‘แม้ว’ห้าว!ผ่านสนาม อบจ. ท่าทีมั่นใจ‘ความปลอดภัย’

ห้าวทุกเวที! 4 จังหวัด อุดรธานี อุบลราชธานี เชียงใหม่ เชียงราย ที่ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ไปช่วยผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือนายก อบจ.หาเสียง

เนื้อหาช่วยผู้สมัครนายก อบจ.มี 10% อีก 90% เต็มไปด้วย ‘แซะ-แขวะ-จิก-กร่าง’

แน่นอนบนเวทีหาเสียง ‘ทักษิณ’ ไม่จำเป็นต้องพูดถึงผู้สมัครนายก อบจ.แบบ 100% และสามารถพูดอะไรก็ได้ รวมถึงการเมืองระดับชาติ เพราะผู้สมัครลงแข่งในนามพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล บริหารประเทศอยู่ ที่สำคัญมีลูกสาว ‘อุ๊งอิ๊ง’-แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี

แต่มันกำลังสะท้อนว่า จุดประสงค์ที่แท้จริงมากกว่าการไปช่วยผู้สมัครนายก อบจ.ของพรรคเพื่อไทยหาเสียงคือ การใช้กลไกท้องถิ่นเป็นจุดเริ่มต้นในการกลับมาสร้างความยิ่งใหญ่

 “เมื่อก่อนพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่มี สส. 300 กว่าคน สมัยนี้เหลือแค่ 100 กว่าคน ทำให้ทำงานลำบาก วันนี้จึงต้องมาออกแรงเพื่อให้ได้ท้องถิ่นที่เป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทย เพราะการขับเคลื่อนนโยบายระดับประเทศให้ลงถึงมือประชาชนจริงๆ ต้องใช้มหาวิทยาลัย ใช้ อบจ.”

หากย้อนกลับหลายปีก่อนหน้านี้ ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน มาจนถึงพรรคเพื่อไทยในยุคก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยไม่เคยโฟกัสสนามท้องถิ่นเลย แต่ปล่อยให้เป็นเรื่องของท้องถิ่นไปคุยกันเอง

จะเห็นว่า หลายๆ จังหวัด ไม่ว่าจะภาคเหนือ ภาคอีสาน แม้ สส.พรรคเพื่อไทยจะเต็มจังหวัด แต่บางครั้งตัวนายก อบจ.กลับไม่ได้มาจากพรรคสีแดง

แต่ครั้งนี้ ‘ทักษิณ’ กลับมาเน้นเป็นพิเศษด้วยตัวเอง เพราะความนิยมของพรรคเพื่อไทยไม่ได้เหมือนวันวาน ที่จะมองข้ามกลไกนี้ได้

อีกทั้งตลอดหลายปีมานี้ กลไกท้องถิ่นในหลายจังหวัดภาคเหนือและภาคอีสานซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย ตกไปอยู่ในมือพรรคภูมิใจไทย ที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในสนามเลือกตั้งใหญ่จนประสบความสำเร็จในหลายพื้นที่

ฉะนั้น หาก ‘ทักษิณ’ จะปลุกพรรคเพื่อไทยให้กลับมายิ่งใหญ่ จึงต้องเริ่มจากการไล่ทุบ ไล่ต้อน ไล่ถอนรากแก้วเหล่านี้เป็นลำดับแรก

ถ้า ‘ทักษิณ’ อยากพาพรรคเพื่อไทย ล้างแค้นพรรคประชาชนในสนามเลือกตั้ง สส. หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ ต้องเอาพื้นที่ที่เสียไปให้พรรคภูมิใจไทยกลับมาก่อน

ขณะเดียวกัน การที่ ‘ทักษิณ’ ลงไปหาเสียงช่วยผู้สมัครนายก อบจ.แล้วพื้นที่นั้นได้รับชัยชนะ ยังสามารถสร้าง ‘อุปาทานหมู่’ ได้ว่า บารมีตัวเองยังคงเข้มขลังอยู่

  ในทางหนึ่งเป็นส่งสัญญาณไปยัง ‘ผู้มีอำนาจ’ ฝ่าย อนุรักษนิยม ว่า ตัวเองเป็นเพียงคนเดียวที่จะสามารถสกัดกั้นพรรคสีส้มในสนามเลือกตั้งได้

ทำให้ฝ่ายอนุรักษนิยมเห็นความจำเป็นว่า ยังต้องใช้บริการ ‘ทักษิณ’ อยู่

 ‘ความห้าว’ ของ ‘ทักษิณ’ บนเวทีหาเสียงนายก อบจ.หลายครั้งที่ผ่านมา สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของตัวเองได้ดีระดับหนึ่ง

การแซะพรรคร่วมรัฐบาล การเปิดฉากใส่อดีตโจทก์เก่าและฝ่ายต่อต้านที่เคลื่อนไหว การท้าทายพร้อมตอบโต้แบบแรงๆ เหล่านี้หากไม่มั่นใจในความปลอดภัย ‘ทักษิณ’ ไม่น่าจะทำ

แน่นอนว่า พื้นฐานนิสัยของ ‘ทักษิณ’ เป็นแบบนั้น หากแต่มีสิ่งหนึ่งที่ต้องคิดให้มากกว่าคือ วันนี้ลูกสาวกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เก้าอี้ที่คนในตระกูลจบไม่สวยสักคนเดียว

การที่ศัตรูเคลื่อนไหวรายล้อม แต่กลับไปสร้างความท้าทายไม่ส่งผลดีต่อความปลอดภัยของลูกสาว แต่ ‘ทักษิณ’ กลับไม่ได้หวั่นเกรงเลย อีกทั้งตัวเองยังมีชนักปักหลังเรื่องคดีมาตรา 112

ไม่เพียงเท่านั้น การพูดหลายๆ ครั้งสุ่มเสี่ยงต่อการจะถูกร้องเรียน หรือถูกตรวจสอบเกี่ยวกับการครอบงำพรรค เพราะหลายๆ เรื่องพูดแบบเหาะเกินลงกาทั้งที่ตัวเองไม่มีอำนาจในทางกฎหมาย แต่ ‘ทักษิณ’ ปล่อยเต็ม ไม่ระมัดระวังใดๆ เลย

 ‘ทักษิณ’ ย่อมรู้ตัวเองว่า ไม่ต่างอะไรจาก ‘สายล่อฟ้า’ สามารถสร้างความหมั่นไส้ให้กับผู้คนมากมาย แต่กลับไม่สนใจในจุดนี้เลย

 ‘ทักษิณ’ อาจกำลังคิดว่า ในเมื่อมอบหมายให้ตัวเองทำภารกิจ ‘สกัดส้ม’ ฉะนั้น ก็ต้องให้อิสระในการเดินเกม ด้วยวิธีการแบบ ‘ทักษิณ’

และที่ ‘ทักษิณ’ เล่นใหญ่ เล่นเกินเบอร์ นั่นก็เพราะต้องทำทุกทางให้การสกัดส้มสำเร็จ เพื่อให้ตัวเองยังมีประโยชน์ ให้ฝ่ายอนุรักษนิยมยังใช้งานอยู่

 ‘ทักษิณ’ จะเดินแบบนี้ไปจนถึงการเลือกตั้งใหญ่ และอาจจะเพิ่มดีกรีมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมั่นใจในความปลอดภัยของตัวเอง

แม้มันจะไปกลบภาพลูกสาว จนทำให้เหมือนเป็นเพียงหุ่นเชิดของพ่อ แต่มันไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่อพรรคเพื่อไทยมีอาวุธเดียวคือ ‘ทักษิณ’.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อาฟเตอร์ช็อกน้ำมันแพง จับตามาตรการช่วยเหลือ วัดกึ๋น รบ.

คำขอโทษประชาชนของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี ในงาน Meet The Press ภายใต้หัวข้อ ‘1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม’

'วิกฤตน้ำมัน'ผลพวงลากยาว หยิกเล็บเจ็บเนื้อ'ครม.หนู2'

อารมณ์คนในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน ค่าครองชีพพุ่งสูง เดือดยิ่งกว่าอุณหภูมิช่วงหน้าร้อนหลายเท่าตัว แม้กระทั่งภาพจำในช่วงรัฐบาลรักชาติยึดคืนอธิปไตยกลับคืนมลายหายไปสิ้น แปรเปลี่ยนเป็นเสียงบ่น ก่นด่าแทน

ปล่อย“ไอ้โม่ง”ลอยนวล รัฐบาล“อนุทิน”เสี่ยงพัง!

เหตุการณ์ “ลักหลับประชาชน” คืนวันที่ 25 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 26 มีนาคม กลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวดีเซล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เผย 'ทักษิณ' เห็นใจคนไทยทั้งประเทศ เผชิญวิกฤตพลังงาน

“เอม-สามี” ตัวแทนครอบครัวเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งที่ 51 ด้าน “ทักษิณ” ฝากสาร ห่วงใยคนไทยทั้งประเทศ หลังเผชิญวิกฤตโลกจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง หวังมีทางออกร่วมกัน ผ่านช่วงเวลายากลำบากไปได้

'ครม.หนู 2' เปลี่ยน 'ซือแป๋' สเปก-จังหวะ-ภารกิจ ลงล็อก 'ปกรณ์'

‘ดร.ปื๊ด’ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ไม่ได้ไปต่อใน ‘ครม.อนุทิน 2’ ส่วนคนมาแทนที่คือ ‘เลขาฯ เล็ก’ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา หนึ่งในนักกฎหมายเครือข่าย ‘เนติบริกร’ เครือเดียวกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี รวมถึงนายบวรศักดิ์เอง