นายทุนอิสราเอลกินรวบ 'เกาะพะงัน'

ตร.ท่องเที่ยวเกาะพะงัน กวาดล้างหนัก! รวบ 6 แรงงานเมียนมาร์ ลอบทำงานผิดประเภท-ตั้งแก๊งรับเหมาเถื่อน เงินหมุนเวียนเกือบ 9 ล้านโดยมีนายทุนใหญ่เป็นชาวอิสราเอลหนุนหลัง

12 ต.ค.2568 – พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) ในการปราบปรามการกระทำความผิดของกลุ่มแรงงานต่างด้าว พ.ต.ท. วินิจ บุญชิต สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 พร้อมชุดจับกุม (ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยว)ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ บ้านในวก ม.3 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงันไจ.สุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ ได้ร่วมบูรณาการกับฝ่ายปกครองอำเภอเกาะพะงัน ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ นายสุริยา บุญพันธ์ นายอำเภอเกาะพะงัน ,นายไพสิฐ ทองเจิม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ได้สั่งการให้ชุดจับกุม นำโดย มว.ต.ธนพนธ์ แซ่ตั้ง ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง

ตรวจคนเข้าเมืองเกาะพะงัน พ.ต.ท.หญิง สงวนทรัพย์  ลาภสนอง สว.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี, ร.ต.อ.สิริวัฒน์ สมหวัง รอง สว.ตม.จว.สุราษฏร์ธานี ตำรวจ สภ. เกาะพะงัน นำโดยพ.ต.อ. อภิชาติ จันทร์สำเร็จผกก.สภ.เกาะพะงันนำทีมชุดสืบสวนสามารถจับกุมแรงงานชาวเมียนมาร์ได้รวม 6 ราย ในหลายข้อหา ตั้งแต่การทำงานผิดประเภทไปจนถึงการร่วมกันประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต พบเงินหมุนเวียนในบัญชีเกือบ 9 ล้านบาท

การจับกุมเริ่มขึ้น หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีชายชาวเมียนมาร์ลักลอบประกอบอาชีพช่างไฟฟ้า เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและพบ นายเย เมียต จอ และ นายเทะ ซอ ทเว กำลังทำงานติดตั้งระบบไฟอยู่ในบ้านที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว ทั้งสองรายยอมรับสารภาพว่า ได้รับค่าจ้างเป็นเงินสดวันละ 500 บาท จากชายชาวอิสราเอลรายหนึ่ง ให้มาทำงานเป็นช่างไฟ ทั้งที่ในใบอนุญาตทำงานระบุอาชีพเป็น “กรรมกร” เท่านั้น จึงถูกแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิ์จะทำได้ (ช่างไฟ)

นอกจากนี้ การสอบสวนขยายผลในพื้นที่เดียวกัน นำไปสู่การจับกุมแก๊งรับเหมาก่อสร้างเถื่อนชาวเมียนมาร์อีก 3 ราย คือ นายอาง ทู, นางข่าย ไว มอน และ นายเทะ ไว ทั้งสามคนมีการจัดตั้งกลุ่มไลน์เพื่อติดต่อและรับงานรับเหมาก่อสร้างจากลูกค้าชาวต่างชาติ โดยมีนายอาง ทู ทำหน้าที่การตลาดและประสานงานกับลูกค้า, นายเทะ ไว ทำหน้าที่เป็นโฟร์แมนควบคุมงานก่อสร้าง และนางข่าย ไว มอน ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่บัญชี พบเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารช่วง 1 ปีที่ผ่านมา สูงถึง 8,900,000 บาท โดยผู้ต้องหายอมรับว่าใช้วิธีแอบอ้างว่าทำงานให้กับบริษัทรับเหมาแห่งหนึ่งเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

โดยมีวิธีการตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจคือการลงทะเบียนเป็นลูกจ้างภายในบริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด คงทอง ก่อสร้าง และได้จ้างลูกน้องชาวเมียนมาร์ที่อยู่ภายในบริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด คงทอง ก่อสร้าง มาทำงานในสถานที่ก่อสร้างของตน โดยวิธีการคือเมื่อถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจสอบเอกสารจะให้การอ้างว่าตนทำงานอยู่กับบริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด คงทอง ก่อสร้าง เพื่อแอบอ้างกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ตรวจกับบริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด คงทอง ก่อสร้าง ได้ข้อมูลว่า ทางบริษัท ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการสร้างหมู่บ้านดังกล่าว โดยงานดังกล่าวขณะที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมตรวจสอบนั้นได้รับการว่าจ้างให้สร้างบ้านจาก Mr.Ran Nehorai Shachar สัญชาติ อิสราเอล หนังสือเดินทางเลขที่ 32844500 โดยใช้งบประมาณในการสร้างบ้านหลังละ 7 ล้านกว่าบาท มีทั้งหมด 7 หลัง

