.3 แสน

ชาวบ้านสาละวินยื่นหนังสือร้องเรียน กสม. หลังถูกอุทยานฯ ยึดที่ดิน-ดำเนินคดี เรียกค่าเสียหาย 2.3 แสนบาท หัวหน้าอุทยานแจงเหตุมีการย้ายหมุด เผยอาจมีการใช้ พรบ.ปรับพินัย ให้บำเพ็ญประโยชน์ชดใช้แทนค่าปรับ

16 มี.ค.2567 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านหมู่บ้านแม่ก๋อน หมู่ที่ 5 ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอนกว่า 20 คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงซึ่งอาศัยอยู่และทำกินในป่าบริเวณนี้มาก่อนอุทยานแห่งชาติสาละวิน ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นางปรีดา คงแป้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการจัดการที่ดินของโครงการแม่ฮ่องสอนโมเดล โดยทางอุทยานแห่งชาติสาละวินเข้ามายึดพื้นที่ทำกินของชาวบ้านจำนวน 6 แปลง และยังมีการดำเนินคดีกับชาวบ้านอีก 2 รายในข้อหาบุกรุกป่า

หนังสือร้องเรียนระบุว่า เมื่อปี 2562 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสาละวิน กับผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านแม่ก๋อนแจ้งชาวบ้านให้ร่วมประชุมโครงการการจัดการที่ดินทำรูปแบบแม่ฮ่องสอนโมเดลในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำดินของราษฎรที่อยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติสาละวิน และชาวบ้านได้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เข้ามาทำข้อมูลและรังวัดที่ดินให้กับชาวบ้านครอบครัวละ 5 แปลง

ในปี 2563 เจ้าหน้าที่หน่วยฟื้นฟู สำนักบริหารจัดการพื้นที่ 16 สาขาแม่สะเรียง เข้ามาในหมู่บ้านแม่ก๋อนแล้วเอาเสาหลักเขตมาปักไว้ในพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ทำให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯตรวจสอบพบว่าปักเสาหลักไม่ถูกต้อง จึงดำเนินการขอคืนพื้นที่ ยึดที่ดินทำกินของชาวบ้าน และดำเนินคดีกับชาวบ้าน ซึ่งปัจจุบันมีการยึดพื้นที่ชาวบ้านไปแล้ว 6 แปลง โดยทางอุทยานฯจะทำการขอคืนพื้นที่บ้านแม่ก๋อนจำนวน 20 แปลง

หนังสือร้องเรียนระบุว่า ในขณะที่อุทยานฯยังดำเนินคดีบุกรุกป่ากับชาวบ้าน 2 ราย คือนายหน่อง ไม่มีชื่อสกุล กับนางสาวแดง สุขอุดมสีโรจน์ เป็นสามีภรรยากัน อยู่บ้านเลขที่ 24/2 หมู่ที่ 5 ต.แม่คง ทางอุทยานฯได้เข้ายึดพื้นที่ทำกินเมื่อปี 2566 คิดค่าเสียหายของรัฐจำนวน 230,000 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการประกันตัว คนละ 20,000 บาท โดยทั้ง 2 คนทำกินในพื้นที่เดิมเป็นพื้นที่ไร่หมุนเวียนในโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินแม่ฮ่องสอนโมเดล

ทั้งนี้ ชาวบ้านบ้านแม่ก๋อน หมู่ที่ 5 ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน จึงยื่นหนังสือร้องเรียนขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน และช่วยยุติการดำเนินคดีกับชาวบ้านทั้ง 2 ราย

ทางด้านนางปรีดา กล่าวว่า กสม.รับเรื่องที่ชาวบ้านมายื่นหนังสือร้องเรียน ทราบมาว่ายังมีปัญหาขอคืนพื้นที่ ยึดพื้นที่และจับกุมชาวบ้าน หลังจากนี้ กสม.รับเรื่องและจะประสานข้อมูลไปยังอุทยานแห่งชาติสาละวินเพื่อให้มาชี้แจง

