
เริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเส้นทางการเมืองของ อุ๊งอิ๊ง-น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็กของโทนี่ ทักษิณ ชินวัตร กับหญิงอ้อ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ที่ใครต่อใครก็บอกตรงกันว่า เป็นคนที่มีบุคลิกเหมือนกับทักษิณ ชินวัตร มากที่สุด ในบรรดาลูกทั้ง 3 คนของทักษิณ กับการที่จะมีชื่อเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น
เพราะหลังเปิดตัวเข้าสู่การเมืองเต็มตัว กลางที่ประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทยที่ขอนแก่น เมื่อ 28 ตุลาคม 2564 พร้อมกับการเป็น ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย หลังจากนั้น "อุ๊งอิ๊ง" ก็ทำกิจกรรมการเมืองในเพื่อไทยมาตลอด โดยเฉพาะการเข้าร่วมประชุมกับ ส.ส.-ทีมผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย-การเข้าร่วมประชุมกับทีมงานต่างๆ ของพรรคเพื่อไทย-การร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปต่างๆ ของพรรคเพื่อไทย ที่มีแกนนำและ ส.ส.เพื่อไทยเข้าร่วมประชุมแบบคึกคัก
โดยทุกอย่างเห็นชัดว่ามีการเซตทางการเมืองไว้หมดกับจังหวะก้าวทางการเมืองของอุ๊งอิ๊งว่าต้องเดินไปอย่างไร เพื่อปูทางการเข้าสู่ถนนการเมือง รวมถึงแต่ละจังหวะของอุ๊งอิ๊งก็แลเห็นชัดว่า ทีมวอร์รูมแกนนำพรรคก็ต้องการเช็กกระแสว่า หากเพื่อไทยดันอุ๊งอิ๊งเป็นแคนดิเดตนายกฯ กระแสสังคมคิดเห็นอย่างไร
และล่าสุด planning สร้างกระแส-เช็กเรตติ้งอุ๊งอิ๊ง ที่แกนนำเพื่อไทยเซตขึ้นมาก็คือ การให้อุ๊งอิ๊งรับบทบาทเป็น หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ที่เป็นแคมเปญรณรงค์ทางการเมืองของเพื่อไทย ในช่วงต่อจากนี้ไปจนถึงช่วงการเลือกตั้ง เพื่อชักชวนให้แฟนคลับ-ประชาชนสมัครเป็นสมาชิกครอบครัวเพื่อไทย ที่เริ่มคิกออฟนำร่องแคมเปญครั้งแรกที่อุดรธานี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่พรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรม “ครอบครัวเพื่อไทย : บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม” ที่มีแกนนำพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ไฮไลต์สำคัญในกิจกรรมดังกล่าวที่อุดรธานี ที่เป็นฐานที่มั่นทางการเมืองสำคัญของเพื่อไทยในภาคอีสาน อีเวนต์ที่หลายคนจับตามองก็คือ ท่าทีทางการเมืองของอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ที่ตอนนี้ทุกฝีก้าวกำลังถูกจับตามองอย่างมาก ที่เธอก็ประกาศกลางงานดังกล่าวว่า
"พรรคเพื่อไทยต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้และต้องแลนด์สไลด์"
โดย อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ระบุไว้กลางเวทีในงานครอบครัวเพื่อไทยดังกล่าวตอนหนึ่งว่า
"พรรคเพื่อไทยต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ และต้องเป็นแกนนำจะได้ผลักดันนโยบายได้ แต่ถ้าจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ต่อให้นโยบายดีแค่ไหนก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ วันนี้พรรคเพื่อไทยทำกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม เป็นการสร้างการมีส่วนร่วม เราอยากให้ประชาชนสมัครเข้ามาเยอะๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์"
เมื่อลูกสาวเจ้าของพรรคเพื่อไทยลงมาทำศึกด้วยตัวเองแบบนี้ บรรดา ส.ส.-ผู้ลงสมัคร ส.ส.-แกนนำเพื่อไทย ก็ต้องดีใจ-ฮึกเหิมเป็นธรรมดา เพราะนั่นหมายถึงว่าทักษิณจะต้อง
เทหมดหน้าตัก-ทุ่มสุดตัว
โดยเฉพาะการอัดฉีด เงิน-ค่าใช้จ่าย-ท่อน้ำเลี้ยง ให้กับพรรคเพื่อไทยและผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนแบบเต็มที่ ถึงไหนถึงกัน โดยเฉพาะในพื้นที่ซึ่งเพื่อไทยมีโอกาสชนะเลือกตั้งสูง