โดย Mr.Ran จะแบ่งจ่ายค่าจ้างเป็นรอบๆ โดยครั้งแรกจะจ่ายเมื่องานสำเร็จไป 50% จะแบ่งจ่ายครึ่งนึงของราคาแต่ละหลัง เป็นรอบๆไป ตรวจสอบมีใบเสร็จรายการสินค้าที่ Mr.Ranฯ ซื้อสิ่งของที่ใช้ในการก่อสร้างให้กับผู้ถูกจับทั้ง 3 ราย รวมราคาประมาณ 9,300,000 บาท และค่าแรงของแรงงานต่างด้าวแบบเหมาจ่าย รวมเป็นเงิน 6,000,000 บาท จากการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือของทั้ง 3 คน

ซึ่งทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต (รับเหมาก่อสร้าง)” และถูกแจ้งข้อหาทำงานผิดประเภทเพิ่มเติมตามบทบาทหน้าที่

 ขณะเดียวกัน ในระหว่างปฏิบัติการจับกุม ยังพบ นายเทียน โซ เดินเตร็ดเตร่มีพิรุธ เมื่อเรียกตรวจสอบไม่สามารถแสดงเอกสารใดๆ ได้ และยอมรับว่าหลบหนีเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติจาก อ.แม่สอด จ.ตาก โดยเสียค่านายหน้า 15,000 บาท จึงถูกแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย พร้อมของกลาง (หลักฐานทางโทรศัพท์และบัญชีธนาคาร) นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับนายจ้างของผู้ถูกจับ ทราบจาก 1. นายอาง ทู (Mr.Aung Thu) 2. นางข่าย ไว มอน (Mrs.Khaing Wai Mon) อายุ 41 ปี สัญชาติ เมียนมาร์ เลขที่หนังสือเดินทาง MG650960 3.​นายเทะ ไว (Mr.Thet Wai) ตนทั้ง 3 คน ได้ถูกว่าจ้างจาก Mr.Ran Nehorai Shachar สัญชาติ อิสราเอล หนังสือเดินทางเลขที่ 32844500 ซึ่งได้ว่าจ้างตนให้มาก่อสร้างหมู่บ้านดังกล่าว จริง โดยหน้าที่ของแต่ละคนระบุอยู่ในพฤติการณ์จับกุมข้างต้น โดย Mr.Ran เป็นผู้นำเงินสดมามอบให้กับนายอาง ทูฯ (ผู้ถูกจับที่1) เนื่องจากพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว และนายอาง ทูฯ นำเงินสดไปส่งต่อให้กับนางข่าย ไว มอน (ผู้ถูกจับที่2) ซึ่งเป็นฝ่ายการตลาด นำเงินดังกล่าวไปแจกจ่ายให้กับลูกจ้างชาวเมียนมาร์ในลำดับต่อไป เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงขอกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับ Mr.Ran Nehorai Shachar สัญชาติ อิสราเอล หนังสือเดินทางเลขที่ 32844500 ในความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต (รับเหมาก่อสร้าง), เป็นนายจ้างจ้างบุคคลต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิ์จะทำได้ (การตลาด), เป็นนายจ้างจ้างบุคคลต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิ์จะทำได้ (เจ้าหน้าที่บัญชี), เป็นนายจ้างจ้างบุคคลต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิ์จะทำได้ (โฟร์แมน)” ตามกฎหมายต่อไป

 การกวาดล้างครั้งนี้สืบเนื่องจากการร้องเรียนของคนไทย ที่เป็นผู้รับเหมาชาวไทย ได้ร้องเรียน ผ่านสายด่วน 1155 ถึงปัญหาการแย่งอาชีพคนไทยและ การเป็น นอมินี อำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มทุน อิสราเอลในพื้นที่เกาะพะงัน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้มอบหมายให้ ชุดสืบส่วน ลงพื้นที่ ตรวจสอบ หาหลักฐาน  จนทราบถึง กลุ่ม บุคคลต่างด้าว ดังกล่าว มาระยะหนึ่ง อีกทั้ง ชุดสืบสวน ทีม นอมินี  ได้ ตรวจสอบ เส้นทางการเงิน ถึงกับตกใจ  กลุ่มชาวต่างด้างดังกล่าว มีเงินไหล เข้าออก ในระยะเวลา 1 ปี จนถึงปัจจุบัน หลายล้านบาท และมีความเชื่อมโยง กับ นายทุน อิสราเอล และ คนไทย หลายราย

ทั้งนี้ ยังมีบริษัทจัดตั้ง อำนวยความสะดวกให้ กลุ่มต้างด้าว กลุ่มนี้ ทำงาน ในนาม บริษัท ตบตาเจ้าหน้าที่ ทำงานแบบนิติกรรมอำพราง  (นอมินี) ให้ผู้รับเหมาชาวต่างด้าวกลุ่มนี้ ไปติดต่อรับงาน กับกลุ่ม ชาวต่างชาติ โดยเสรี สอบถามผู้ถูกจับให้การกล่าวอ่งว่า สาเหตุที่พวกตน ใช่ชื่อบริษัทดังกล่าว เนื่องจาก คนไทยในบริษัทดังกล่าว มีเพียง คนเดียว มีหน้าที่ ติดต่อ สั่งซื้อ อุปกรณ์ วัสดุก่อสร้าง ตามความต้องการของพวกตนเท่านั้น และไม่สามารถ สื่อสารภาษาอังกฤษได้ เวลาไปติดต่องาน พวกตนจึง ตั้งทีมทำงาน มี แผนก แบ่งฝ่าย แบ่งงาน เป็น ตัวแทน บริษัท รับหางานเอง ติดต่องาน รับเหมาเอง มีลูกน้องเป็น ชาวเมียนม่า  จำนวจ 30-50 คน เขาออกตลอดเวลา 

และ ทราบว่า การตั้งเป็นทีมรับเหมาเอง มันผิดกฏหมาย แต่ ด้วย ผลประกอบการ บวกกับ รายได้ ที่พวกตนรับ ค่าตอบแทน มันคุ้ม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ยังต้องขยายผล ตรวจสอบ ถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และ ให้ทีม ขยายผล จังหวัด ภายใต้ การ อำนวยการท่านผู้ว่า สุราษฏร์ธานีทำงานขยายผลต่อ ไม่ว่าจะเป็น เส้นทางการเงิน  กลุ่มผู้รับเหมา และ กลุ่มทุนชาวอิสราเอล และ ผู้ที่อำนวยความสะดวก (นอมินี) ชาวไทย

หากพบ เส้นเงิน ไปถึงใครคนใด จะดำเนินคดี โดยไม่มีละเว้น ทุกคน ทุกกรณี   เพื่อเป็นการ สร้างภาพลักษณ์ที่ดี ตามนโยบาย ท่านผู้ว่า จังหวัดสุราษฏร์ธานี และ ยังมีการบูรณาการอีกในหลายมิติ เป็นไปตามนโยบายปราบปรามแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่สร้างผลกระทบต่ออาชีพคนไทยและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะพะงันอย่างต่อเนื่อง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รวบหนุ่มอินเดีย พฤติกรรมสุดแสบ ยิงปืนโชว์ เร่ขายยาเสพติดงานปาร์ตี้เกาะพะงัน

จากกรณีมีคลิปวิดีโอปรากฎภาพบุคคลต่างชาติ โชว์ถืออาวุธปืนยาว และ อาวุธปืนสั้น และมีภาพของการฝึกซ้อมยิงปืนตามเป้านั้น

ตำรวจเปิดปฏิบัติการ 'ทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงันเฟส2' ปูพรมค้น 32 บริษัท รวบ 22 ต่างชาติ

‘บิ๊กราญ’ ส่ง ‘นพศิลป์’ ชุด ฉก.ปราบต่างด้าว นำทีมบุกเกาะพะงัน ปูพรมค้น 32 บริษัทนอมินี รวบ 22 ต่างชาติ ยึดที่ดินกว่า 40 ไร่ มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

'อนุทิน' พบชาวเกาะพะงัน ประกาศจัดระเบียบชายหาด ไม่ยอมต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางต่อมาที่โรงเรียนเกาะพะงันศึกษา พบปะประชาชนและมอบนโยบายส่วนราชการในพื้นที่ โดยนายกฯกล่าวว่า เดินทางมาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องอย่างจริงจัง เพราะเริ่มหนักข้อขึ้นทุกวัน

นายกฯ บุกพูลวิลล่าเกาะพะงัน สั่งสอบเส้นเงิน พบชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของ คนไทยถือหุ้นบังหน้า

นายกฯ บุกพลูวิลล่าเกาะพะงัน สั่งตรวจเส้นทางการเงิน หลังพบชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของให้คนไทยเป็นนอมินี ขอโทษแทน ‘รองโฆษกรบ.’ แถลงทำเข้าใจผิดปมปล่อยต่างชาติประกอบธุรกิจโดยไม่ต้องขออนุญาต ยันแค่ต้องการลดขั้นตอน ย้ำต่างชาติถือหุ้นได้แค่ 49%

'อนุทิน' ถึงเกาะพะงัน ชาวบ้านชูป้ายต้อนรับ ดีใจนายกฯมาปัญหาจบ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสมุย ก่อนเดินทางต่อด้วยรถโตโย้ต้าอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน 4 กร 5577 กรุงเทพมหานคร เพื่อมาลงเรือที่ท่าเรือบางรักษ์ อ.เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี