‘แม้ว’ ปลุกเรตติ้งผ่านสนาม อบจ. ‘ศรีสะเกษ’ เดือด พท.รุมทึ้งแชมป์เก่า

ศึกเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ นายก อบจ. หนนี้ เข้มข้นกว่าหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเพราะครั้งนี้ตัวละครสำคัญทางการเมืองอย่าง ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรีและผู้นำจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทยออกโรงเอง

 ‘ทักษิณ’ ต้องการใช้สนามนายก อบจ.ปลุกเรตติ้งก่อนจะไปถึงการเลือกตั้ง สส.ครั้งนี้

โดยหลายสนามที่คนของพรรคเพื่อไทยลงสมัคร ‘ทักษิณ’ จะเดินสายไปกระตุ้นคะแนนให้ เหมือนกับศึกเลือกตั้ง นายก อบจ.อุดรธานี ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม สนามที่ ‘ทักษิณ’ จะลงไปช่วยแน่ๆ ถึงเวลานี้มีอุบลราชธานี ที่เป็นรายการคนกันเองในพรรคเพื่อไทยเปิดศึกชิงเก้าอี้กัน โดยมีโปรแกรมลงไปในวันที่ 11 ธันวาคมนี้

อีกสนามที่พลาดไม่ได้ และแพ้ไม่ได้คือ เชียงใหม่ บ้านเกิดของตัวเอง ที่คราวนี้ส่งคนเดิม ‘พิชัย เลิศพงศ์อดิศร’ ลงป้องกันแชมป์ ถือเอาเป็นแมตช์ล้างตาของพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชน (พรรคก้าวไกลเดิม) หลังโดนพลพรรคส้มลูบคมในสนามเลือกตั้ง สส.ที่ผ่านมา

ขณะที่ศรีสะเกษเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ ‘ทักษิณ’ เตรียมจะลงพื้นที่ไปลุยเอง เพื่อช่วย ‘วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ’ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคมและอดีต สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ซึ่งคราวนี้ลงท้าชนแชมป์เก่า

จ.ศรีสะเกษเป็นพื้นที่ที่ ‘ทักษิณ’ คับแค้นมาตั้งแต่คราว สส.พรรคเพื่อไทยหลายคนอพยพไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยเมื่อรัฐบาลชุดที่แล้ว จนล้างแค้นไปแล้วรอบหนึ่งเมื่อการเลือกตั้ง สส.ปี 66

ครั้งนี้ ‘ทักษิณ’ หมายมั่นจะโค่น ‘บ้านใหญ่ไตรสรณกุล’ แชมป์เก่าหลายสมัยให้ได้ เพราะมองว่าเป็นหัวหอกของนักการเมืองในศรีสะเกษที่ย้ายไปค่ายสีน้ำเงิน

นอกจาก ‘ทักษิณ’ ที่ลงไปช่วยเองกับมือแล้ว ‘วิวัฒน์ชัย’ ยังได้น้ำเลี้ยงดี โดยมีข่าวว่า ‘สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ’ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม แกนนำกระเป๋าหนัก เป็นสปอนเซอร์ให้

 ‘ทักษิณ-สุริยะ’ มาทั้งคู่ บ่งบอกได้ถึงความสำคัญของสนามนายก อบจ.ศรีสะเกษเที่ยวนี้

งานหนักตกไปที่แชมป์เก่า ‘นายกส้มเกลี้ยง’ วิชิต ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษคนปัจจุบัน ที่ไร้แบรนด์ ไร้ค่าย ไร้พรรค แม้ลูกสาว ‘หนูกวาง’ ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะอยู่กับพรรคภูมิใจไทยก็ตาม

 ‘นายกส้มเกลี้ยง’ เล่นการเมืองแบบเอาพวก ไม่แบ่งพรรค ทีม อบจ.ทุกชุดมาจากสารพัดสี สารพัดกลุ่มการเมือง และสารพัดพรรคในนครดอกลำดวน   

การเมืองศรีสะเกษสงบมาตลอด เพราะทุกคนเป็นทีมเดียวกัน กระทั่งครั้งนี้ที่ ‘วิวัฒน์ชัย’ ไปเอาการเมืองระดับชาติลงมาช่วย จนหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นการสู้กันระหว่าง ‘เพื่อไทย’ กับ ‘ภูมิใจไทย’

และในทางตรงกันข้าม แม้ ‘ไตรศุลี’ จะอยู่กับพรรคภูมิใจไทย แต่แนวทางของค่ายสีน้ำเงินชัดว่า ถ้าสนามท้องถิ่นแต่ละคนต้อง ‘อัตตาหิ อัตตโน นาโถ’ ไม่มีซัพพอร์ต

หมายความว่า ‘บ้านใหญ่ไตรสรณกุล’ ต้องสู้กับคนระดับอดีตนายกฯ ที่มีอิทธิพลทางการเมืองมากที่สุดคนหนึ่งแบบโดดเดี่ยว

 สิ่งที่ ‘นายกส้มเกลี้ยง’ สู้ได้ตอนนี้คือ ‘ผลงาน’ ที่ทำมาตลอดสิบๆ ปีนี้เท่านั้น

 เพราะถ้าว่ากันปอนด์ต่อปอนด์ โดยไม่มีพรรคเพื่อไทย ไม่มี ‘ทักษิณ-สุริยะ’ เข้ามายุ่ง ‘วิวัฒน์ชัย’ ถือว่าห่างชั้น ‘นายกส้มเกลี้ยง’ มาก

  ขนาดในสนามเลือกตั้ง สส.ที่ผ่านมา ขนาดพรรคเพื่อไทยมีกระแสในภาคอีสาน และใน จ.ศรีสะเกษ ‘วิวัฒน์ชัย’ ยังสอบตก นั่นย่อมสะท้อนอะไรบางอย่างได้

ฉะนั้น ในระดับพื้นที่ทั้งจังหวัด ถ้าสู้ตัวต่อตัวโดยไม่อาศัย ‘ทักษิณ-สุริยะ’ ย่อมต่อกรกับแชมป์เก่าลำบาก

ซึ่งมีรายงานว่า ‘นายกส้มเกลี้ยง’ สู้สุดใจ แม้จะไร้พรรค ไร้แบ็ก เพราะยังเชื่อว่า สุดท้ายคนท้องที่รู้ว่าใครมีผลงาน ใครไม่มีผลงาน

และ จ.ศรีสะเกษมีลักษณะพิเศษ แยกการเมืองระดับชาติกับระดับท้องถิ่นชัดเจน ไม่ได้หมายความว่าแค่อิงกระแสการเมืองระดับชาติแล้วจะส่ง ‘เสาไฟฟ้า’ มาหยามประชาชนได้

อีกจุดที่ ‘นายกส้มเกลี้ยง’ อาจจะได้มาคือ ‘คะแนนสงสาร’ ที่ถูกการเมืองระดับชาติเข้ามารุม  

สนามนี้เข้มข้นมาก เพราะคนนอกพื้นที่ก็จ้องมองอยู่เหมือนกันว่า หาก ‘ทักษิณ’ พ่ายคราวนี้ มันก็สะท้อนการเมืองภาพใหญ่ในอีสานได้เหมือนกันว่า คนอีสานไม่ใช่ของตายพรรคเพื่อไทยอีกแล้ว เพราะวันนี้แยกแยะกันได้

เป็นบทพิสูจน์คนศรีสะเกษอีกครั้ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม

กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว

ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท

นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่

การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”

'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน

ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่

'อนุทิน'ขันนอต'รมต.สีน้ำเงิน' หนีมรสุมการเมือง-ไร้ผลงาน

ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนเศษของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ยังอาจเร็วเกินไปที่จะตัดสินอนาคตว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับประเด็นทางการเมืองหลายเรื่องที่ต้องชี้แจงและบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง

ล้างกระดาน"ภูเก็ต"ใหม่ รีเซตเชื่อมั่น"ปราบอิทธิพล"

กลายเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อลหม่านในช่วงที่ผ่านมา สำหรับ ‘ภูเก็ต’ ไข่มุกแห่งอันดามัน ที่นอกจากความสวยงามแล้ว ยังเต็มไปด้วย ‘ผลประโยชน์มหาศาล’