
กรณีคลิปเสียงบทสนทนาระหว่าง ‘แรมโบ้อีสาน’-นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กับ ‘จูลี่’-น.ส.จุรีพร สินธุไพร ข้าราชการการเมืองประจำสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับ เงิน 15 ล้านบาท และ โควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล หลุดออกมา กำลังจะเป็นปัญหามากกว่าสลากกินแบ่งรัฐบาล
มันไม่ใช่เพียงแค่การฉีกหน้ากาก หรือดิสเครดิต ‘แรมโบ้อีสาน’ หากแต่ต้องการเขย่าไปถึงผู้บังคับบัญชานั่นคือ ‘บิ๊กตู่’-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะคนที่แต่งตั้ง ‘แรมโบ้อีสาน’ เป็นรองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล
ผลที่เกิดขึ้นจากคลิปเสียงนี้ มันส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้ที่มี ‘เสี่ยแฮงค์’-นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ต่อให้ ‘แรมโบ้อีสาน’ จะลาออก หรือ ‘บิ๊กตู่’ จะถอด ‘แรมโบ้อีสาน’ ออก เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน แต่มันได้สร้างความคลางแคลงใจไปแล้ว
และมันยังทำให้เห็นว่า การแก้ไขปัญหาการขายสลากกินแบ่งออนไลน์เกินราคา หรือหวยแพง ไม่ได้ง่าย และ มี ‘ตอ’ อยู่มากมาย ไม่เช่นนั้นสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลคงไม่ถูกเปรียบเปรยเป็น ‘แดนสนธยา’
กองสลากฯ ถูกมองว่าเป็นขุมทรัพย์สำคัญที่นักการเมืองแต่ละยุคที่เข้ามามีอำนาจ มักจะส่งคนที่ไว้วางใจเข้าไปนั่งกำกับ เพื่อดูแลผลประโยชน์มากมายมหาศาลที่นั่น
ขณะเดียวกัน เครือข่ายคนที่ได้ประโยชน์จากโควตาลอตเตอรี่ก็ฝังรากลึก ยากจะจัดการ เพราะมีความสัมพันธ์กับฝ่ายผู้มีอำนาจ จะเห็นว่าที่ผ่านมาหลายรัฐบาลประกาศว่าพยายามจะแก้หวยแพงให้สำเร็จ แต่ผ่านมากี่ปีแล้ว ลอตเตอรี่ราคา 80 บาท ก็ยังเป็น ‘ของหายาก’ พอๆ กับ ‘ทองคำ’
ขณะที่เรื่องการปราบปรามการขายลอตเตอรี่เกินราคาที่ ‘บิ๊กตู่’ แต่งตั้ง ‘อนุชา’ มาตั้งแต่ในช่วงต้นปี ถูกตั้งข้อสังเกตว่า มีภารกิจอย่างอื่นที่นอกเหนือกว่าการสะกดราคาลอตเตอรี่ซ่อนอยู่หรือไม่
โดยเฉพาะความขัดแย้งทางการเมืองระหว่าง ‘บิ๊กตู่’ กับ "นักการเมืองบางคน" ที่ถูกพาดพิงว่า ใช้โควตาสลากฯ เป็นแหล่งทำมาหากินจนทำให้ตัวเองร่ำรวย มีอำนาจ บารมี
ในขณะที่ ‘แรมโบ้อีสาน’ ถูกมองว่าเป็น ‘หนังหน้าไฟ’ เพื่อเข้ามาทลายแหล่งทำมาหากินของนักการเมืองคนดังกล่าว เพื่อเป็นการสั่งสอน เอาคืน โทษฐานที่กล้าลองดีกับ ‘บิ๊กตู่’
ปฏิบัติการดังกล่าวรุกไล่อีกฝ่ายมาตั้งแต่ต้นปี ตั้งแต่การตรวจค้น จนมาถึงล่าสุดที่มีการออกหมายจับผู้ประกอบการหวยออนไลน์ ที่เป็นระดับ บิ๊กเบิ้มในยุทธจักร ทั้ง ‘มังกรฟ้า-สลากพลัส-เสือแดง’
ในขณะที่คลิปเสียงสนทนาระหว่าง ‘แรมโบ้อีสาน’ กับ ‘จูลี่’ ถูกโยงเข้ากับมิติทางการเมือง ว่าเป็นการ ‘โต้กลับ’ ของฝ่ายที่ถูกรัฐรุกไล่
ต้นคลิปมาจากเพจเฟซบุ๊ก นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความชื่อดัง โดย ‘ทนายษิทรา’ อ้างว่าได้มาจากเพื่อนที่อยู่ในกลุ่มตำรวจ
การที่ ‘ทนายษิทรา’ เป็นคนเผยแพร่เลยชวนให้คนสงสัย เพราะเขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับ ‘บิ๊กโจ๊ก’-พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เป็นรองประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา
‘ทนายษิทรา’ เป็นทนายความที่ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ใช้บริการบ่อย เช่น คดีถูกยิงรถอุกอาจกลางกรุง หลังจาก ‘บิ๊กโจ๊ก’ ออกมาลุยคดีไบโอแมทริก
แล้วทำไม ‘ทนายษิทรา’ จึงมารุกไล่ ‘แรมโบ้อีสาน’ ที่ทำงานปราบหวยกับ ‘บิ๊กโจ๊ก’?