เพื่อให้เพื่อไทยต้องชนะเลือกตั้งให้ได้ ส.ส.มากที่สุด จะได้ทำให้เพื่อไทยกลับมากุมอำนาจรัฐ ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และมีโอกาสที่อุ๊งอิ๊งจะมีลุ้นแคนดิเดตนายกฯ ที่หากทำได้ก็จะเป็น คนในครอบครัว ชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์ คนที่ 4 ที่ขึ้นมาเป็นนายกฯ ต่อจาก ทักษิณ-สมชาย วงศ์สวัสดิ์ สามีเจ๊แดง-เยาวภา น้องสาวทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ส่วนสาเหตุที่ ทักษิณ-หญิงอ้อ คงยังลังเล ไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ในตอนนี้ ก็คงมีแค่เรื่องเดียวคือ เกรงว่า ชะตาชีวิตของอุ๊งอิ๊งจะต้องโดนแบบยิ่งลักษณ์ ที่สุดท้ายต้องกลายเป็นผู้ต้องหาหนีคดี เพราะทักษิณก็คงกังวลใจว่า บางฝ่ายอาจพยายามขัดขวาง เช็กบิลเพื่อไทย-ทักษิณ หากขึ้นมาเป็นรัฐบาล ด้วยการทุบไปที่อุ๊งอิ๊ง จนสุดท้ายอาจมีฉากจบทางการเมืองแบบไม่สวยเหมือนทักษิณ-ยิ่งลักษณ์
สิ่งนี้คือปมหนักใจที่ทำให้ทักษิณยังไม่มั่นใจเต็มร้อยในการจะดันลูกสาว เข้าสู่การเมือง และส่งชื่อไปเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย โดยมีข่าวว่า แกนนำ-นักการเมืองเพื่อไทยบางส่วนที่เคยเดินทางไปพบทักษิณ ที่ดูไบ-ฮ่องกง-สิงคโปร์ เคยมีการเลียบๆ เคียงๆ ถามเรื่องนี้ เพราะอยากรู้ว่าทักษิณจะดันอุ๊งอิ๊งเป็นว่าที่นายกฯ เพื่อไทยหรือไม่ ซึ่งคำตอบที่บรรดานักการเมืองเพื่อไทยได้รับก็คือ ไม่ได้ปฏิเสธ โดยบอกทำนองว่า รอให้เลือกตั้งค่อยตัดสินใจ
แต่หากดูจากท่าทีทางการเมืองของอุ๊งอิ๊งก็เห็นชัดว่า เธอพร้อมลุยการเมืองเต็มตัว และก็ไม่เคยปฏิเสธในการที่จะมีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย เห็นได้จากการให้สัมภาษณ์เมื่อ 21 มี.ค.
"จะได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ การทำงานทุกอย่างต้องอาศัยพรรค วันนี้ทุกคนในพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติ พร้อมที่จะทำทุกอย่าง เพื่อให้เรามีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล ส่วนแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เคยตอบไปแล้ว เมื่อยุบสภาเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน"
จับสัญญาณได้ว่า อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร พร้อมมาก และพร้อมแล้วกับการเข้าสู่การเมืองเต็มตัว และคงไม่ขัดข้อง หากจะมีชื่อเธอเป็นแคนดิเดตนายกฯ เหลือก็แค่รอให้ “ทักษิณ-คุณหญิงพจมาน” ไฟเขียวเท่านั้นเอง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม
กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว
ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท
นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่
การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”
'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน
ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่
'อนุทิน'ขันนอต'รมต.สีน้ำเงิน' หนีมรสุมการเมือง-ไร้ผลงาน
ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนเศษของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ยังอาจเร็วเกินไปที่จะตัดสินอนาคตว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับประเด็นทางการเมืองหลายเรื่องที่ต้องชี้แจงและบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง
ล้างกระดาน"ภูเก็ต"ใหม่ รีเซตเชื่อมั่น"ปราบอิทธิพล"
กลายเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อลหม่านในช่วงที่ผ่านมา สำหรับ ‘ภูเก็ต’ ไข่มุกแห่งอันดามัน ที่นอกจากความสวยงามแล้ว ยังเต็มไปด้วย ‘ผลประโยชน์มหาศาล’

