ยายวัย 63 ปี สู้ชีวิต เก็บผักข้างถนนเลี้ยงหลาน 2 คน เผย ไม่เคยมีบัตรประจำตัว ปชช. เข้าไม่ถึงโครงการรัฐได้ สุดดีใจได้บัตรคนไร้สัญชาติ
21 ต.ค.2564 - ผู้สื่อข่าวได้รับทราบเรื่องราวหญิงชรา วัย 63 ปี กับหลาน 2 คน วัย 7 ขวบ และ 8 ขวบ จากนางสาวจิตตนภา มากผล อดีตพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งว่า ทั้ง 3 คนได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่มีเสาหลักของครอบครัว และมีฐานะยากจน อาศัยอยู่ในบ้านพักคนงานกรีดยางในพื้นที่ ม.2 ต.ทับปริก อ.เมือง จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง
เมื่อไปถึงพบยายวารี นักพรม อายุ 63 ปี เปิดเผยเรื่องราวชีวิตให้ฟังว่า ในสมัยเด็กๆเท่าที่พอจะจำความได้ พ่อแม่เดิมเป็นคนจังหวัดชลบุรี ได้เร่ร่อนมาทำงานที่ จ.กระบี่ และเมื่อโตเป็นสาว ก็ได้แต่งงานมีสามีเป็นชาวจังหวัดตรัง มีลูกชายด้วยกัน 2 คน ขณะที่ลูกชายคนโตอายุได้ประมาณ 8 ปี สามีก็ได้เลิกรา ตนจึงได้หอบเอาลูกชาย 2 คนมาด้วย โดยตระเวนรับจ้างไปเรื่อยๆเลี้ยงลูกจนโต แต่ละคนแยกย้ายไปมีครอบครัว โดยคนเล็กมีครอบครัวที่ต่างจังหวัด แต่เสียชีวิต ส่วนคนโตมีครอบครัวเป็นคน จ.กระบี่ มีลูกด้วยกัน 2 คน ชาย 1 คน หญิง 1 คน ซึ่งตนพอได้อาศัยอยู่ด้วย
ยายวารี เล่าอีกว่า หลังจากนั้นลูกชายได้ไปรู้จักกับเจ้าของสวนยางใจบุญให้ตนกับลูกชายและครอบครัว ได้มาอาศัยอยู่ในบ้านพักคนงานกรีดยาง แต่เมื่อ 3 ปี ที่ผ่านมา ภรรยาของลูกชายได้เสียชีวิตลง หลังจากนั้นลูกชายก็ออกไปทำงานข้างนอก และมาทราบข่าวอีกทีว่าถูกจับติดคุกอยู่ที่ กทม.หลังจากนั้นตนก็ได้เลี้ยงหลาน 2 คน รับจ้างทำงานไปเรื่อยๆบางครั้งก็เก็บยอดผักยอดไม้ตามข้างสวนยางไปขาย นำเงินมาเลี้ยงหลาน 2 คน อดมื้อกินมื้อ บางวันมีข้าวอยู่จานเดียว ก็เว้นไว้ให้หลานๆกิน ส่วนตนยอมอด
ยายวารี เล่าด้วยว่า โชคดีที่หลานๆได้เรียนหนังสือ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถเรียนออนไลน์เหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆ เนื่องจากไม่มีโทรศัพท์ แต่คุณครูของหลานทั้ง 2 ก็เอาการบ้านมาให้ทำตลอด แต่สิ่งที่ตนเป็นกังวลมากก็คือ ไม่รู้ว่าวันไหนพ่อของหลานๆจะออกมาจากคุก เพราะลำพังตนเอง ก็ชราภาพลงทุกวัน ไม่มีญาติที่ไหน และตนเองก็ไม่มีบัตรประชาชน ไม่สามารถเข้าถึงโครงการของรัฐ ได้แม้แต่โครงการเดียว แม้แต่เงินชรา ก็ยังเข้าถึงไม่ได้ แต่โชคดีเมื่อปีที่ผ่านมา อดีตผูใหญ่บ้านได้พาตนไปทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน คนไร้สัญชาติ ก็แสนดีใจพอได้ถือไปแสดงได้ ตอนที่ไปหาหมอ ที่ รพ.
ด้านนางสาวจิตตนภา มากผล กล่าวว่า หลังจากที่ตนเองออกจากงาน เนื่องจากพิษโควิด 19 ก็ออกมาทำร้านอาหาร ชื่อร้านนัทจ๋า แซบปากห้อย ตอนนั้น มีเงินทุนอยู่บ้าง และด้วยความที่ชอบช่วยเหลือคนลำบาก ก็ได้เสาะหา จนมาเจอยายวารี เมื่อเห็นแล้วยอมรับว่าสงสาร ทั้งยายเองและหลานของยายทั้ง 2 คน จึงได้ชวนเพื่อนๆคนที่รู้จักนำข้าวสาร อาหารแห้ง เสื้อผ้า ของใช้ที่จำเป็นมามอบให้เพื่อช่วยเหลือตามสมควร หากว่าผู้ใจบุญต้องการช่วยเหลือ โทรติดต่อยายวารี หมายเลขโทรศัพท์ 096-185-9027
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทรูเดินเกม 'Nano Cluster' เข้าใจลูกค้าลึกถึงแต่ละพื้นที่ เสริมพลัง Mini-CEOs ใช้ดาต้าและ AI ออกแบบบริการตรงใจ เจาะอินไซต์กระบี่ เชื่อมประสบการณ์นักท่องเที่ยว ธุรกิจท้องถิ่น และชุมชนบนเกาะ
เพราะทุกพื้นที่มีโจทย์ต่างกัน ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้ากลยุทธ์ “Nano Cluster” ผสานความเข้าใจท้องถิ่นกับข้อมูลลูกค้าและโครงข่าย กระจายอำนาจการบริหารสู่ทีมพื้นที่ โดยมีผู้นำ “Mini-CEOs” รับผิดชอบเป้าหมาย วางแผน และตัดสินใจดำเนินงานในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ใช้ดาต้าและ AI ควบคู่กับความเข้าใจลูกค้าในแต่ละพื้นที่ เพื่อออกแบบบริการและสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจยิ่งขึ้น
ระทึก! พบวัตถุปริศนาลอยเกยหาดกระบี่ คาดเป็นถังแรงดันจากชิ้นส่วนอวกาศ
ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดกระบี่ (ศรชล.จว.กระบี่) บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) และอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี เข้าตรวจสอบกรณีพบวัตถุต้องสงสัยลักษณะคล้ายชิ้นส่วนจากอวกาศ ลอยมาเกยตื้นบริเวณเกาะไผ่ จังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
อย่าประเมินต่ำไป! เตือน 'อนุทิน' หาทางรับมือ 'ม็อบกำนันมะโน'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เตือนรัฐบาล อย่าประเมินคาร์ม็อบต่ำเกินไป
สร้างสะพานข้ามคลองสินปุนเชื่อม กระบี่ - นครศรีธรรมราช’คืบหน้า20%
‘ทางหลวงชนบท’ โชว์สร้างสะพานข้ามคลองสินปุน เชื่อมกระบี่ -นครศรีธรรมราช คืบหน้า20%คาดแล้วเสร็จปี 2570 ลั่นช่วยหนุนเศรษฐกิจการขนส่งปาล์มน้ำมัน - ยางพารา ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
อย่าประมาท! 'ม็อบกำนันมะโน' รถทะลุพันคัน แนะรัฐบาลใจกว้างไม่ขวาง
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อย่าประมาท ม็อบรถยนต์กำนันมะโน

