เศรษฐาปืนลั่นใส่ขาตัวเอง ตั๋วพท.ทำโผ'พ.ต.อ.'ป่วน

หลัง เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ทำปืนลั่นใส่ขาตัวเองกลางที่ประชุม สส.พรรคเพื่อไทย เมื่อ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา เรื่องมี สส.ของพรรคเพื่อไทยฝากให้พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับ ผู้กำกับ 

พบว่า ฝ่ายเศรษฐา-เพื่อไทยพยายามพลิกสถานการณ์ และเดินแผนแก้เกมอย่างรัดกุม ด้วยการที่เศรษฐาและคนในพรรคเพื่อไทยจะพูดเรื่องนี้ให้น้อยที่สุด เพื่อให้จบกระแสโดยเร็ว ไม่บานปลายไปมากกว่านี้

การทำปืนลั่นใส่ขาตัวเองของเศรษฐา หากยิ่งดูจากสถานการณ์แวดล้อม ยิ่งมัดแน่น ดิ้นหนียาก

เพราะขณะนี้อยู่ในช่วงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังทำ โผบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้าย ข้าราชการตำรวจทั่วประเทศในระดับ รองผู้บังคับการ-ผู้กำกับตามกองบัญชาการตำรวจต่างๆ จนถึงสารวัตรทั่วประเทศ ที่เรียกว่า โผรอง ผบก.-สารวัตร 

               ที่มีการสั่งให้ผู้บัญชาการกองบัญชาการต่างๆ ส่งโผบัญชีรายชื่อไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อจะได้เข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในไม่เกิน 29 พ.ย.นี้ โดยมีข่าวว่าในส่วนของกองบัญชาการที่สังกัด สง.ผบ.ตร. มีการสั่งให้ส่งโผไปที่สำนักงาน ผบ.ตร.ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนหน้าเศรษฐาไปพูดที่พรรคเพื่อไทย 1 วัน

ขณะเดียวกัน เศรษฐายังเป็นนายกฯ ที่คุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็น ประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่ต้องรู้ทุกความเคลื่อนไหวสำคัญๆ ของ สตช. ที่ก็รวมถึงการส่งโผสีกากีไปที่สำนักงานกำลังพล สตช. อีกทั้งเมื่อวันจันทร์ที่ 20 พ.ย. พบว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ก็เดินทางไปพบนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล แต่นายกฯ บอกว่ามาคุยเรื่องงานความมั่นคง 

การที่ตอนนี้อยู่ในช่วงทำโผแต่งตั้งโยกย้ายผู้กำกับทั่วประเทศ และเศรษฐาคุมตำรวจ เป็นประธาน ก.ตร.ด้วยตัวเอง แล้วบอกกับ สส.เพื่อไทยว่า ที่ขอให้ช่วยพิจารณาโผแต่งตั้งผู้กำกับทั่วประเทศ ที่นายกฯ บอกว่าคงมีคนผิดหวัง เพราะขอไปแล้วไม่ได้

สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือการพลาดครั้งใหญ่ของเศรษฐา-เพื่อไทย ที่หลักฐาน Digital Footprint หรือรอยเท้าบนโลกดิจิทัล มัดแน่น ดิ้นไม่หลุด!

เพราะทั้งภาพและเสียงที่เศรษฐาแก้ผ้าประจาน สส.เพื่อไทยที่ส่ง ตั๋วฝาก-ตำรวจในสังกัด ไปถึงเศรษฐา และคนใกล้ชิดนายกฯ เพื่อขอให้ช่วยพิจารณา และส่งต่อไปยังบิ๊กตำรวจใน สตช. ให้พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายไปตามชื่อและตำแหน่งที่ส่งไป

ภาพ-เสียงที่นายกฯ พูดกลางห้องประชุมดังกล่าว มันไม่ใช่การแอบถ่าย ไม่ใช่คลิปหลุด แต่เป็นการพูดกลางวงประชุม สส. โดยมีการเปิดให้สื่อมวลชนเข้าไปถ่ายภาพ-ทำข่าวในช่วงดังกล่าว ที่ปกติทางพรรคก็จะให้สื่อเข้าไปถ่ายอินเสิร์ตในช่วงแรกๆ ของการประชุมเพื่อไทยนัดสำคัญๆ โดยเฉพาะเวลาเศรษฐาและอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมประชุมด้วย

