
พลันมีประกาศพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2 เปิดฉากประเดิมด้วยนัดประชุมสภา สแกนระเบียบวาระการประชุมยาวเป็นหางว่าว
งานกฎหมายทั้งที่รัฐบาล และ ส.ส.เสนอมาใหม่ ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว รอให้ผู้แทนราษฎรพิจารณาเพียบ
แต่เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเลิกเร็วผิดปกติ อันเกิดจากตัว ส.ส.ซึ่งเป็นองค์ประชุมสภาลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ จนทำให้การพิจารณาและการโหวตผ่านกฎหมายเดินหน้าต่อไม่ได้ เมื่อประธานที่ประชุมเห็นท่าไม่ดี ส.ส.เหลือน้อย จึงชิงประกาศปิดการประชุมสภา
อย่างน้อยในเชิงเกมการเมืองสภา ก็พูดได้ไม่เต็มปากว่า “สภาล่ม” เพราะความจริง ในที่ประชุมสภายังไม่ทันได้โชว์ผลการแสดงตน “สุชาติ ตันเจริญ” ในฐานะรองประธานสภาคนที่ 1 สังกัดพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ทำหน้าที่ประธานควบคุมการประชุมขณะนั้น ก็สั่งให้ยุติเสียก่อน อีกทั้งถือว่าเป็นการช่วยพรรคพวกไม่ให้โดนประจานด้วย
แต่หาก “ปธ.สุชาติ” เอาจริง จากไม่ล่ม ก็จะกลายเป็นล่ม เพียงกดออดให้สมาชิกมาแสดงตนเพื่อเช็กองค์ประชุม และสั่งปิดการแสดงตน ถ้าเป็นแบบนั้นตามหลักทั่วไปหลังจากนั้นจะต้องมีการประกาศรายชื่อว่ามี ส.ส.คนใดอยู่ในห้องประชุมบ้าง ซึ่งประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบชื่อได้
เท่ากับสังคมจะได้รับรู้เลยว่า ส.ส.ที่แสดงตนอยู่ในห้องประชุม ส่วนที่ไม่ได้แสดงตนจะเกิดคำถามตามหลังมาทันทีว่าโดดประชุมใช่หรือไม่
แต่หลายครั้ง “ประธานในที่ประชุม” เลือกที่จะชิงปิดก่อน เพื่อกู้ภาพลักษณ์สภาและภาพลักษณ์ซีกรัฐบาล
แน่นอนว่า ฝ่ายค้าน จ้องเปิดเกมในสภา เมื่อไหร่ที่เห็นฟากรัฐบาลนั่งกันน้อย จังหวะได้ ก็มักขอเช็กองค์ประชุม หวังจะหักหน้าฝ่ายรัฐบาล ฟ้องให้ชาวบ้านรู้ว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลขี้เกียจ สันหลังยาว โดดประชุม ไม่ยอมทำหน้าที่ของตัวเอง
เรื่องนี้หากจะหาคนผิด คำพูดของ “ชวน หลีกภัย” ประธานรัฐสภา และประธานสภา สะท้อนได้ดีที่สุด
ประธานสภาระบุว่า "เรื่ององค์ประชุมเป็นหน้าที่ของเราทุกคน ไม่ว่าจะฝ่ายค้านหรือรัฐบาลต้องรับผิดชอบร่วมกัน แต่ในระบบรัฐสภานี้ การจะได้เป็นรัฐบาลก็ต้องมีเสียงข้างมากในสภา ดังนั้นรัฐบาลต้องเตรียมเสียงข้างมากให้พร้อม"
พูดง่ายๆ ถ้า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลอยู่กันเหนียวแน่น ฝ่ายค้านจะขอนับองค์กี่ครั้ง องค์ประชุมก็จะไม่มีวันไม่ครบ
ขณะนี้ชาวบ้านกำลังจับตาเหตุการณ์ “สภาล่ม” ซ้ำซากสะสม และดูว่าพฤติกรรมผู้แทนที่ตัวเองเลือกเข้าไปทำหน้าที่ในสภาได้สมกับที่คาดหวังไว้หรือไม่ หากทำตัวเหลวไหล การเลือกตั้งคราวหน้าคงจะลำบาก เพราะมีการว่ากันว่า ประชาชนเป็นแบบไหน ก็ได้ ส.ส.แบบนั้นเข้าสภา
แม้ก่อนหน้านี้ “วิรัช รัตนเศรษฐ” อดีตประธานวิปรัฐบาล จะเคยบอกว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีมาตรการคุมเข้มในส่วนที่ ส.ส.ขาดการประชุม ลาการประชุมโดยไม่มีเหตุผลสมควรก็ต้องมีบทลงโทษ
