10 พ.ย.ดิจิทัลวอลเล็ตไม่ชัด “เศรษฐา-พท.”ก็เตรียมม้วนเสื่อ

ก่อนจะถึงนัดหมายวันพฤหัสบดีที่ 10 พ.ย.ที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ระบุว่า จะมีการเปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนถึงนโยบาย ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่ถึงขั้นระบุว่าวันดังกล่าวรู้เรื่องทุกอย่าง โดยเฉพาะที่มาที่ไป-ไทม์ไลน์กฎกติกาที่ชัดเจน อีกทั้งยังบอกด้วยว่า ในส่วนของแอปพลิเคชันเป๋าตังจะมีส่วนร่วมในนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตด้วย เพื่อให้เกิดความสะดวกกับประชาชนในการใช้ดิจิทัลวอลเล็ต

ก็ปรากฏว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง หลักเกณฑ์การแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ที่สำรวจระหว่าง 31 ต.ค.-2 พ.ย.ที่ผ่านมา จากกลุ่มตัวอย่าง 1,310 หน่วยตัวอย่าง

นิด้าโพล ระบุว่า เกณฑ์การแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 50.08 เห็นว่า ควร จ่ายทุกกลุ่มโดยไม่ต้องมีเกณฑ์เงินเดือน หรือเงินฝากในบัญชีมาเป็นข้อจำกัด

ที่ก็คือ เห็นด้วยที่จะต้องให้กับคนไทยทุกคนที่อายุเกิน 16 ปีขึ้นไป ได้กันหมดถ้วนหน้า ไม่ต้องมีเรื่องของว่าหากมีเงินเดือนเกิน 25,000 หรือเกิน 50,000 บาท-มีเงินฝากในธนาคารเกินห้าแสนบาทแล้วจะไม่ได้รับ

อันเป็นแนวนโยบายของเพื่อไทย ที่ชูธงในการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมาว่า ดิจิทัลวอลเล็ตไม่ใช่นโยบายช่วยเหลือทางการเงินหรือเศรษฐกิจ แต่เป็นนโยบาย กระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อทำให้เศรษฐกิจประเทศทั้งประเทศกลับมาคึกคัก มีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้นผ่านการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ที่รัฐบาลจะอัดเงินเข้าระบบภายใน 6 เดือน ถึง 560,000 ล้านบาท จนทำให้ ตัวคูณทางการคลัง (Fiscal Multipliers) หมุนในระบบเศรษฐกิจจากประชาชนไปถึงภาคการผลิตไม่น้อยกว่า 4-5 รอบ จนส่งผลทำให้จีดีพีของประเทศเติบโตถึง 5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อสิ้นปี 2567 หากมีการใช้นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตในช่วงไม่เกินไตรมาสแรกของปี 2567

อย่างไรก็ตาม นิด้าโพลก็เผยผลสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่าง รองลงมาร้อยละ 26.64 ระบุว่า ควรจ่ายเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร้อยละ 14.66 ระบุว่า ตัดสิทธิ์ผู้ที่มีรายได้เกินเดือนละ 50,000 บาท หรือมีเงินฝากในบัญชีตั้งแต่ 5 แสนบาท ร้อยละ 8.01ระบุว่า ตัดสิทธิ์ผู้ที่มีรายได้/เงินเดือน เดือนละ 25,000 บาท หรือมีเงินฝากในบัญชีตั้งแต่ 1 แสนบาท

นอกจากนี้ นิด้าโพลยังเผยผลสำรวจด้วยว่า ในส่วนของ เกณฑ์พื้นที่/รัศมีการใช้จ่ายเงิน 10,000 บาท พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 69.85 ระบุว่า ควรใช้จ่ายในร้านค้าใดก็ได้ในประเทศไทย โดยไม่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่/รัศมีมากำหนด

