จบศึกชิงเก้าอี้ปธ.สภาฯ แมตช์หน้า'พิธา'ลุ้นโหวตนายกฯ

หลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันอังคารที่ 4 ก.ค. ให้ความเห็นชอบ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ เป็นประธานสภาฯ ที่จะเป็นประธานรัฐสภาโดยตำแหน่งไปแบบม้วนเดียวจบ ไร้คู่แข่ง ทำให้ไม่ต้องมีการโหวตลงมติ  

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ก็คือ กระบวนการนำชื่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ขึ้นทูลเกล้าฯ และรอการโปรดเกล้าฯ ลงมา ถึงจะทำให้เป็นประธานสภาฯ อย่างเป็นทางการ ที่จะเป็นการรับตำแหน่งสมัยที่สอง

การขึ้นเป็นประธานสภาฯ ของวันมูหะมัดนอร์ มะทา ทำให้หลังจากนี้จะต้องลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาชาติ เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่า ไม่ให้ประธานสภาฯ-รองประธานสภาฯ มีตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคการเมือง แต่วันมูหะมัดนอร์ มะทา ก็จะยังเป็นเสาหลักของพรรคประชาชาติต่อไป และหลังจากนี้ ชื่อของเขาจะถูกจารึกและถูกพูดถึงทางการเมืองไปอีกหลายสิบปี กับการเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่มีเสียง ส.ส.ในสภาแค่ 9 ที่นั่ง และเป็นพรรคที่มี ส.ส.เป็นลำดับที่ 8 ในสภา แต่หัวหน้าพรรคได้เก้าอี้ประมุขนิติบัญญัติ 

ที่จะเรียกได้ว่า ส้มหล่น ก็คงไม่ผิดนัก ซึ่งทั้งหมดเป็นผลพวงจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างพรรคก้าวไกลกับเพื่อไทย ที่เปิดศึกแย่งเก้าอี้ประธานสภาฯ กันมาหลายสัปดาห์ จนหาข้อสรุปไม่ได้ เพราะทั้งสองพรรคต่างไม่มีใครยอมให้แก่กัน

จนสุดท้าย เพื่อไทยที่ถือไพ่ทางการเมืองเหนือกว่าพรรคก้าวไกล เพราะด้วยจำนวนเสียงที่น้อยกว่าก้าวไกลแค่สิบที่นั่ง และสามารถแยกตัวออกไปตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองอื่น โดยถีบพรรคก้าวไกลออกจากการตั้งรัฐบาลได้ ผสมกับความเก๋าเกมทางการเมืองที่เหนือกว่าพรรคก้าวไกลหลายเท่า ทางเพื่อไทยเลยใช้วิธีหักคอก้าวไกลด้วยการดันวันนอร์ ที่ก็คือคนในเครือข่ายของเพื่อไทยมาก่อน ขึ้นเป็นประธานสภาฯ ชนิดพรรคส้มได้แต่กล้ำกลืนทางการเมือง เพราะหัวหน้าพรรค พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อยากเป็นนายกฯ และแกนนำพรรคก้าวไกลอยากเป็นรัฐมนตรี เลยยอมก้มหัวให้เพื่อไทยอย่างที่เห็น

ชนิดทำเอาแฟนคลับก้าวไกลหลายคนบ่นผิดหวังไปตามๆ กัน บางรายถึงกับบอกให้ก้าวไกลถอนตัวรอไปเป็นฝ่ายค้าน และรอการกลับมาในการเลือกตั้งรอบหน้า เพราะไม่แน่ เลือกตั้งรอบหน้า ก้าวไกลอาจได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง 250 เสียงก็ได้

ทว่าของแบบนี้ พิธาและแกนนำก้าวไกลไม่รับฟังแน่นอน เพราะการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน ใครจะไปรู้ได้ ไม่แน่เลือกตั้งรอบหน้า ก้าวไกลอาจได้ ส.ส.ไม่เยอะเหมือนรอบนี้ก็ได้ ยังไงก็ต้องเอาความชัวร์ไว้ก่อน ก็เลยยอมให้เพื่อไทยขี่คออย่างที่เห็น   