เมื่อนายกฯ ทำปืนลั่นใส่ขาตัวเอง มันเลยทำให้สุ่มเสี่ยงจะทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 (3) ในเรื่องการไม่ให้ สส.ก้าวก่ายหรือแทรกแซงทั้งทางตรง-ทางอ้อม ในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ อีกทั้งอาจขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระฯ พ.ศ.2561 ที่ให้ใช้กับรัฐมนตรีและ สส.ด้วย จนสามารถถูกร้องไปที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ 

ทำให้เศรษฐา-เพื่อไทย ต้องใช้วิธีตั้งหลักพูดเรื่องนี้ให้น้อยที่สุด และต้องพยายามตัดตอนไม่ให้มีการขยายความไปมากกว่านี้

อันจะเห็นได้จากคำให้สัมภาษณ์ของนายกฯ สองครั้ง หลังถูกสื่อมวลชนซักถามในประเด็นดังกล่าว ก็มักจะตอบแบบหลีกเลี่ยง ไม่ให้ถูกนำไปขยายความต่อได้

ขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวว่า คนในพรรคเพื่อไทยบางส่วน เช่น ทีมฝ่ายกฎหมาย-ทีมวิปรัฐบาล-ทีมตอบโต้ทางการเมืองของเพื่อไทย ก็มีการเรียกประชุมกันเมื่อช่วงสายวันพุธที่ 22 พ.ย.ทันที ที่พรรคเพื่อไทย เพื่อประเมินสถานการณ์ในกรณีดังกล่าว หลังเห็นทีท่าไม่ดีในเรื่องนี้

โดยข่าวว่ามีการกำชับให้ สส.ของเพื่อไทย-ทีมตอบโต้การเมืองของนายกฯ และเพื่อไทย เลี่ยงที่จะให้สัมภาษณ์หรือตอบโต้ในประเด็นนี้ ให้นายกฯ ตอบสื่อคนเดียว เพื่อหวังให้เรื่องจบโดยเร็ว

  การพลาดดังกล่าวของเศรษฐา ทำให้หลังจากนี้เจ้าตัวคงระมัดระวังมากขึ้นในการพูดจาหรือแสดงออกในที่สาธารณะ ที่ต้องปรับบุคลิกให้มีความเป็นผู้นำประเทศมากขึ้น หลังก่อนหน้านี้ก็พลาดมาแล้วหลายรอบ เพียงแต่อิมแพ็กต์ไม่แรงเท่านี้

ไม่ว่าจะเป็นกรณีคลิปโยนปากกา ที่สะท้อนตัวตนความเป็นเสี่ยใหญ่ ซีอีโอบริษัท ที่มักแสดงออกหากเห็นอะไรไม่ถูกใจ โดยไม่สนใจคนรอบข้าง หรือกรณีการเรียกข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ไปรองรับอารมณ์ที่พื้นที่รับรอง สนามบินสุวรรณภูมิ ที่นายกฯ โวยวายเรื่องการแก้ปัญหาหมูเถื่อน ที่มีเสียงสะท้อนว่าผู้นำที่ดีจะไม่ตำหนิผู้ใต้บังคับบัญชาในที่สาธารณะให้ต้องได้รับความอับอาย หรือการใช้คำว่า “ขี้ข้า” ระหว่างให้คำแนะนำกับนักศึกษาไทยในสหรัฐอเมริกาในเรื่องการใช้ชีวิตการทำงาน ระหว่างไปประชุมเอเปกที่สหรัฐ จนนายกฯ ต้องออกมาขอโทษ และอ้างว่าใช้คำพูดแบบที่เคยบอกกับลูก ไม่ใช่พูดไม่สุภาพ แต่เป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา หรือกรณีการทวิตเตอร์ประณามทันที หลังเหตุการณ์การโจมตีอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ถูกวิจารณ์ว่าเร็วไป จนมีข่าวว่าทำให้บางประเทศในกลุ่มที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามอิสราเอลไม่พอใจกับท่าทีของผู้นำไทย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ผลที่ตามมากับกรณี ตั๋วเพื่อไทย เอาเฉพาะหน้า ทำให้ต่อจากนี้เศรษฐาและทีมงานการเมืองจะต้องวางแผนกันว่าจะรับมือกับเรื่้องนี้อย่างไร หลังถูกคณะกรรมาธิการสามัญฯ ของสภาอย่างน้อยสองชุด ที่ตัวประธาน กมธ.ฯ เป็นคนของฝ่ายค้าน จะเรียกไปชี้แจง