แต่ดูเหมือนคำสั่งจะเป็นเพียงน้ำลาย ที่ ส.ส.ไม่ให้ค่า และยังกล้าให้เหตุการณ์สภาไม่ล่ม ก็เหมือนล่มเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลอีกประการหนึ่งคือ ความแตกสามัคคีในหมู่รัฐบาลด้วยกันเอง โดยเฉพาะระยะหลังที่มีรายงานว่ามีการแบ่งก๊กใน พปชร. ระหว่าง “ทีมลุงป้อม-ธรรมนัส” กับ “ทีมนายกฯ-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จึงอาจเป็นสาเหตุให้เสถียรภาพของรัฐบาลสะเทือน
ดังนั้นต่อไปนี้ “วิปรัฐบาล” จะเป็นกลไกสำคัญหนึ่งในการคุมเกมสภา ควบคุมทิศทางและสอดส่อง ส.ส.ที่นอกลู่นอกทาง
ที่ผ่านมาวิปรัฐบาลอาจไม่ได้เข้มงวดกับ ส.ส.ในซีกรัฐบาล จนทำให้ ส.ส.รู้สึกสบายทำตามใจตัวเอง ไม่ค่อยเห็นความสำคัญในการเข้าร่วมประชุมสภา เข้าประชุมสภาบ้าง ไม่เข้าบ้าง ทั้งที่เป็นหน้าที่ของ ส.ส.
ขืนยังเป็นแบบนี้ หากกฎหมายสำคัญของรัฐบาลเข้าสู่การพิจารณาก็เสี่ยงสูงที่จะโหวตไม่ผ่าน เพราะ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลพลาดเอง
ถ้าลงมติไม่ผ่านก็ต้องรับผิดชอบ เพราะแสดงให้เห็นแล้วว่าฝ่ายรัฐบาลไม่พร้อมจะเป็นรัฐบาลอีกต่อไป ลำพังแค่กฎหมายของตัวเองยังไม่สามารถโหวตให้ผ่านได้ ทั้งที่ตามระบบรัฐสภา รัฐบาลกำเสียงข้างมากในสภาไว้อยู่
“ประธานวิปรัฐบาล” จึงต้องเป็นที่ยอมรับของ ส.ส. เพราะเวลาพูดอะไรทุกคนจะต้องเชื่อฟัง
ล่าสุด พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. เปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ มีข้อสรุปตั้ง นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานวิปรัฐบาล แทน นายวิรัช รัตนเศรษฐ แล้ว มั่นใจว่านายนิโรจน์จะประสานงานได้
ทั้งนี้ จะมีรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.เข้าไปเสริมการทำงานของนายนิโรธคือ นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่เป็นที่ปรึกษาและกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร และ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเคยเป็นเลขานุการวิปรัฐบาล
จับตาบทบาท ประธานวิปรัฐบาล คนใหม่ กับการประชุมสภาต่อจากนี้สำคัญสุดๆ!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ดีเอสไอ”มัดตราสัง"ฟอเร็กซ์" “ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน”เชือดเพิ่ม
กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว
ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท
นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่
การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”
'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน
ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่
'อนุทิน'ขันนอต'รมต.สีน้ำเงิน' หนีมรสุมการเมือง-ไร้ผลงาน
ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนเศษของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ยังอาจเร็วเกินไปที่จะตัดสินอนาคตว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับประเด็นทางการเมืองหลายเรื่องที่ต้องชี้แจงและบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง
ล้างกระดาน"ภูเก็ต"ใหม่ รีเซตเชื่อมั่น"ปราบอิทธิพล"
กลายเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อลหม่านในช่วงที่ผ่านมา สำหรับ ‘ภูเก็ต’ ไข่มุกแห่งอันดามัน ที่นอกจากความสวยงามแล้ว ยังเต็มไปด้วย ‘ผลประโยชน์มหาศาล’

