ประยุทธ์-รอฝ่าด่านนายกฯ8ปี ศาลอาจไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่!

เข้าสู่ช่วงเดือนสิงหาคม ปมร้อนการเมืองที่ร้อนแรงนับจากนี้คงไม่พ้นเรื่อง “วาระ 8 ปี การเป็นนายกรัฐมนตรี ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ซึ่งที่ผ่านมามีปัญหาข้อถกเถียงจากฝ่ายต่างๆ มากมาย ที่ต่างก็ตีความไปกันคนละมุม

เรื่องวาระ 8 ปีบนเก้าอี้นายกฯ นับจากนี้จะเป็นเดิมพันที่สูง ของ พลเอกประยุทธ์ เพราะหลังผ่านศึกซักฟอก-อภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็เหลือแค่ด่านนี้อีกเพียงด่านเดียว ที่หากฝ่าไปได้ พลเอกประยุทธ์หมดห่วงทางการเมือง และมีโอกาสสูงที่จะอยู่ครบเทอม 4 ปี ไปจนถึงมีนาคมปีหน้า  

ต้องดูกันว่า ส.ส.ฝ่ายค้านจะเข้าชื่อยื่นคำร้องส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยเรื่องดังกล่าวช่วงใด หรือจะเป็นฝ่ายอื่นที่จะยื่นคำร้อง เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ที่กฎหมายเปิดช่องให้ยื่นคำร้องได้ หลังล่าสุดมือกฎหมายรัฐบาล “วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี“ ออกมายืนยันว่า รัฐบาลจะไม่ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านในการยื่นคำร้อง

หลังที่ผ่านมา ฝ่ายค้านโหมโรงประเด็นนี้มานานหลายเดือน บนความเชื่อทางการเมืองที่ว่า พลเอกประยุทธ์จะเป็นนายกฯ ต่อหลัง 23 สิงหาคมไม่ได้ เพราะการนับวาระนายกฯ 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 วรรค 4 ที่บัญญัติว่า “นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่”  

ฝ่ายค้านจึงชี้ว่า พลเอกประยุทธ์ที่เป็นนายกฯ ครั้งแรกเมื่อ 24 สิงหาคม 2557 จะอยู่เป็นนายกฯ เกินเที่ยงคืน 23 สิงหาคมไม่ได้ เพราะหากอยู่เกิน เท่ากับจะเกิน 8 ปี เท่ากับฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ  

เมื่อตอนนี้เข้าสู่เดือนสิงหาคม หลายฝ่ายจึงเห็นว่า ฝ่ายค้านควรเร่งทำความชัดเจนเรื่องนี้ให้ปรากฏ ด้วยการเร่งส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้สิ้นกระแสความก่อนวันที่ 23 สิงหาคม 2565 เพื่อจะได้ให้เวลาศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยตีความ เพราะศาลรัฐธรรมนูญต้องศึกษาข้อกฎหมาย โดยเฉพาะเจตจำนงในการยกร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 158 ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. ซึ่ง มีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน กรธ. เพื่อดูว่า กรธ.เขียนมาตรานี้มีเจตนาให้นับวาระนายกฯ 8 ปี มีผลย้อนไปถึง 2557 หรือไม่

   ทั้งนี้ ปมปัญหาข้อกฎหมายเรื่องนี้มีข้อถกเถียงแบ่งออกเป็น 3 แนวทาง

แนวทางแรก ต้องนับตั้งแต่ปี 2557 ที่พลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ รอบแรกเมื่อ 24 สิงหาคม 2557 เพราะในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้มีการเขียนข้อยกเว้นเรื่องการไม่ให้นับอายุการเป็นนายกฯ ก่อนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 เอาไว้ ฝ่ายที่เชื่อในสูตรนี้จึงเห็นว่า พลเอกประยุทธ์จะเป็นนายกฯ เกินวันที่ 23 สิงหาคมนี้ไม่ได้

แนวทางที่สอง คือต้องนับช่วงการเป็นนายกฯ ของพลเอกประยุทธ์ นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ประกาศใช้เมื่อ 6 เมษายน 2560 เพราะรัฐธรรมนูญต้องนับตั้งแต่เริ่มประกาศใช้ และโดยหลักทั่วไป กฎหมายก็ไม่มีผลย้อนหลังอยู่แล้ว เพราะหากจะให้ย้อนหลัง จะต้องมีการเขียนไว้ในบทเฉพาะกาล เมื่อไม่ได้เขียนไว้ เท่ากับช่วงที่พลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ ก่อน 6 เมษายน 2560 จะนำมานับรวมไม่ได้ ต้องนับตั้งแต่ 6 เมษายน 2560 ซึ่งสูตรที่สอง เท่ากับพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ มา 5 ปี ยังเป็นได้อีก 3 ปี  

แนวทางที่สาม คือนับตั้งแต่พลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ที่หากนับตามนี้ ปัจจุบันนี้ปี 2565 จึงเท่ากับพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ มาแล้ว 3 ปี ยังสามารถเป็นได้อีก 5 ปี

แต่สุดท้ายแล้วข้อถกเถียงทั้งหมด ฝ่ายที่จะชี้ขาดได้ดีที่สุดก็คือ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่พบว่าตอนนี้เริ่มมีกระแสกดดันพลเอกประยุทธ์และรัฐบาลทยอยออกมาแล้ว เช่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้ร่วมลงชื่อ 99 คน ที่ประกอบด้วยบุคคลจากหลายสาขาอาชีพร่วมกันลงชื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ โดยอ้างเหตุว่า ไม่สามารถอยู่เป็นนายกฯ ได้เกิน 23 สิงหาคม เพราะจะเกิน 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญ

และหลังจากนี้คาดว่าฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลจะเคลื่อนไหวประเด็นนี้ตลอดเดือนสิงหาคม เพื่อกดดันพลเอกประยุทธ์ รวมถึงเพื่อสร้างแรงกดดันไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เร่งตีความเรื่องนี้ให้จบก่อน 23 สิงหาคม

 อีกทั้งอาจมีการสร้างกระแสกดดันให้ศาลรัฐธรรมนูญ หลังรับคำร้องแล้ว ต้องมีคำสั่งให้พลเอกประยุทธ์ “หยุดปฏิบัติหน้าที่การเป็นนายกรัฐมนตรี” ไว้ก่อน จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมา โดยอ้างเหตุว่าเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะตามมา เช่นหากพลเอกประยุทธ์เป็นประธานการประชุม ครม. แล้วมีมติ ครม.ใดๆ ออกมา และต่อมาภายหลังหากเกิดกรณีว่าศาลมีมติออกมาว่า พลเอกประยุทธ์ไม่สามารถเป็นนายกฯ ได้ต่อไปอีกหลัง 23 สิงหาคม ก็จะเกิดปัญหาตามมา

เรื่องนี้อยู่ที่ดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะสั่งให้พลเอกประยุทธ์หยุดพักการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่?

แต่หากไปดูหลายคำร้องก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะคดีเกี่ยวกับรัฐมนตรีโดนยื่นคำร้องแล้วศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง ก็พบว่า ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด ซึ่งกรณีของรัฐมนตรีในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ก็มีหลายคนที่เคยมีคำร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญแล้วศาลไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เช่น “คดีนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย” ที่ตอนนี้มีคดีอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ จากกรณี ส.ส.ฝ่ายค้านยื่นให้วินิจฉัยกรณีความเป็นรัฐมนตรีต้องสิ้นสุดลงหรือไม่ หลังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งนายกฯ อบจ.สงขลา ซึ่งศาลรับไว้พิจารณา แต่ไม่ได้สั่งให้นิพนธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่

หรือกรณี “ธรรมนัส พรหมเผ่า” สมัยเป็น รมช.เกษตรฯ ที่ถูกฝ่ายค้านยื่นคำร้องให้ศาลวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีและ ส.ส.ต้องสิ้นสุดลงหรือไม่ เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามเพราะเคยจำคุกที่ออสเตรเลีย ที่ตอนศาลรับคำร้องก็ไม่ได้สั่งให้ธรรมนัสหยุดปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด

ที่สำคัญ ตัวของพลเอกประยุทธ์เคยตกเป็นผู้ถูกร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญมาแล้ว 3 คดี เช่น เรื่อง "พักบ้านทหาร" ซึ่งศาลก็รับคำร้อง แต่ไม่สั่งให้พลเอกประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด

แต่ก็ไม่แน่ กับคดี 8 ปีนายกฯ ศาลรัฐธรรมนูญอาจมองว่า พลเอกประยุทธ์เป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ และเรื่องนี้เป็นคดีใหญ่ เพื่อป้องกันสิ่งที่จะตามมา หากผลคำตัดสินออกมาไม่เป็นคุณกับพลเอกประยุทธ์ ก็อาจสั่งให้หยุดพักปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน แล้วก็เร่งพิจารณาคดีให้เสร็จ ซึ่งคำร้องคดีแบบนี้ ที่เป็นเรื่องข้อกฎหมายล้วนๆ วินิจฉัยได้ไม่ยาก ไม่ต้องเปิดห้องพิจารณาคดี ศาลใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือนก็จบ ศาลก็อาจสั่งพลเอกประยุทธ์ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนก็ได้เช่นกัน

เส้นทางการเมืองบนเก้าอี้นายกฯ ของพลเอกประยุทธ์หลังจากนี้จึงอยู่ในกำมือของศาลรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ซึ่งถ้าพลเอกประยุทธ์ฝ่าด่านนี้ไปได้ ก็ตีตั๋วยาว มีโอกาสอยู่ครบเทอมไปเลย.   

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘สามมิตร’ ดาวกระจาย เดินยุทธศาสตร์ ‘แยกกันโต’

เรียกว่าเป็น ‘Mr.Last minute’ กันทีเดียว สำหรับ ‘กลุ่มสามมิตร’ ภายใต้การนำของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เงินเลือกตั้ง ส.ส.ทำบัญชีหลอก นิติกรรมอำพราง โทษหนัก

การเตรียมพร้อมเลือกตั้งในส่วนของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังคงเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ หลังกลไกต่างๆ เพื่อรองรับการทำงานของ กกต.

หักเหลี่ยม เฉือนคม ปัจจัยเร่งเร้ายุบสภา

“ช่วงเวลาใกล้หมดอำนาจ บิ๊กราชการเกียร์ว่าง ขาลอย สภาล่มซ้ำซาก บ่อยครั้ง สร้างความระอาต่อผู้คนในสังคมและนักการเมืองด้วยกันเอง ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ยาเสพติดระบาดหนัก โควิดยังไว้วางใจไม่ได้"

แผนสยายปีก บิ๊กตู่-รทสช. หลัง "ประยุทธ์" ลงปาร์ตี้ลิสต์

การเข้าสู่การเมืองในการเลือกตั้งรอบนี้ของพลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี เส้นทางเริ่มชัดมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า รอบนี้ปักหลักแน่น เอาจริง แนวโน้มเล่นการเมืองยาว

นับหนึ่งเตรียมเลือกตั้ง จ่อเคาะแบ่งเขต ภารกิจร้อนกกต.

โรดแมปไปสู่การเลือกตั้ง ถึงตอนนี้เส้นทางชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเมื่อวันเสาร์ที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้มีการเผยแพร่การประกาศใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