
นับถอยหลังเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นฤดูแห่งการท่องเที่ยวและเตรียมต้อนรับสู่เทศกาลเคาต์ดาวน์ปีใหม่ที่พร้อมกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังคนไทยผ่านช่วงเวลาเลวร้ายของการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงสุดแตะ 20,000 รายต่อวันมาแล้ว ซึ่งในปัจจุบันยอดลดลงแตะที่หลัก 5,000-6,000 รายต่อวัน ภาครัฐทยอยคลายล็อกกิจการ กิจกรรมต่างๆ ไปบ้างแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างถึงที่สุดอยู่
โดยล่าสุด “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นั่งหัวโต๊ะถกคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 ) หรือ ศบค.ชุดใหญ่ เคาะปรับมาตรการเพิ่มเติม
โดยเห็นชอบปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักร พื้นที่ควบควบสูงสุดและเข้มงวด หรือสีแดงเข้ม 6 จังหวัด ปรับเป็น 0 จังหวัด พร้อมยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถาน, พื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือสีแดง 39 จังหวัด ปรับเป็น 23 จังหวัด, พื้นที่ควบคุม หรือสีส้ม 23 จังหวัดเหมือนเดิม, พื้นที่เฝ้าระวังสูง หรือสีเหลือง 5 จังหวัด ปรับเป็น 24 จังหวัด, พื้นที่เฝ้าระวัง หรือสีเขียว ไม่มี และพื้นที่สีฟ้า นำร่องการท่องเที่ยว เดิม 4 จังหวัด ปรับเป็น 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กระบี่ กาญจนบุรี นนทบุรี ปทุมธานี พังงา และภูเก็ต
นอกจากนี้ยังเห็นชอบขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 15) ออกไปอีกระยะเวลา 2 เดือน หรือตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564-31 มกราคม 2565
พร้อมเห็นชอบให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศตามโปรแกรมเทสต์แอนด์โกตรวจหาเชื้อโควิดด้วย ATK หากผลเป็นลบสามารถออกเดินทางได้เลย เนื่องจากบุคคลเหล่านี้ได้ตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR ก่อนเดินทางมาแล้ว 72 ชั่วโมง
สำหรับช่องทางการเดินทางเข้าประเทศไทย จากเดิมที่เดินทางเข้ามาทางอากาศเท่านั้น ล่าสุดได้เพิ่มช่องทางบกและทางเรือ โดยช่องทางบกนำร่องที่ด่านหนองคาย เริ่มในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ ส่วนทางเรือมีข้อกำหนดเพิ่มเติมว่าจะต้องได้รับการฉีดวัคซีน ผ่านการลงทะเบียน ผ่านการตรวจ RT-PCR 1 ครั้งบนเรือ ซึ่งจะสามารถเพิ่มนักท่องเที่ยวได้ การพำนักในพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ลดเหลือ 5 วัน จากเดิม 7 วัน ส่วนการควอรันทีน จากเดิม 10-14 วัน เหลือ 5-7 วัน
“ทั้งนี้มาตรการต่างๆ ที่ทยอยออกมาสอดรับการเปิดท่องเที่ยวยังถูกจับตาจากทุกฝ่าย หลังจากก่อนหน้านี้ชิมลางเปิดให้จัดเทศกาลลอยกระทงไปแล้ว ก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอยในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นช่วงการเดินทางกลับภูมิลำเนา และการเลี้ยงฉลองใหญ่ของประชาชนในรอบ 2 ปี ที่เป็นจุดเสี่ยงต้องลุ้นจะเกิดการระบาดระลอกใหม่อีกครั้ง ซ้ำรอยช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2563 ที่ภาครัฐปล่อยให้เดินทางข้ามจังหวัด กระทั่งเกิดหลายคลัสเตอร์ ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูงสุด อีกทั้งในปัจจุบันยังมีเรื่องไวรัสกลายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวัง”
แต่อย่างไรก็ตาม ในรอบนี้ถึงแม้ภาครัฐจะผ่อนคลายมาตรการ เปิดประเทศ เปิดการท่องเที่ยว ให้ประชาชนสามารถเดินทางสัญจรได้มากยิ่งขึ้นในช่วงปีใหม่นี้ แต่ทว่าในบางกิจการและกิจกรรมก็ยังไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้ อย่างเช่น สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ที่เรียกว่าปิดล็อกเพียงชั่วคราว เพื่อรอเวลาที่เหมาะสมตามที่วางไว้
โดย ศบค.ยังคงให้สถานบันเทิงเปิดดำเนินการวันที่ 16 มกราคม 2565 ตามกำหนดเดิม ส่วนมาตรการป้องกันและควบคุมโควิด-19 การเปิดบริการนั้น จำหน่ายสุราไม่เกิน 23.00 น. เปิดบริการไม่เกิน 24.00 น. รวมถึงงดกิจกรรม ได้แก่ งดให้บริการคาราโอเกะ งดจัดพื้นที่เต้นรำส่วนกลาง งดบริการเครื่องดื่มที่มีการใช้แก้วร่วมกัน งดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การให้บริการ หรือกิจกรรมที่มีการคลุกคลีและสัมผัสใกล้ชิดกับลูกค้า
ทั้งนี้การที่ ศบค.ยังไม่ตัดสินใจให้เปิดสถานบันเทิงในช่วงเดือนธันวาคมนี้ตามที่ผู้ประกอบการร้องขอ เป็นผลสืบเนื่องจากข้อกังวลว่าหากเปิดก่อนปีใหม่ที่จะมีการเลี้ยงฉลอง อาจเกิดหลายคลัสเตอร์ใหม่ขึ้นมา อย่างเช่นปีที่ผ่านมาเกิดคลัสเตอร์ใหญ่ถึง 2 คลัสเตอร์ในสถานบันเทิง ทำให้ไทยพลาดโอกาสฉลองปีใหม่ อีกทั้งในปีนี้ยังตั้งภาพลักษณ์ของไทยในช่วงปีใหม่ หากผ่านไปด้วยความเรียบร้อยก็จะเป็นภาพที่ดีระดับประเทศอีกด้วย
งานนี้คงต้องลุ้นกันอีกครั้งหลังจุดพลุฉลองปีใหม่ไทย ว่าจะได้ไปต่อหรือต้องกลับมาล็อกดาวน์ประเทศกันอีกครั้ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิปฝ่ายค้านดีด'กธ.'เคลียร์'งูเห่า' ทดสอบคุณภาพ ตรวจสอบเชิงลึก
การที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน ได้ตัดสินใจปรับ พรรคกล้าธรรม ออกจาก องค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน ไม่ใช่เพียงเรื่องความขัดแย้งเชิงกติกาการโหวตเท่านั้น แต่เป็นการ "ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการเมือง"
พลิกเกมคดีฮั้วสว.ล้างไพ่ดีเอสไอ ระวังดาบสองคม“หันทิ่มรัฐบาล”
มติ ครม.วันอังคารที่ 22 ก.ย.2569 ที่ผ่านมา เกิดฟ้าผ่าดังเปรี้ยง เมื่อมีคำสั่งย้าย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พ้นเก้าอี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งไปลอยแพเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เทียบเท่าระดับ 11 ปลอบใจ พร้อมตีตั๋วข้ามห้วยดึง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เสียบเก้าอี้เบอร์ 1 ดีเอสไอแทนแบบไร้รอยต่อ
‘น้ำเงิน’เลี้ยงความหวัง‘กธ.’ เครื่องมือคานอำนาจ‘พท.’
‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เตรียมนำเสนอรายชื่อ ‘กรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่’ ต่อผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร
ต่ออายุ'ไทยช่วยไทยพลัส 2' ลดค่าครองชีพหรือกู้เรตติ้ง?
คนไทยเฮ! อีกรอบ เมื่อรัฐบาล นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไฟเขียวต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้ ออกไปอีก 2 เดือน
อธิบดีสรรพากรคนใหม่ ทวงภาษีทักษิณ1.7หมื่นล้าน ผวาซ้ำรอย"เบญจา"คุก2ปี
วิบากกรรมของ ทักษิณ ชินวัตร ยังไม่หมด เพราะแม้พ้นโทษคดีป่วยทิพย์ชั้น 14 เมื่อ 11 พ.ค.2569 แต่ตอนนี้ยังมีชนักติดหลังอยู่อย่างน้อยที่เห็นก็ 2 เรื่อง
สางปม'โกง-ขายชาติ'ลดเงื่อนไข บริหารสมดุลเครือข่าย'สีน้ำเงิน'
ไม่รู้ว่ามีแรงฮึดจากไหน สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวกลางวงข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในประเด็นร้อนที่เกี่ยวพันกับข้อกล่าวหาเรื่อง ทุจริต-โกงชาติ