อย่างไรก็ตาม เมื่อจบศึกชิงเก้าอี้ประธานสภาฯ แล้ว แมตช์การเมืองนัดสำคัญนัดต่อไปที่รออยู่ก็คือ การนัดประชุมร่วมรัฐสภาระหว่าง ส.ส.และสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. รวม 750 คน เพื่อลงมติเลือกหรือเห็นชอบบุคคลให้เป็นนายกรัฐมนตรี

ที่คาดว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หลังได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธานสภาฯ ที่คงอีกไม่นานนับจากนี้ ก็จะนัดประชุมร่วมรัฐสภาในช่วงจังหวะที่เหมาะสม ด้วยการฟังสัญญาณจากแกนนำแปดพรรคตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคก้าวไกล ว่าพร้อมหรือยังสำหรับการดันพิธาให้เข้าสู่การโหวตของที่ประชุม

โดยหากพร้อม คาดหมายกันว่าอาจจะมีการนัดประชุมรัฐสภาวันที่ 14 ก.ค. ตามที่พิธาบอกไว้ก่อนหน้านี้ แต่ก็อาจเร็วกว่าหรือช้ากว่านั้นก็ได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับกระบวนการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภาฯ และความพร้อมของก้าวไกลและพิธา ว่ามั่นใจในเสียงโหวตหรือยังว่าจะถึง 376 เสียง

ที่หากพร้อม ก้าวไกลคงขอลุย วัดใจกันไปเลย ให้มันรู้ พิธาจะฝ่าด่านสภาสูงไปได้หรือไม่ 

ซึ่งปัจจุบัน 8 พรรคการเมืองตั้งรัฐบาลมีเสียงอยู่ที่ 312 เสียง และต้องตัดไปอีกหนึ่งเสียงจากประธานรัฐสภา ที่ตามหลักจะงดออกเสียง ทำให้เหลือ 311 เสียง 

หากก้าวไกลไม่สามารถดึงเสียง ส.ส.จากพรรคอื่น นอกจากแปดพรรคตั้งรัฐบาลมาเติมได้ เท่ากับว่าพิธาต้องหวังพึ่งเสียง ส.ว.อีกร่วม 65 เสียง ถึงจะได้ 376 เสียง ตัวพิธาจึงจะได้เป็นนายกฯ คนที่ 30 

ท่ามกลางแรงต้านพิธาและก้าวไกลจากสภาสูง ที่จับกระแสแล้วพบว่าแรงต้านจาก ส.ว.ยังแรงไม่น้อย จากปัจจัยต่างๆ ที่ ส.ว.หลายคนไม่ยอมรับในตัวพิธาและก้าวไกล

อาทิ เรื่องแนวคิดทางการเมืองของพรรค เช่น การยืนยันจะเสนอแก้ไขมาตรา 112 ที่เพื่อไทยก็ยังไม่มีทีท่าจะลดราวาศอกหรือยอมลดเพดานในเรื่องนี้ หรือนโยบายปฏิรูปกองทัพและการเลือกตั้งผู้ว่าฯ โดยตรง ที่ ส.ว.มองว่าบางเรื่องเข้าข่ายเป็นการลดพระราชอำนาจ

ตลอดจนข้อเป็นห่วงของ ส.ว.หลายคนเกี่ยวกับการที่คนในเครือข่ายพรรคก้าวไกลเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับเหตุร้อนๆ ทางการเมือง เช่น กรณี หยก เยาวชนนักเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือการจัดกิจกรรมของนักศึกษาเรื่องการแยกจังหวัดปัตตานีที่เชื่อมถึงเครือข่ายก้าวไกล 

หรือแนวคิดการเสนอให้เปลี่ยนแปลงวันชาติ จาก 5 ธันวาคม เป็น 24 มิถุนายน ที่เป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง แม้คนในพรรคจะบอกว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของรังสิมันต์ โรม ไม่ใช่จุดยืนของพรรคก็ตาม