นั่นก็คือ คณะกรรมาธิการตำรวจฯ ที่มี ชัยชนะ เดชเดโช สส.ประชาธิปัตย์ เป็นประธาน และคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ที่มี รังสิมันต์ โรม จากก้าวไกล ที่เคยสร้างชื่อในการอภิปรายกลางสภาเรื่อง "ตั๋วช้าง" เป็นประธาน

หลังกรรมาธิการฯ ทั้งสองคณะโดดเข้ามารับลูกตรวจสอบเรื่องตั๋วฝากตำรวจของเพื่อไทยและเศรษฐา และมีการกำหนดคิวเรียกเศรษฐาไปชี้แจงต่อที่ประชุมกรรมาธิการฯ ด้วยตัวเอง  

ประเด็นตั๋วฝากตำรวจจึงเป็นเรื่องแรกที่ฝ่ายกรรมาธิการฯ ของสภาเข้ามาตรวจสอบเศรษฐาในกระบวนการฝ่ายนิติบัญญัติ

ให้รอติดตาม เศรษฐาจะรับมือเรื่องนี้อย่างไร จะเดินทางไปชี้แจงด้วยตัวเองหรือไม่ หรือจะหาวิธีเลี่ยง เพราะเกรงหากโดนกรรมาธิการฯ จากฝ่ายค้านซักหนักๆ จะหลุดอีก

ขณะเดียวกัน โผรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายรอง ผบก.-สารวัตรทั่วประเทศ ที่คาดว่าจะคลอดออกมาปลายเดือนนี้ ไม่แน่ ตั๋วเพื่อไทยในส่วนคนที่ฝากได้ มีตำแหน่งลงให้ คงทำให้โผสีกากีรอบนี้ป่วนพอควร.  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“สำนวนฮั้ว สว.229”รั่วกลางทาง “กกต.”หนีตาย“ลอยตัว”ลดแรงเสียดทาน

นาทีนี้คงไม่มีประเด็นการเมืองไหนจะสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงขั้วอำนาจในสภาสูงได้เท่ากับมหากาพย์ "คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา" อีกแล้ว จากการเลือก สว. เมื่อปี 2567 ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องการจัดตั้งและบล็อกโหวต วันนี้คดีที่หลายฝ่ายคิดว่าจะถูกเตะถ่วงจนเงียบหาย กลับมาพูดถึงขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และกำลังบีบให้องค์กรอิสระอย่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องตกอยู่ในสภาพ "หลังชนฝา"

"ใครรุก-ใครรับ"ในเกมไฟใต้ "การเมือง" กระตุก"กองทัพ"

ประเด็นข่าวการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ไปถูกเยาวชนชายในช่วงเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกใน จ.นราธิวาส

26ส.ค.ไต่สวนลับ บัตรเลือกตั้ง ปิดคดีกันยายน

คำร้องคดี บัตรเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้วินิจฉัยว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจใช้สืบค้นย้อนกลับไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีมติเมื่อ 18 มี.ค. ด้วยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้วินิจฉัย

หลังเปิดสภา 25 ส.ค. การเมืองร้อนกลางสายฝน ล็อกเป้าซักฟอกถล่ม'อนุทิน'

แน่นอนว่าไคลแมกซ์การเมืองในช่วงการประชุมสภาสมัยล่าสุด ที่จะเริ่มเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร 25 ส.ค.นี้เป็นต้นไป คือ

‘หนู-นก’ลุยไฟฝ่าเสียงค้าน! เข็น‘TH-AI Passport’ไม่ไร้ค่า

ไม่ใช่โครงการไร้ค่า เฮงกะบ๊วย! คำพูดการันตีจากหัวหน้ารัฐบาล นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หลังโครงการ “TH-AI Passport” ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดลงทะเบียนวันแรกแล้วเมื่อวันที่ 19 ส.ค.2569