หรือเรื่องนี้มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากกว่านั้น
อย่างไรก็ดี ย้อนมาที่ตัว ‘บิ๊กโจ๊ก’ ซึ่งมาอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ได้ก็สร้างความเซอร์ไพรส์ตั้งแต่แรกเหมือนกัน เพราะเคยเป็นคู่กรณีกับ ‘บิ๊กตู่’ หลังจากถูกเด้งพ้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาประจำที่ทำเนียบฯ จนต้องฟ้องร้องกันในศาลปกครอง
การมีชื่อ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ทำให้เกิดคำถามว่า หรือทั้งคู่ดีกันแล้ว และ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ย้ายมาอยู่กับฝั่งนายกฯ แล้วหรือ?
เพราะ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ถือเป็นนายตำรวจในสายของ ‘บิ๊กป้อม’-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นมือทำงานของ พล.ต.อ. ‘พ.’ เช่นเดียวกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย ซึ่งเป็นคู่กรณีของ ‘บิ๊กตู่’
และทุกวันนี้ก็ยังเข้าๆ ออกๆ ฐานบัญชาการ ‘บิ๊กป้อม’ อยู่
หรือที่มี ‘บิ๊กโจ๊ก’ เข้ามาเป็นกรรมการ ไม่ใช่ ‘บิ๊กตู่’ เป็นคนตั้ง แต่เป็นคนอื่นชงเข้ามา เพื่อเป็นหูเป็นตาอะไรหรือไม่?
ขณะที่ ‘จุรีพร’ คู่สนทนาของ ‘แรมโบ้อีสาน’ ในคลิป พบว่า เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ได้นำคณะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จ.ร้อยเอ็ด และอีสาน ไปต้อนรับคณะของ ร.อ.ธรรมนัส ระหว่างการลงพื้นที่ที่ จ.ร้อยเอ็ด
พร้อมกับกระแสข่าวว่า ‘จุรีพร’ จะไปร่วมงานกับ พรรคเศรษฐกิจไทย มันจึงยิ่งชวนให้น่าสงสัย
แม้ ‘แรมโบ้อีสาน’ จะอ้างว่ามีคนชื่อ ‘กิ๊ก’ แอบบันทึกเสียง แต่ผู้เชี่ยวชาญ หรือแม้แต่ ‘ทนายษิทรา’ ยังตั้งข้อสังเกตว่า คลิปเสียงดังกล่าวเกิดจากการบันทึกทางโทรศัพท์ของใครคนใดคนหนึ่งระหว่าง ‘แรมโบ้อีสาน’ กับ ‘จุรีพร’ ไม่ใช่การบันทึกจากคนอื่น
เมื่อเป็นเช่นนี้แสดงว่า มีขบวนการจงใจ ‘ล่อซื้อ’ แรมโบ้อีสานหรือไม่ เพื่อเป็นการตอบโต้กลับ
การแก้ "หวยแพง" ตอนนี้ หนักไปทาง "แก้แค้น" เสียมากกว่า!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สภาชำแหละ งบ70กางโผ เป้ารอถล่ม
สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ในวาระแรกขั้นรับหลักการ ตลอด 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค. ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญทางการเมืองประจำสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค. โดยวิป 3 ฝ่ายคือ คณะรัฐมนตรี-พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปให้เวลาในการอภิปรายรวม 41 ชั่วโมง
โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง
ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม
กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว
ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท
นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่
การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”
'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน
ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่