ตลอดจนข้อกังขาเรื่องคุณสมบัติของพิธา ที่ถูก กกต.ไต่สวนเรื่องหุ้นไอทีวี เป็นต้น 

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดพิธาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 4 ก.ค. แสดงความมั่นใจว่าตอนนี้มีเสียงสนับสนุนจาก ส.ว.มากขึ้นเรื่อยๆ และการที่ก้าวไกลถอยเรื่องประธานสภาฯ แสดงให้เห็นถึง "การรุกได้ ถอยเป็น" ที่เป็นการส่งสัญญาณให้ ส.ว.ได้เห็น

แต่เรื่องนี้สวนทางกับ ประพันธ์ คูณมี ส.ว.คนดัง ที่ระบุว่า จากการพูดคุยกับเพื่อน ส.ว. ยืนยันได้ว่า ส.ว.จำนวนมากจะไม่โหวตให้พิธา จนทำให้พิธาได้เสียงไม่ถึง 376 ทำให้วืดเก้าอี้นายกฯ 

ประพันธ์ บอกด้วยว่า มีกระแสข่าวในสภาสูงว่ามีความพยายามที่จะใช้เงินไปซื้อเสียง ส.ว. ซึ่ง ส.ว.ด้วยกันเอง รวมถึงฝ่ายข่าวและฝ่ายความมั่นคงกำลังติดตามอยู่ โดยเฉพาะ ส.ว.ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย มีใครบ้าง มีการมาร์กตัวเป็นรายบุคคล

ท่ามกลางกระแสข่าวที่ลือกันไปว่า ข่าวลือดังกล่าวมี เจ้าสัว ถูกโยงเข้ามา

จบศึกชิงเก้าอี้ประธานสภาฯ ไปแล้ว รอบหน้าถึงฉากไคลแมกซ์กับการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อลงมติโหวตนายกฯ

ที่บอกได้เลยว่า มันส์-ระทึก-เข้มข้น กว่าศึกชิงประธานสภาฯ หลายเท่า 

เพราะรอบนี้ด้อมส้ม-แฟนคลับก้าวไกล 14 ล้านเสียง รอจะฮึ่มๆ กันแล้ว หากพิธาวืดนายกฯ!.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่

การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”

'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน

ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่

'อนุทิน'ขันนอต'รมต.สีน้ำเงิน' หนีมรสุมการเมือง-ไร้ผลงาน

ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนเศษของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ยังอาจเร็วเกินไปที่จะตัดสินอนาคตว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับประเด็นทางการเมืองหลายเรื่องที่ต้องชี้แจงและบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง

ล้างกระดาน"ภูเก็ต"ใหม่ รีเซตเชื่อมั่น"ปราบอิทธิพล"

กลายเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อลหม่านในช่วงที่ผ่านมา สำหรับ ‘ภูเก็ต’ ไข่มุกแห่งอันดามัน ที่นอกจากความสวยงามแล้ว ยังเต็มไปด้วย ‘ผลประโยชน์มหาศาล’

มหากาพย์ฮั้วสว.เกมวัดใจกกต. ส่งศาลหรือฟอกขาวกลุ่มสีน้ำเงิน

คดีมหากาพย์ฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ถูกจุดพลุขึ้นมาเขย่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกระลอก เมื่อพรรคประชาชน โดย "ไอติม" นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หงายไพ่เด็ดเปิดคลิปวิดีโอหลักฐานแฉกรรมการ กกต.และเจ้าหน้าที่ระดับสูง เดินยึดโพยรายชื่อและหมายเลขคาคูหาเลือก สว.ระดับประเทศ ทว่ากลับปล่อยผ่านไฟเขียวให้โหวตต่อจนจบพิธีกรรม กลายเป็นเบ็ดล็อกคอ กกต.ชุดใหญ่ บีบให้ต้องเลือกระหว่างการทำหน้าที่ผู้คุมกฎ หรือยอมถูกตราหน้าเป็นนั่งร้านกางปีกป้องขบวนการกินรวบสภาสูงที่มีรายชื่อผู้ต้องสงสัยกว่า 229 ชีวิต

ปมที่ดิน จุดตายนักการเมือง-เศรษฐี “สหายแสง-ศุภชัย”ไม่ใช่รายสุดท้าย

จากกรณีเมื่อ 11 มิ.ย. ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในคดีของ ศุภชัย โพธิ์สุ หรือสหายแสง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีต