‘พลังประชารัฐ’ ฝั่งบ้านป่าฯ สถาปนาตัวเองเป็น ‘ฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้น’ เต็มตัว
ทุกข้อผิดพลาดของรัฐบาล โดยเฉพาะ ‘เพื่อไทย’ พรรคพลังประชารัฐพร้อมเล่นใหญ่
อย่างกรณี ‘เอ็มโอยู 2544’ เรื่องการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ‘พลังประชารัฐ’ ขณะนี้สวมบทเป็น ‘หัวขบวนใหญ่’ เดินหน้าเรียกร้องให้รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยกเลิกเพื่อรักษาดินแดนของประเทศ
คีย์แมนหลักในเรื่องนี้ ได้แก่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรค ร่วมกับ 2 นักวิชาการที่เกาะติดเรื่องนี้มาหลายปีอย่าง ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี และนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.การคลัง ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
‘พลังประชารัฐ’ จุดพลุเอ็มโอยูฉบับนี้อาจจะส่งผลให้ไทยเสีย ‘เกาะกูด’ ไปให้เพื่อนบ้าน เสี่ยงจะซ้ำรอย ‘ปราสาทเขาพระวิหาร’
ซึ่งประเด็นนี้ฝ่ายต้านระบอบทักษิณใช้สู้มาหลายปีหลายหน แต่ยังไม่เคยจุดติด เพราะมีความซับซ้อน ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจยาก แต่เมื่อขยายภาพให้เห็นว่า เสี่ยงทำให้ประเทศเสีย ‘เกาะกูด’ ให้เพื่อนบ้าน ก็ได้รับความสนใจมากขึ้นทันที
ขณะเดียวกัน ‘พลังประชารัฐ’ ยังประกาศไม่สนใครจะเหน็บแนมว่า ‘คลั่งชาติ’ แต่ขอลุยสุดทาง โดยมี ‘ลุงป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ไฟเขียว เดินลุยเต็มที่
นอกจากการตรวจสอบ ยังสวมบท ‘นักแฉ’ กับล่าสุดเปิด ‘ปฏิบัติการโต้กลับ’ หลังจากพรรคพลังประชารัฐต้องเป็นมวยเมาหมัด จากกรณีคลิปเสียงเทวดา สคบ. ที่คล้ายสมาชิกพรรคคนหนึ่งคุยกับผู้บริหารดิไอคอน จนโดนโยงไปถึงระดับบิ๊กๆ
โดยจังหวะนั้นเป็นช่วงเคราะห์ซ้ำกรรมซัดของพรรคพลังประชารัฐพอดี ถึงขนาดที่ว่า ทนายคนดังเชื่อมโยงไปยาวยืดว่า มีผู้ใหญ่ในพรรคได้รับเงินจากจีนเทาด้วย
ในช่วงพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก พูดอะไรแง่ลบของพรรคพลังประชารัฐคนเชื่อหมด จนต้องส่งสัญญาณให้นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช รองโฆษกพรรค ที่ถูกพาดพิงไขก๊อกไปก่อน
แต่เมื่อจังหวะเกมพลิก ทนายคนดังถูกแฉกลับแล้วสังคมกำลังตั้งข้อสงสัย ประกอบกับที่นายสามารถชิงลาออกก่อนที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะใช้มติขับออก พรรคพลังประชารัฐจึงชิงจังหวะ ‘สวนกลับ’ ทันที
จากฝ่ายตั้งรับสลับเป็นฝ่ายโต้กลับ เปิดแผนผังความเชื่อมโยงโดยใช้อดีตลูกพรรคอย่างนายสามารถที่ทำให้พรรคพลังประชารัฐเกือบแย่ เอามาเป็นสารตั้งต้นเพื่อจะโยงและให้เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย คู่อาฆาตทางการเมืองในปัจจุบัน
พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ เล่นใหญ่ด้วยการย้อนไปจุดเริ่มต้นการตรวจสอบดิไอคอน เมื่อปี 2561-2567 แต่รอดมาตลอด
มีการโยงไปที่กรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎรในยุคนั้น ว่ามีการร้องเรียนผ่านอนุ กมธ.ใน กมธ.ชุดนี้ ก่อนเรื่องจะไปจบที่ สคบ. อย่างไม่มีอะไร พร้อมกับใบ้ว่า ตัวเลขานุการ กมธ.ชุดดังกล่าว มีอักษรย่อ ‘ม.’ อยู่พรรคเพื่อไทย แถมปัจจุบันเป็น ‘รมช.’ ในรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อีก
พล.ต.ท.ปิยะยังปล่อยชื่ออักษรย่อที่คล้ายๆ กับเทวดา สคบ.อีกล็อตใหญ่ จำนวน 6 คน มีทั้ง ก. ธ. ส. ต. อ. และจ่ารายหนึ่ง พร้อมหมายเหตุตัวใหญ่ๆ ว่า เกือบทั้งหมดเป็นนักการเมืองอยู่ในพรรคเพื่อไทย
แม้ พล.ต.ท.ปิยะไม่ได้ระบุชื่อชัดๆ แต่เหมือนไกด์บอกทางให้สังคมไปตามต่อ โดยเฉพาะการเปิดประวัตินายสามารถ อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ว่าเคยเป็น ผอ.ศูนย์อำนวยการร้องทุกข์สามมิตร แถมในปี 2562 ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม ที่มีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นเสนาบดี
ไม่เพียงเท่านั้น พยายามขุดประวัติของ 1 ในบอสดิไอคอนอย่าง ‘บอสแซม’ ว่า เป็นทั้งอดีตผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตผู้สมัคร สส.กทม.ของพรรคเพื่อไทยด้วย
แน่นอนว่า การโยงว่าคนนี้รู้จักกัน เคยทำงานร่วมกัน โดยไม่มีพยานหลักฐาน อาจจะไม่เพียงพอในการเอาผิด แต่จุดประสงค์ของพรรคพลังประชารัฐ ก็คงไม่ได้จะไปไกลขนาดนั้น
หลักๆ น่าจะต้องการแค่ ‘ดิสเครดิต’ ทางการเมืองคืน ว่าผู้ถูกกล่าวหาหลายคนในคดีดิไอคอนต่างก็เป็นคนที่เชื่อมโยงกับพรรคเพื่อไทย
เป็นการ ‘โยนระเบิด’ ให้พรรคเพื่อไทย และคนที่ถูกพาดพิงได้ออกมาชี้แจงกับสังคม หลังพรรคพลังประชารัฐถูกรุม ถูกต้อนมาช่วงหนึ่ง
ซึ่งมันก็ได้ผล บุคคลที่ถูกพาดพิงต่างต้องออกมาเคลียร์ตัวเองกัน ไม่เว้นแม้แต่คนในรัฐบาลที่เคยทำงานกับนายสามารถ หรือมีภาพถ่ายกับทนายคนดัง
วันนี้พรรคพลังประชารัฐในยุคที่มีแนวต้านระบอบทักษิณเข้ามาเป็นองคาพยพมากขึ้น กำลังเดินหน้าตอบโต้กลับ ชนิดที่ว่า เอาทุกเม็ด เอาทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่การตอบโต้ในเชิงการเมือง ในแบบที่ว่า แฉมา แฉกลับ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ภราดร' ไม่ฟันธงไทม์ไลน์แก้รธน. บอกต้องรอดูวาระ1อภิปรายอย่างไร แย้มคุย 'ชูศักดิ์' พร้อมเติมเสียง พท. ยื่นร่างได้
รมต.ประจำสำนักนายกฯ ยังตอบชัดไม่ได้ ไทม์ไลน์แก้ รธน. ต้องรอดูวาระ 1 อภิปรายอย่างไร บอก ยังมีอีกหลายขั้นตอน เผย คุย ชูศักดิ์ แล้ว พร้อมเติมเสียงให้ พท.ยื่นร่างได้
ชัยวัฒน์-พรรคส้มหอบแฮกๆ วิ่งไล่กวด "ชัชชาติ"
พฤหัสบดีนี้แล้ว 28 พ.ค.จะเป็นวันแรกสำหรับการรับสมัครผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) โดยจะรับสมัคร 28 พ.ค.-1 มิ.ย. ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) และเลือกตั้งอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.
จัดอีเวนต์ปราบโกง-ผู้มีอิทธิพล ระวัง'รู้จักประชาชนน้อยไป'
การทุจริตคอร์รัปชันในสังคมไทยเป็นปัญหาร้ายแรงที่กระทบต่อความเชื่อมั่นทุกภาคส่วน เปรียบเสมือนมะเร็งร้ายที่กำลังลุกลามกัดกินประเทศไทยให้อ่อนแอและอาจล่มสลายลงได้
ผุด‘คตท.’ปราบคอร์รัปชัน แค่แก้เกี้ยวหรือทำได้จริง?
“นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ติดแอ็กชันแก้คอร์รัปชันทันที หลังผลสำรวจของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)
ภท.เปิดรุกแก้รัฐธรรมนูญ ฉบับคุมเกม-หักเหลี่ยมส้ม
ภายหลังการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยมีตัวเลขในมือราว 192 เสียง ประกอบกับ สว.สีน้ำเงินประมาณ 140 เสียง ที่มองว่าเป็นเครือข่ายเดียวกัน จึงถือโอกาสพลิกเกม เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเสียงประชามติ 21.6 ล้านเสียงทันที
เดินหน้าไม่มีถอย ไทยช่วยไทยพลัส “ปกรณ์”คุมเกมสู้คดีศาลรธน.
รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล กางแผนตั้งรับ-สู้คดี “พระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท”ออกมาทันที หลังเมื่อวันจันทร์ที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีมติรับคำร้องกรณีที่สส.ฝ่ายค้าน เข้าชื่อเสนอให้ศาลรธน.วินิจฉัยว่าการที่รัฐบาล ออก”พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศพ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท”ไม่เข้าข่าย รัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรค 1หรือไม่