ที่ก็คือกลุ่มตัวอย่างเห็นว่า คนที่ได้ดิจิทัลวอลเล็ต ควรนำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายได้ทุกที่ทั่วประเทศไทย เหมือนกับโครงการอื่นๆ ของรัฐบาลในอดีต เช่น โครงการคนละครึ่ง ที่ประชาชนซึ่งได้สิทธิ์ดังกล่าวสามารถใช้ได้ทั่วประเทศ ไม่ใช่ใช้ได้แค่วงจำกัดภายในไม่เกินรัศมี 4 กิโลเมตรตามภูมิลำเนาตามบัตรประชาชน อย่างที่เพื่อไทยเคยวางกรอบไว้ ที่หลักคิดของเพื่อไทยคือเพื่อทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนทั่วประเทศ ไม่กระจุกตัวอยู่แค่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง โดยเฉพาะเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครหรือเมืองท่องเที่ยวหลัก

แม้ต่อมาช่วงหลัง แนวคิดของคนในเพื่อไทยเริ่มเห็นด้วยที่จะขยายจากไม่เกิน 4 กิโลเมตร เป็นให้ใช้ได้ภายในอำเภอหรือเต็มที่ก็แค่ในจังหวัด แต่ก็ไม่ถึงกับให้ใช้ได้ทั่วประเทศ

โดยรองลงมาร้อยละ 14.50 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายในร้านค้าภายในจังหวัด (ตามทะเบียนบ้าน) ร้อยละ 13.59 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายในร้านค้าภายในอำเภอ (ตามทะเบียนบ้าน) และร้อยละ 2.06 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายในร้านค้ารัศมี 4 กิโลเมตร (ตามทะเบียนบ้าน)

อีกทั้งผลสำรวจของนิด้าโพลพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คือร้อยละ 62.60 เห็นว่ากรอบระยะเวลาในการใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลเล็ต เห็นด้วยที่ให้ใช้ภายใน 6 เดือนตามที่เพื่อไทยหาเสียงไว้ ขณะที่รองลงมาร้อยละ 37.09 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายเงินภายใน 1 ปี

ประมวลสรุปได้ว่า ผลสำรวจนิด้าโพลรอบนี้ก็คือ กลุ่มตัวอย่างเห็นด้วย-สนับสนุนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ที่เป็นเสียงสะท้อนตอบรับในทางบวกต่อนโยบายดังกล่าวของเพื่อไทย

มาแบบได้จังหวะอย่างนี้ ย่อมทำให้เศรษฐา-เพื่อไทยใจฟู แถมเข้าทางตีน เอาไปอ้างได้ว่า ประชาชนเห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว เหมือนที่คนเพื่อไทยบอกตลอดว่า ประชาชนส่วนใหญ่รอคอย อยากได้ดิจิทัลวอลเล็ต ส่วนคนคัดค้านแค่เสียงส่วนน้อย 

คราวนี้ก็อยู่ที่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายของเศรษฐา ในฐานะนายกฯ และ รมว.คลัง และในฐานะ ประธานคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ที่ตั้งตามมติ ครม.

ซึ่งแม้มีกรรมการร่วม 28 คนที่มาจากหลากหลายสาขาอาชีพ กระนั้นการตัดสินใจจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ก็อยู่ที่ตัวเศรษฐา ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและ รมว.คลังเป็นหลัก

 ท่ามกลางข้อสงสัยและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังมาตลอดถึงนโยบายดังกล่าว ที่จนป่านนี้ แกนนำเพื่อไทย โดยเฉพาะ จุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง จากเพื่อไทย ที่เป็นหัวเรือใหญ่ของรัฐบาล-พรรคเพื่อไทย ในการคุมทิศทางนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ก็ยังตอบไม่ได้ถึงเรื่อง

แหล่งที่มาของเงินงบประมาณ

หลายแสนล้านบาท ที่จะนำมาทำนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต โดยเฉพาะหากจะให้คนไทยทุกคนที่อายุเกิน 16 ปี ได้พร้อมกันหมด ที่ต้องใช้งบร่วม 560,000 ล้านบาท

