ผ่าแผนคุ้มกันทักษิณ-อิ๊งค์ พท.วางทีมองครักษ์ 3 แถว ครบเครื่อง-จัดจ้าน-เก๋าเกม

ท่าทีของวิปรัฐบาลจากเพื่อไทย ที่จะให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพียงวันเดียว ที่อาจจะเป็นช่วงวันที่ 24 มีนาคม และนัดลงมติ ไว้วางใจ-ไม่ไว้วางใจ หลังเที่ยงคืนในวันนั้นเลย ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ เพราะหากออกมาแบบนี้จะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ใช้เวลาน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของสภาฯ ไทย คือ 1 วัน

อย่างไรก็ตาม วิปรัฐบาลจะมีการหารือกันอีกครั้งจันทร์ที่ 3 มี.ค. แต่เมื่อวิปเพื่อไทยที่เป็นพรรคแกนนำรัฐบาลมีท่าทีเช่นนี้ วิปรัฐบาลจากพรรคการเมืองอื่นก็ต้องเอาด้วย  

วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล อ้างว่า จะให้อภิปรายไม่ไว้วางใจแค่วันเดียว เพราะอภิปรายนายกฯ คนเดียวจะไปใช้เวลา 5 วันตามที่ขอไม่ได้ อภิปรายคนเดียววันเดียวก็พอแล้ว

"ใส่ให้เต็มที่ ให้จบในวันเดียว ไม่ต้องมาขี่ม้าเลียบค่าย คงให้อภิปรายในวันที่ 24 มี.ค.วันเดียว หลังเที่ยงคืนโหวตเลย ไม่ต้องไปรอลงมติวันรุ่งขึ้น ถ้าฝ่ายค้านไม่ยอมก็เป็นเรื่องฝ่ายค้าน"

ส่วนเรื่องที่ก่อนหน้านี้ ทำท่าว่าญัตติของฝ่ายค้านอาจจะมีปัญหา เพราะ สส.เพื่อไทยอาจไม่ยอมที่จะให้มีชื่อทักษิณ ชินวัตร เถ้าแก่ใหญ่ของพรรค มีชื่ออยู่ในญัตติ เพราะเห็นว่าเป็นคนนอก ไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมือง จึงไม่สมควรที่ฝ่ายค้านจะเขียนชื่อทักษิณไว้ในญัตติ และอาจพยายามตีรวนให้ฝ่ายค้านแก้ญัตติเพื่อตัดชื่อ ทักษิณออก จะได้เป็นการปิดประตู-ปิดโอกาสที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายพาดพิงถึงทักษิณกลางห้องประชุมสภาฯ

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายเพื่อไทยคงงัดดูทั้งข้อกฎหมาย-ข้อบังคับการประชุมสภาฯ แล้ว ไม่สามารถปิดประตูฝ่ายค้านด้วยวิธีดังกล่าวได้

จึงต้องยอม แล้วไปใช้วิธีรอประท้วง-ตัดเกม-ตีรวน ในห้องประชุมสภาฯ เอง ยามเมื่อ สส.ฝ่ายค้านอภิปรายชื่อทักษิณในห้องประชุมสภาฯ

ล่าสุด ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงการตรวจสอบความถูกต้องญัตติซักฟอกดังกล่าวว่า ตรวจสอบเสร็จเรียบร้อย ส่งเรื่องให้ประธานสภาฯ เพื่อให้พิจารณาบรรจุในระเบียบวาระ ส่วนกรณีมีการระบุชื่อทักษิณไว้ในญัตตินั้น เป็นดุลยพินิจของประธานสภาฯ ที่จะพิจารณาหากมีข้อกังวลในการอภิปราย แต่การตรวจสอบของสภาฯ ไม่ได้เสนอให้ตัดข้อความใดในญัตติออก

ลำพังแค่ให้เวลาซักฟอกแค่วันเดียวแล้วโหวตทันที ปิดปากฝ่ายค้านไม่ให้พูดได้เต็มที่ ก็ทำเอาบรรยากาศการเมืองระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน เดือดพลั่กแล้ว หากขืนมาตัดชื่อทักษิณออกจากญัตติ

ฝ่ายค้านคงหัวร้อน เดือดเป็นฟืนเป็นไฟแน่ คงไม่ยอมง่ายๆ

ดังนั้นเมื่อฝ่ายสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ตรวจสอบหมดแล้ว โดยไม่ได้เสนอให้ตัดชื่อทักษิณออกจากญัตติ จึงน่าจะทำให้ประธานสภาฯ ต้องตามน้ำไปด้วย เพื่อรักษาบรรยากาศไม่ให้แตกหักไปกว่านี้

เพราะยังไงเพื่อไทยเตรียมแผนตั้งรับ คอยช่วยพิทักษ์-ปกป้องนายกฯ อิ๊งค์และทักษิณกลางห้องประชุมสภาฯ ไว้อยู่แล้ว

แผนเฉพาะหน้าก็คือ การตั้ง ทีมองครักษ์พิทักษ์นายใหญ่-นายหญิงน้อย ที่จะแบ่งออกเป็น 3 แถว

แถวแรก หรือแถวหนึ่ง จะเป็นพวกระดับแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่มีประสบการณ์ในห้องประชุมสภาฯ โชกโชน แม่นข้อบังคับการประชุม ลูกล่อลูกชนครบเครื่อง แต่มีบุคลิกประนีประนอม ไม่แข็งกร้าว สามารถคุยทั้งในรอบและนอกรอบกับแกนนำฝ่ายค้านได้

กลุ่มแถวหนึ่ง จะประกอบด้วย วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล-นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต รมว.สาธารณสุข อดีตผู้นำฝ่ายค้าน-สุทิน คลังแสง อดีต รมว.กลาโหม อดีตประธานวิปฝ่ายค้าน เป็นต้น

 กลุ่มนี้จะใช้ความอาวุโสและแม่นข้อบังคับคอยตัดเกมทันที หากเห็นว่านายกฯ อิ๊งค์กำลังพลาดท่า โดนรุกไล่แทบจนมุมกลางห้องประชุมสภาฯ และทักษิณกำลังโดนฝ่ายค้านไล่ถลุงเรื่องชั้น 14 และการครอบงำนายกฯ ถ้าสถานการณ์มาแบบนี้ กลุ่มอาวุโสเพื่อไทย จะคอยลุกขึ้นตัดเกมทันที โดยอ้างข้อบังคับการประชุมเพื่อเบรกเกมฝ่ายค้าน ให้นายกฯ ตั้งหลักไว้ก่อน และทำให้การอภิปรายของฝ่ายค้านเสียขบวน เสียสมาธิ จับต้นชนปลายไม่ถูก

เรียกได้ว่าหาก สส.ฝ่ายค้านไม่เก๋าเกม ไม่เชี่ยวกรากพอ ลูกล่อลูกชนไม่จัดจ้าน เจอเกมในสภาฯ ที่อยู่นอกเหนือสคริปต์ในไอแพด ก็อาจเหว๋อกลางสภาฯ ไปไม่ถูก อาจถึงขั้นแทนที่จะแจ้งเกิดกลางสภาฯ อาจแจ้งดับเอาได้ง่ายๆ จะบอกให้      

กลุ่มแถวสอง จะเป็นพวกรุ่นใหญ่ผสมรุ่นกลาง เน้นการประคองสถานการณ์ ผ่อนหนักให้เป็นเบา เพื่อช่วยแพทองธารไม่ให้เพลี่ยงพล้ำ

เช่น หากนายกฯ อ่านโพยในไอแพด คอยชี้แจงฝ่ายค้าน แล้วโดนฝ่ายค้านลุกขึ้นตำหนิ ที่เอาแต่อ่านโพย กลุ่มนี้จะคอยลุกขึ้นเบรก ตัดเกม เพื่อช่วยนายกฯ ไม่ให้เพลี่ยงพล้ำ คอยประวิงเวลาให้นายกฯ มีเวลาตั้งหลัก จะได้ให้รัฐมนตรีที่นั่งใกล้กันรวมถึงทีมงานการเมืองส่วนตัวที่นั่งอยู่หลังที่นั่งนายกฯ ในห้องประชุมฯ คอยให้คำแนะนำ หรือเขียนโพย ส่งข้อมูลตอบโต้ฝ่ายค้าน ส่งไปให้นายกฯ ว่าให้ทำอย่างไรต่อไป

กลุ่มนี้จะคอยอภิปรายทักท้วงฝ่ายค้านไปเรื่อยๆ เพื่อให้ นายกฯ ตั้งหลักได้ กลุ่มนี้ตัวหลักๆ คาดว่าจะมี เช่น อดิศร เพียงเกษ อดีตประธานวิปรัฐบาล, ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์, ศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลขานุการวิปรัฐบาล, ไชยวัฒนา ติณรัตน์ สส.มหาสารคาม-อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เป็นต้น

กลุ่มสาม เป็นพวกทีม สส.หญิงของเพื่อไทย นำทีมโดย ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ อดีตหมอฟัน รพ.พระรามเก้า ที่ตระกูลชินวัตรถือหุ้นใหญ่ ซึ่งศรีญาดาก็คือเครือญาติกับแพทองธาร เพราะเป็นสะใภ้ตระกูลชินวัตร ในฝั่งของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ที่ช่วงหลังกลายเป็นมือประท้วงเบอร์ต้นๆ ของเพื่อไทยไปแล้ว และยังมี ขัตติยา สวัสดิผล หรือเดียร์ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อนร่วมก๊วนเที่ยวกับพานทองแท้ พี่ชายนายกฯ-ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ หรือหญิง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ เป็นต้น

เหลือเวลาอีก 3 สัปดาห์ ศึกซักฟอกถึงจะฟาดฝีปากกัน ส่วนว่าแพทองธารจะโดนถล่มจนคางเหลือง จนต้องหามเข้าห้องพยาบาลตึกรัฐสภาหรือไม่ มันก็อยู่ที่ข้อมูลและฝีปากของฝ่ายค้านแล้วว่า เด็ดจริงสมราคาคุยหรือไม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แลนด์สไลด์ส่ง ‘ค่ายน้ำเงิน’ ‘ผู้กำหนดเกม’ ตั้งรัฐบาล!

กว่า 190 ที่นั่งของ ‘ค่ายสีน้ำเงิน-พรรคภูมิใจไทย’ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ฐานกำลังหลักคือ จำนวน สส.แบ่งแบ่งเขต ที่กวาดไปได้ถึงกว่า 170 ที่นั่ง

'พท.-ชินวัตร' ช็อก! เชียงใหม่บ้านเกิดทักษิณสูญพันธุ์ อดีตแกนนำร่วงระนาว

'เพื่อไทย-ชินวัตร' ช็อก! เชียงใหม่บ้านเกิดทักษิณสูญพันธุ์ ตามรอยกรุงเทพฯ 'ธรรมนัส' แน่มาก มาเงียบๆ เจาะไป 4 เก้าอี้ เปิดชื่อแกนนำ อดีต สส.หลายสมัยร่วง 'ชลน่าน-สรวงศ์-ธีรรัตน์-ฉลาด-ครูมานิตย์'

ดีลตั้งรัฐบาลขยับ ปิดงานสัปดาห์นี้ เปิดสภาฯนัดแรกไม่เกิน 13 มี.ค.

หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากนี้ มีการประเมินทางการเมืองว่า การเปิดประชุมสภาฯนัดแรก เพื่อเลือก”ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ-ประธานสภาผู้แทนราษฎร”จะเกิดขึ้น ภายในไม่เกินกลางเดือนมีนาคมนี้ โดยมีการคาดกันว่า อาจจะเกิดขึ้นช่วงไม่เกิน 13 มีนาคม หรืออาจเร็วกว่านั้น

โจทย์หินนายกฯคนที่33รัฐบาลปีม้าไฟ

ภายหลังการปิดหีบเลือกตั้งช่วงค่ำวันที่ 8 ก.พ.นี้ ก็จะได้เห็นโฉมหน้ารัฐบาลชุดใหม่ และนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย รวมทั้งได้ข้อสรุปว่าจะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

กระแสมาร์ค แรง-ปชป.พุ่ง กับบทบาทพรรคตัวแปร

เป็นกระแสที่มาแรงจริงๆ สำหรับการกลับมาของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเฉพาะการลงพื้นที่ไปหาเสียงที่ภาคใต้ และในกรุงเทพมหานคร ที่มีกระแสตอบรับสูง