“ที่ผ่านมา กสม.ได้รับเรื่องร้องเรียนหลายเรื่องที่บอกว่าสำรวจที่ดินแล้ว แต่ชาวบ้านไม่เห็นชอบด้วย การพิจารณาขยายพื้นที่อุทยานฯมาจากนโยบายขอคืนพื้นที่ป่าเมื่อปี 2562 การขยายอุทยานต้องมาตกลงแผนที่กับชาวบ้านก่อน อุทยานต้องคุยกับชาวบ้านด้วย กระบวนการต่างๆต้องให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม 100 เปอร์เซ็นต์ การทวงคืนผืนป่าได้สร้างคดีให้ชาวบ้านแล้ว 24,000 ราย หลายฝ่ายจึงมีความต้องการที่จะให้รัฐบาลออกกฎหมายนิรโทษกรรมทวงคืนผืนป่า อย่างไรก็ตาม ทางกสม. จะต้องติดตามเรื่องนี้ต่อไป” นางปรีดา กล่าว

ด้าน นายลิขิต ไหวพรม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสาละวิน กล่าวถึงกรณีข้อพิพาทพื้นที่แก้ไขปัญหาที่ดินทำกินโครงการแม่ฮ่องสอนโมเดล กับชาวบ้านบ้านแม่ก๋อน ว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 หลังจากสำนักบริหารจัดการพื้นที่เขต 16 สาขาแม่สะเรียง เข้าไปปักเสาหลักหมุดในหมู่บ้าน ซึ่งตนเพิ่งมารับตำแหน่งหัวหน้าอุทยานฯเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 จึงไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีของนายหน่อง 1 ในผู้ที่ถูกดำเนินคดีนั้นไม่ทราบข้อมูลมากนัก แต่กรณีนางแดงนั้นเคยได้ยินมาบ้าง

“เมื่อประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีหน่วยงานรัฐจากอีกกรมหนึ่งมาเจรจาเรื่อง พรบ.ปรับเป็นพินัย ผมเพิ่งมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าอุทยานฯ การดำเนินคดีที่มีมาก่อนหน้านี้ก็ต้องว่าไปตามขั้นตอน กรณีของนางแดง อาจจะมีการใช้ พรบ.ปรับเป็นพินัย ถ้าไม่มีเงินจ่ายก็ให้ทำประโยชน์เพื่ออุทยานเป็นการชดใช้ แต่ตอนนี้ขึ้นอยู่กับอัยการ เพราะขั้นตอนทางกฎหมายได้พ้นจากอุทยานไปแล้ว” หัวหน้าอุทยานฯ กล่าว

นายลิขิต กล่าวว่า ตามเงื่อนไขของกรมอุทยานฯ ถ้ามีการบุกรุกเพิ่มเติมก็จะขอยึดพื้นที่ เพราะว่าผิดเงื่อนไข ในกรณีนี้ก็ว่าตามเหตุและการณ์ที่ผ่านมา

“ผมเองก็มาไม่ทัน เหมือนกรณีนี้เขาจะไปขยับแนวเขตเสาออกไปเพื่อที่จะรุกป่าต่อ เหตุการณ์วันนั้นเห็นเขาว่ามีการขัดขืน เหมือนกลัวเจ้าหน้าที่เข้าไปทำร้ายก็เลยเปลื้องผ้าโชว์ กลัวจะเข้าไปกุมก็เลยทำแบบนั้น ผมไม่รู้เหมือนกันเพราะว่ายังไม่ได้มาเป็นหัวหน้า” นายลิขิต กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า สาเหตุเกิดจากสำนักบริหารจัดการพื้นที่ 16 สาขาแม่สะเรียง เข้าไปปักเสาหลักเขตไม่ถูกต้องจึงทำให้อุทยานแห่งชาติสาละวินมีการขอคืนพื้นที่ทำกินของชาวบ้านใช่หรือไม่ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า ในปี 2562 แม่ฮ่องสอนโมเดล กรมอุทยานได้เข้าไปสำรวจพร้อมกับชาวบ้านนำชี้ ณ ตอนนั้น ทางพิกัดอาจจะมีคลาดเคลื่อนบ้างแต่หลักหมุดต้องอยู่บนพื้นที่ที่เคยมีการทำกินมาก่อน

“เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาผมไปทำงานที่บ้านโพซอ ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง ก็ได้รับเรื่องจากทางชาวบ้านพูดว่าเขาแอบมีขยับหมุด ซึ่งกรณีที่เจ้าหน้าที่ไปปักก็ไปตามพิกัดนำชี้เมื่อปี 2563 ที่ผมมองก็คือความคลาดเคลื่อนของตัวพิกัดอาจจะมีบ้าง แต่หมุดที่ไปปักควรจะอยู่บนร่องรอยเดิมที่มีการทำกินอยู่จริง แต่ก็มีบางแปลงที่ชาวบ้านขยับเพื่อจะรุกต่อก็มีในเขตนี้ เมื่อดูตามไฟล์เดิมที่คุณนำแจ้งว่าอยู่ตรงนี้ สุดท้ายเขาก็ยอมรับกับผู้นำเขาเองว่าเขาย้ายหมุด ก็เป็นบางเคส ไม่ได้หมายความว่าทุกแปลง ผมทำงานกับชาวบ้านผมเข้าใจ ผมไม่ได้อยากไปเบียดบังอะไรเขาหรอก ถ้าคุณอยู่ในกรอบในกติกาที่คุณนำชี้แล้วไม่ได้รุกเพิ่ม เราก็ไม่ไปรังแกอะไรแบบนั้น” นายลิขิต กล่าว

หัวหน้าอุทยานฯยังกล่าวถึงการนำแผนที่มาใช้ในการแบ่งเขตพื้นที่อุทยานกับที่ดินทำกินของชาวบ้านว่า เมื่อชาวบ้านเข้าไปนำชี้ร่วมกับอุทยานฯ แล้ว จะนำมาขึ้นรูปแปลงให้คณะกรรมการอีก 2 ชุดพิจารณา ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานไม่ใช่ผู้ตัดสินใจว่าแผนที่เขตที่ทำกินของชาวบ้านจะเป็นไปตามที่นำชี้หรือไม่ และแผนที่จะเสร็จเมื่อไหร่นั้นก็ขึ้นอยู่กับปัญหาในแต่ละหมู่บ้านด้วย

“คนที่พิจารณาก็เป็นคณะทำงานระดับสำนักอีกชั้น จะเป็น ผอ.ส่วนอุทยาน พิจารณาร่องรอยว่าเคยมีการทำกิน ไม่ใช่บุกป่าใหม่ หรือเป็นกรณีที่คุณยอมโยกจากป่าไร่หมุนเวียนเดิมไม่เอาตรงนั้นแล้วมาเลือกพื้นที่หัวไร่ปลายนา เรายอมรับได้กับต้นไม้ขนาดเล็กดูแล้วไม่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม เราพิจารณาร่องรอยปี 2545 และ ปี 2557 ก่อน ให้คณะกรรมการพิจารณา 2 ชั้น พอเสร็จจากขั้นตอนนี้ก็จะมีการบันทึกทำ MOUแล้วเอาข้อมูลให้ผู้นำชุมชนนำกลับมาได้ดูในหมู่บ้านเขาอีกทีหนึ่ง ส่วนบ้านไหนจะช้าจะเร็วอยู่ที่เวลาเข้าไปทำงานและปัญหาที่มีข้างใน ถ้าแก้เสร็จเร็ว ผ่านคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดเร็ว ชาวบ้านก็จะได้เห็นแผนที่ตรงนี้ แต่ในทางปฏิบัติเมื่อทำเสร็จที่ผมเคยเข้าไปทำ เดินเสร็จตอนเย็นฉายแผนที่ในโปรแกรมภูมิศาสตร์ให้ชาวบ้านดูว่าหมุดที่เขาไปนำเดินชี้เป็นอย่างไรบ้าง ถ้าตรงกับที่ชี้ก็จบ ถ้าบุกรุกก็จะได้คุยกันตรงนั้นเลย” นายลิขิต กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผ่นดินไหวเขย่า 'เชียงใหม่' ขนาด 2.2 ลึก 10 กม.

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 02.13 น. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 2.2 ลึก 10 กิโลเมตร ศูนย์กลางอยู่ที่ต.เวียงแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่

'แผ่นดินไหวเมียนมา' ขนาด 4.7 'แม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่' รับรู้แรงสั่นสะเทือน

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 03.07 น. เกิดเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.7 ความลึก 5 กิโลเมตร ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา

สแกนเข้มถนนผ่านป่าแม่ยวม-สาละวิน ผอ.คนใหม่ ผ่อนปรนให้ชาวบ้านใช้ได้หากจำเป็นเร่งด่วน

กำชับตรวจเข้ม-ห้ามขนของผิดกฎหมายผ่าน ขสป.แม่ยวม-สาละวิน ผอ.คนใหม่เผยอะลุ่มอล่วยให้ชาวบ้านใช้ถนนได้หากมีความจำเป็นเร่งด่วน-นักวิชาการลงพื้นที่-แนะเปิดเส้นทางให้ชาวบ้านลดความเสี่ยงอันตราย