                    ก็อดใจรอดูกันกับโปรแกรมทอง 10 พ.ย. ว่าทิศทางดิจิทัลวอลเล็ตจะออกมาแบบไหน กับการเปิดเผย-การแถลงจากเศรษฐา นายกฯ-รมว.คลัง ถ้าไม่เจอโรคเลื่อนไปก่อน

โดย 3 ประเด็นใหญ่ที่เศรษฐาต้องตอบให้ชัด ในวันที่ 10 พ.ย.ก็คือ

1.แหล่งที่มาของเงินงบประมาณที่ใช้ทำนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 

 2.การโอนเงินจะโอนให้คนไทยทุกคน หรือให้เฉพาะบางกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน 

3.จะสามารถโอนได้เมื่อใด และโอนครั้งเดียว หนึ่งหมื่นบาทหรือโอนหลายงวด

หากทั้ง 3 ประเด็นดังกล่าว ไม่ชัด มีความคลุมเครือ เศรษฐาตอบไม่ได้ เลี่ยงบาลี จะยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบริหารประเทศของเศรษฐา และพรรคเพื่อไทย มีปัญหาตามมาอย่างหนัก เพราะขนาดนโยบายเรือธงอย่างดิจิทัลวอลเล็ตของเพื่อไทยยังอึมครึม-เข็นไปแบบยากเย็น การผลักดันนโยบายอื่นๆ ที่เคยหาเสียงไว้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปมที่ดิน จุดตายนักการเมือง-เศรษฐี “สหายแสง-ศุภชัย”ไม่ใช่รายสุดท้าย

จากกรณีเมื่อ 11 มิ.ย. ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในคดีของ ศุภชัย โพธิ์สุ หรือสหายแสง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีต

ไชยชนกลุยไฟTH-AI Passport บนข้อกังขา 'สีน้ำเงินคอนเนกชัน' แจงไม่เคลียร์เสี่ยงฉุดรัฐบาลทรุด!

เสียรังวัดทางการเมืองมากพอสมควรสำหรับ ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม-เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ลูกชายพี่ใหญ่-บิ๊กบราเธอร์ขั้วสีน้ำเงิน เนวิน ชิดชอบ ที่กำลังถูกตรวจสอบอย่างหนักกับความพยายามเดินหน้า

‘สตช.-ดีอี’ลุยเว็บพนันบอลโลก ‘ปราบจริง’หรือ'แค่พอเป็นพิธี'

เสียงนกหวีดดัง เริ่มการฟาดแข้งสุดยอดมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ “ฟุตบอลโลก” FIFA World Cup 2026 ครั้งที่ 23 จัดขึ้นที่ทวีปอเมริกาเหนือ เป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เพิ่มจาก 32 ทีม เป็น 48 ทีม แบ่งเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม แข่งขันกันรวม 104 แมตช์ ระหว่างวันที่ 11 มิ.ย.-19 ก.ค.69 รวมระยะเวลาการแข่งขัน 39 วัน คู่เปิดสนามเวลาตี 2 บ้านเรา เจ้าภาพเม็กซิโก-แอฟริกาใต้ ที่สนามเอสตาดีโอ อัซเตกา เม็กซิโก ซิตี

28ปี กกต.บนเส้นด้ายมรสุม "บัตรบาร์โค้ด" “เสี่ยงโมฆะ”พร้อมศึกในร้าวลึกเลื่อยขา"แสวง"

เสียงกลองรัวฉลองวันสถาปนาครบรอบ 28 ปี ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วงเช้าวันที่ 9 มิ.ย.2569

ทุบ"ชัชชาติ"ขยี้"ระบอบอากง" หมัดนี้ยังไม่น็อก แต่เสี่ยงแต้มหลุดเป้า

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 สัปดาห์ ก็จะถึงวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.นี้