เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีประเด็นใหญ่ที่ถูกตีพิมพ์ทุกหน้าสื่อคือ การลาออกจากหัวหน้าพรรคก้าวไกลของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ สส.และผู้นำฝ่ายค้านได้ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้พิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องคดีพิธาถือหุ้นไอทีวีไว้พิจารณา ดังนั้นจึงเปิดทางให้พรรคเลือก สส.ที่สามารถทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านขึ้นมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแทน
โดยหลังการลาออกของพิธา ทำให้หลังจากนี้ทางพรรคก้าวไกลจะต้องเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งหลายฝ่ายก็มีการคาดการณ์คนที่จะขึ้นมานั่งเป็นแม่ทัพคนใหม่ของพรรคก้าวไกลมีอยู่ 4 รายชื่อตัวเต็งที่มีโอกาสสูงในการเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่
1.ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล บุรุษที่มีบุคลิกเงียบๆ เป็นคนเรียบๆ เฉยๆ ทว่า สุขุมนุ่มลึก และทำงานด้วยข้อมูลเหมือนนักบริหารรุ่นใหม่ ก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ต่อมาพรรคถูกยุบ จึงย้ายไปร่วมงานกับพรรคก้าวไกล และทำหน้าที่เป็นเลขาธิการพรรค โดยในสมัยที่อยู่พรรคอนาคตใหม่ นายชัยธวัชถูกมองว่าเป็นเหมือนกุนซือ ผู้ทำงานอยู่เบื้องหลัง และเมื่อมาอยู่พรรคก้าวไกล ก็ถูกขนานนามว่าเป็น "คีย์แมนสำคัญ" ที่นำพาพรรคก้าวไกลประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง 2566
นอกจากนี้หลังจากเลือกตั้ง และความสำเร็จที่เกิดขึ้น ชัยธวัชยังเป็นสายประสานประจำพรรค เดินหน้าทำงานให้กับพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะในช่วงที่ก้าวไกลได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชัยธวัช เป็นคนเดินสายดีลพรรคการเมืองให้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล อีกทั้งยกหูขอเสียงสนับสนุนจาก สว.ในการโหวตนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย
2.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรค เป็นผู้ที่มีบทบาทในการทำหน้าที่ในสภาเป็นอย่างมาก ทั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตรวจสอบการใช้งบประมาณในภาครัฐ โดยขึ้นมาเป็นผู้นำพรรคหลังพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ จากที่เคยทำงานอยู่เบื้องหลังได้ออกมาเบื้องหน้ามากขึ้น ด้วยหลักคิด คนออกแบบนโยบายควรได้รับผิดรับชอบจากผลของนโยบาย ได้เห็นว่านโยบาย ใครเป็นคนคิด หากคิดหรือทำอะไรผิด เราเป็นผู้รับผิดชอบผ่านกลไกพรรคการเมือง
3.นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลฝ่ายกฎหมาย คือหนึ่งในผู้คุมกฎของพรรค ในฐานะคณะกรรมการวินัย และจรรณยาบรรณสมาชิกพรรคก้าวไกล และก่อนหน้านี้นายณัฐวุฒิยังเคยเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่มีกระแสข่าวว่าจะได้ตำแหน่งเก้าอี้ประธานสภา
4.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อดีตดาวสภา และอดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่เปรียบเสมือนรถถังประจำพรรค เห็นได้จากการอภิปรายต่างๆ ในสภา หรือแม้กระทั่งในเวทีดีเบตที่พร้อมเป็นตัวชน เป็นตัวปะทะประจำพรรค จากการอภิปรายด้วยวาทศิลป์ที่เผ็ดมัน ที่ทำให้คนดูทางบ้านไม่ง่วงนอน และสนุกกับการดูเจ้าตัวอภิปรายทุกครั้ง นอกจากนี้วิโรจน์ยังเป็นผู้เปิดโปงประเด็นส่วยสติกเกอร์ (ส่วยรถบรรทุกตรวจจับน้ำหนัก) หรือแม้ว่าส่วยรีดไถ่โกดังพลุระเบิดที่ ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส
สำหรับคุณสมบัติจากคำพูดของผู้บริหารระดับสูงของพรรค ระบุว่า หัวหน้าพรรคคนใหม่ที่ต้องรับหน้าที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านจะต้องมีความคล่องในงานสภา เพราะจะต้องได้รับความร่วมมือจากพรรคฝ่ายค้านทั้งหมดในการดำเนินกิจการต่างๆ เพราะที่ผ่านมาเราเห็นการใช้บทบาทของผู้นำฝ่ายค้านไม่มากนัก มีเพียงแค่การลงพื้นที่พบปะประชาชน ถ้าเป็นผู้นำฝ่ายค้านที่มาจากพรรคก้าวไกลจะต้องมีแนวทางที่สร้างสรรค์ มีประสิทธิภาพมากขึ้น
แต่ไม่นานมานี้มีข่าวหลุดออกจากวงที่ประชุมพรรคก้าวไกลที่เตรียมจะเสนอให้ชัยธวัชเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ โดยการทำงานในพรรคทั้งนโยบาย การบริหารจัดการภายในพรรคไม่ได้เป็นที่กังขาแต่อย่างใด แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ จะสร้างผลงานให้เทียบเคียงกับพิธาได้หรือไม่ เพราะด้วยจากกระแสของพิธา ตั้งแต่เริ่มรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคก้าวไกลเพียงไม่กี่ปี สามารถเพิ่มฐานเสียงทั่วทุกประเทศได้อย่างล้นหลาม จากการเลือกตั้งเมื่อ 14 พ.ค.66 ที่ผ่านมา ที่ชนะการเลือกตั้งด้วยการเป็นพรรคที่รับคะแนนอันดับ 1 ด้วยคะแนนเสียงกว่า 14 ล้านเสียง นอกจากนี้ยังเป็นภาพลักษณ์ประจำพรรคก้าวไกล ถ้าถามประชาชนว่านึกถึงพรรคก้าวไกลให้นึกถึงใคร ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่านึกถึงพิธา ด้วยความที่มีออร่าประหนึ่งดาราดัง ที่ไม่ว่าจะไปไหนทั้งเด็กทั้งผู้หญิงก็มักจะขอถ่ายรูปด้วย
นอกจากนี้ภาพลักษณ์การทำงานของพิธามักจะเป็นตัวของตัวเอง จนคนเลิกคิดว่าพรรคก้าวไกลมีธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นเจ้าของพรรค "แม้ในเบื้องลึกพิธาก็ยังคงขอคำแนะนำในด้านการเมืองกับธนาธร" อีกทั้งยังเคยเกิดวิวาทะกับปิยบุตร แสงกนกกุล ก่อนการเลือกตั้ง คนภายนอกจึงมองว่าการทำงานของพิธาไม่ได้ขึ้นตรงกับใคร แต่อุดมการณ์การเมืองยังคงเป็นเหมือนเดิม
ซึ่งถ้าหัวหน้าพรรคคนใหม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าพรรคนี้ไม่ได้เป็นพรรคของธนาธร ก็จะสามารถพูดได้เต็มปากว่าเป็นพรรคเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง สามารถออกแบบนโยบายได้อย่างอิสระ ไม่ต้องพึ่งการกำหนดทิศทางของคนนอกพรรค ก็จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สนับสนุนได้
ส่วนการเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลชุดใหม่จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่นั้น คงต้องรอลุ้นผลวันที่ 23 ก.ย.นี้ จะมีการประชุมวิสามัญของพรรค โดยวาระสำคัญจะเป็นการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ส่วนการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ก็คงต้องรอผลสรุปในที่ประชุมวิสามัญ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฮั้วสว.'ข้อเท็จจริง'ปะทะ'กระแส' จบที่ศาล หรือรอวันแตกหัก?
สถานการณ์การเมืองในห้วงเวลานี้เปรียบเสมือนฉากทัศน์ของ สงครามตัวแทน ระหว่าง 2 ขั้วอำนาจที่มียุทธวิธีต่างกันสุดขั้ว ระหว่างฝ่าย 'สีส้ม' นำโดยพรรคประชาชนอย่าง “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ์ และเครือข่ายภาคประชาสังคม ไอลอว์ “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” พ่วง สว.ประชาชน และผู้สมัคร สว.สำรอง ที่เดินเกมใช้ข้อมูลข่าวสาร สำนวนในคดี เปิดโปงความไม่โปร่งใสในคดีฮั้ว สว.รายวัน
“สำนวนฮั้ว สว.229”รั่วกลางทาง “กกต.”หนีตาย“ลอยตัว”ลดแรงเสียดทาน
นาทีนี้คงไม่มีประเด็นการเมืองไหนจะสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงขั้วอำนาจในสภาสูงได้เท่ากับมหากาพย์ "คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา" อีกแล้ว จากการเลือก สว. เมื่อปี 2567 ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องการจัดตั้งและบล็อกโหวต วันนี้คดีที่หลายฝ่ายคิดว่าจะถูกเตะถ่วงจนเงียบหาย กลับมาพูดถึงขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และกำลังบีบให้องค์กรอิสระอย่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องตกอยู่ในสภาพ "หลังชนฝา"
"ใครรุก-ใครรับ"ในเกมไฟใต้ "การเมือง" กระตุก"กองทัพ"
ประเด็นข่าวการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ไปถูกเยาวชนชายในช่วงเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกใน จ.นราธิวาส
‘นิรโทษกรรม’ ล้างอดีตความขัดแย้ง อาจวนลูปเดิมหากรบ.อนุทินล้มเหลว
พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 มีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา
26ส.ค.ไต่สวนลับ บัตรเลือกตั้ง ปิดคดีกันยายน
คำร้องคดี บัตรเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้วินิจฉัยว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจใช้สืบค้นย้อนกลับไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีมติเมื่อ 18 มี.ค. ด้วยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้วินิจฉัย
หลังเปิดสภา 25 ส.ค. การเมืองร้อนกลางสายฝน ล็อกเป้าซักฟอกถล่ม'อนุทิน'
แน่นอนว่าไคลแมกซ์การเมืองในช่วงการประชุมสภาสมัยล่าสุด ที่จะเริ่มเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร 25 ส.ค.นี้เป็นต้นไป คือ

