หลังสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ประกาศรับรองรายชื่อสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดใหม่ 200 คน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยประกาศยืนยันว่าไม่เกิน 3 ก.ค. ประกาศรับรองแน่ ดังนั้นก็ต้องมาลุ้นกันต่อในสัปดาห์นี้ ช่วง 8-12 ก.ค. ว่า กกต.จะประกาศรับรองรายชื่อ สว.ชุดใหม่หรือไม่ หรือจะต้อง เลื่อน-ขยับ ออกไปอีก
ท่ามกลางข่าวหลายกระแสที่ออกมาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งกระแสข่าวในช่วงเย็นๆ ค่ำๆ วันจันทร์ที่ 8 ก.ค.อาจมีการประกาศรับรองรายชื่อ สว.ชุดใหม่ในราชกิจจานุเบกษา หลังการประชุมวุฒิสภาชุดปัจจุบันที่นัดประชุมกันวันที่ 8 ก.ค.เสร็จสิ้นลง หรือไม่ก็อาจเป็นวันอังคารที่ 9 ก.ค. แต่ช้าสุดหลายคนมองว่าไม่น่าจะเกินวันพุธที่ 10 ก.ค. และเมื่อกระบวนการรายงานตัวของ สว.ชุดใหม่กับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเรียบร้อย จนทุกอย่างพร้อม อาจมีการนัดประชุมวุฒิสภานัดแรกในวันศุกร์ที่ 12 ก.ค.เพื่อเลือก ประธานวุฒิสภา-รองประธานวุฒิสภา หรือไม่ก็อย่างช้าไม่เกินช่วงจันทร์-อังคารที่ 15-16 ก.ค. แต่ถ้าสัปดาห์นี้ยังไม่มีการรับรอง สว.อีก การเลือกประธานวุฒิสภาก็ต้องขยับออกไป
ขณะที่ข่าวอีกบางกระแสก็ลือว่า สัปดาห์นี้ กกต.รับรองแน่ แต่อาจจะประกาศรับรองรายชื่อไม่ครบ 200 คน เพราะอาจมีว่าที่ สว.บางคนถูก กกต. แขวน-จับแช่แข็ง ไม่รับรองรายชื่อ บ้างก็ลือถึงว่า อาจเสี่ยงจะถูก กกต.สอยเอาเลยเพราะพบว่ามีปัญหาเรื่องคุณสมบัติไม่ครบตามสเปกที่กำหนดไว้ในกฎหมาย โดยเหตุที่ กกต.มีการแขวนหรือสอย เพราะต้องการลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง ฝ่าย กกต.ไม่มีการตรวจสอบคัดกรองผู้สมัคร สว.อย่างเข้มข้นพอ จนทำให้ว่าที่ สว.บางคนถูกตั้งคำถามว่าอาจมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติการลงสมัคร แล้วจากนั้น กกต.ก็ประกาศรับรองรายชื่อว่าที่ สว.ที่เหลือทั้งหมด
ส่วนเรื่องการตรวจสอบการ บล็อกโหวต-ฮั้ว-ซื้อเสียงผู้สมัคร สว.ด้วยกันเอง เป็นเรื่องที่การตรวจสอบต้องมีพยานหลักฐานค่อนข้างชัด เพราะต้องส่งคำร้องให้ศาลฎีกาฯ พิจารณา ทำให้ กกต.ต้องใช้เวลาพอสมควร จะเอาพยานหลักฐานจากโซเชียลมีเดียหรือคำให้สัมภาษณ์ของอดีตผู้สมัคร สว.ที่สอบตกมาพิจารณาอย่างเดียวไม่ได้ การพิจารณาในส่วนนี้จึงต้องรอไปก่อนหลังจากรับรองรายชื่อ สว.ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ข่าวบางกระแสให้ข้อมูลอีกด้านว่า มีแนวโน้ม กกต.น่าจะรับรองรายชื่อทั้งหมด ไม่น่าจะมีการแขวนหรือสอยบางคนก่อนประกาศ เพราะเวลา 1 สัปดาห์เศษที่ผ่านมาหลังการคัดเลือก สว.เสร็จสิ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 29 มิ.ย. การที่ กกต.จะแขวนว่าที่ สว.บางคน ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ พอสมควร เช่น หลักฐานวุฒิการศึกษา ที่ว่าที่ สว.บางคนถูกวิจารณ์อยู่ในขณะนี้ เพราะเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต.ต้องทำหนังสือสอบถาม-ขอเอกสารไปยังสถาบันการศึกษา ให้ยืนยันมาอย่างเป็นทางการ โดยเรื่อง สว.คนไหนมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติการลงสมัคร กฎหมายเขียนไว้อยู่แล้วว่า ให้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโดยเร็ว ดังนั้น กกต.จึงไม่น่าจะแขวน สว.บางส่วนในสัปดาห์นี้
ทั้งหมดคือการจับกระแสทิศทาง ความน่าจะเป็นของ กกต.ในการประกาศรับรองรายชื่อ สว.ชุดใหม่ที่เกิดขึ้น แต่คำตอบสุดท้าย อยู่ที่ กกต.จะชี้ขาด-ตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร?
ขณะที่เรื่องการวางตัวบุคคลให้ไปรับตำแหน่งใหญ่ในวุฒิสภา ข่าวยังมีออกมาเป็นระยะ พลิกไปพลิกมา อย่างข่าวก่อนหน้านี้ก็ลือกันว่า เก้าอี้ประธานวุฒิสภา เต็ง 1 เปลี่ยนจาก "บิ๊กเกรียง" พลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ อดีต ผช.ผบ.ทบ.-อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ไปเป็น "มงคล สุระสัจจะ" อดีต ผวจ.บุรีรัมย์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง สายตรงบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ซึ่งโผล่าสุดข่าวว่า สว.สีน้ำเงินจะดันบิ๊กเกรียงไปเป็น ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงแห่งรัฐ วุฒิสภา ที่น่าจะตรงกับบุคลิก-ประสบการณ์การทำงานของพลเอกเกรียงไกรมากกว่า อีกทั้งก็สมน้ำสมเนื้อ เพราะอย่าง ประธาน กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา คนล่าสุด ก็ไม่ธรรมดา ระดับ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด นั่นก็คือ "บิ๊กสร้าง" พลเอกบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบ.สส.-อดีตรองประธานคมช.
ทว่าข่าวอีกบางกระแสอ้างว่า สว.สีน้ำเงินไม่น่าจะดันมงคลนั่งประธานวุฒิสภา เพราะนายมงคลใกล้ชิดกับบ้านใหญ่บุรีรัมย์มากเกินไป ที่อาจทำให้บ้านใหญ่บุรีรัมย์และพรรคขั้วสีน้ำเงินตกเป็นเป้ามากเกินไป ดังนั้นต้องรอดูกันว่า สุดท้ายโผจะพลิกอีกหรือไม่ หรือจะมีชื่ออื่นที่ไม่ใช่พลเอกเกรียงไกร-มงคล โผล่เข้ามาเป็นประธานวุฒิสภาคนใหม่ ในช่วงโค้งสุดท้าย
นอกจากนี้ สำหรับเก้าอี้ รองประธานวุฒิสภา อีก 2 คน ลือกันหนาหูว่า กำลังจะมีการเจรจาพูดคุยกันอยู่ เพราะขั้ว สีน้ำเงิน อาจเปิดทางให้ บิ๊กบ้านป่าฯ ดัน สว.ในเครือข่ายมาเป็นรองประธานวุฒิสภาได้ 1 คน เพื่อเชื่อมสัมพันธ์การเมืองที่ดีต่อกันไว้ต่อไป หลังมีกระแสข่าวว่า “บ้านป่าฯ” กำลังจะมีฐานอำนาจการเมืองในวุฒิสภาชุดใหม่ แทน สว.ชุดปี 2562 ที่เคยคุมไว้ได้ 60-70 คน ช่วงพีกๆ แต่ตอนนี้ขุมกำลังนี้กำลังจะไม่มีแล้ว จึงต้องสร้างฐานขึ้นมาใหม่ จนมีข่าวก่อนหน้านี้ว่า สว.สายบ้านป่าฯ บางคน ต่อสายชักชวนให้ว่าที่ สว.หลายคนเข้าไปกินกาแฟตอนเช้า จิบชายามบ่าย ที่บ้านป่าฯ เพื่อสร้าง กลุ่ม สว.บ้านป่าฯ ขึ้นมาในสภาสูง จนเกิดข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า มีว่าที่ สว.ชุดใหม่ร่วม 20 คน ถูกชักชวนให้เข้าบ้านป่าฯ
เป็นไปได้ไม่น้อย ที่หากมีการเซตกลุ่ม สว.บ้านป่าฯ ได้ ในช่วงแรกสัก 30 เสียงอย่างต่ำ ก็คาดว่า สว.สีน้ำเงินก็พร้อมจะให้ สว.บ้านป่าฯ ได้แชร์โควตาเก้าอี้รองประธานวุฒิสภาได้ 1 เก้าอี้ รวมถึงเก้าอี้ประธานคณะกรรมาธิการในวุฒิสภา เพื่อสร้างฐานอำนาจใหม่ในสภาสูง สีน้ำเงิน-สีเขียว บ้านป่าฯ ที่ถ้าคุมเสียงข้างมากไว้ได้ ก็จะมีผลไปถึงการโหวต เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ บุคคลไปทำหน้าที่ในองค์กรอิสระและองค์กรอื่นๆ เช่น กสทช.-ประธานศาลปกครองสูงสุด-ตุลาการศาลปกครองสูงสุด-เลขาธิการ ปปง. เป็นต้น
ที่น่าสนใจมีข่าวว่ากำลังมีว่าที่ สว.อีกบางส่วน ที่ไม่ได้อยู่ในขั้ว สีน้ำเงิน-สีเขียว บ้านป่าฯ-สีส้ม ก็กำลังเคลื่อนไหว จะตั้งกลุ่ม สว.ขึ้นมา โดยตอนนี้ กำลังรวมเสียงกันอยู่ เบื้องต้นข่าวว่าได้ประมาณเกือบ 10 คน และใช้ชื่อในการเคลื่อนไหวว่าเป็น สว.สีขาว เพื่อตั้งกลุ่ม สว.อิสระขึ้น โดยมีว่าที่ สว.จากภาคอีสานคนหนึ่งเป็นแกนนำในการเคลื่อนไหว เพื่อไว้ต่อรอง-เคลื่อนไหวทางการเมืองกับ สว.กลุ่มอื่นๆ
ทุกความเคลื่อนไหวข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ขนาดวุฒิสภาชุดใหม่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง กกต.ยังไม่รับรอง ก็มีการเคลื่อนไหวแบบเงียบๆ แต่เดินแรง ให้เห็นกันแล้ว แบบนี้ถ้า สว.ชุดใหม่เริ่มทำงานเมื่อไหร่ การเมืองในสภาสูงคงเข้มข้นเป็นแน่แท้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สภาชำแหละ งบ70กางโผ เป้ารอถล่ม
สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ในวาระแรกขั้นรับหลักการ ตลอด 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค. ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญทางการเมืองประจำสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค. โดยวิป 3 ฝ่ายคือ คณะรัฐมนตรี-พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปให้เวลาในการอภิปรายรวม 41 ชั่วโมง
โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง
ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม
กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว
ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท
นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่
การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”
'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน
ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่

