เริ่มจะมีความชัดเจนขึ้นสำหรับเวทีอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 หรือที่รู้จักกันว่า เวทีซักฟอกรัฐบาล เพราะล่าสุด เมื่อวันที่ 17 มี.ค. “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ได้แก้ญัตติซักฟอก โดยขีดทับชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” และคำว่า "ผู้เป็นบิดา" ออก และเปลี่ยนเป็นคำว่า "บุคคลในครอบครัว" แทน
แต่เรื่องที่เถียงกันยังไม่จบ คือเรื่องชั่วโมงในการอภิปราย เพราะอย่างไรฝ่ายค้านยืนยันว่าจะขอเวลา 30 ชั่วโมง แต่ทางรัฐบาลดูท่าแล้วไม่น่าจะให้ถึง เพราะ “วิสุทธิ์ ไชยณรุณ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ออกตัวว่า ทางรัฐบาลก็ถอยให้หลายอย่าง ถอยจนไปไกลแล้ว เราให้เวลาฝ่ายค้าน 23 ชั่วโมง รัฐบาลขอแค่ 7 ชั่วโมง ถือว่าน้อยมาก แต่อย่างไรก็ต้องไปขอมติที่ประชุมพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง
เวทีนี้เหมือนเอา “ตระกูลชินวัตร” มาหลอกด่า เพราะเกมการเมืองที่ “พรรคประชาชน” เล่น เขาก็มักจะเล่นกับกระแสของสังคม ทั้งเรื่องชื่อ “ทักษิณ” ที่รู้ทั้งรู้ว่า ไม่สามารถเอาชื่อคนภายนอกเอามาอยู่ในญัตติได้ โหมโรงขอเปิดญัตติซักฟอก แบบเปิดชื่อให้เห็นกันชัดเจน ถึงแม้ตอนนี้จะยอมแก้เป็น “บุคคลในครอบครัว” ประชาชนก็รู้แล้วว่าคนคนนั้นเป็นใคร
เรื่ององครักษ์พิทักษ์ “นายกฯ” ที่ถึงแม้จะไม่ถึงคำว่าองครักษ์ แต่บอกเลยงานนี้ทุกคนพร้อมชูมือประท้วง ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายผิดข้อบังคับประชุมสภาฯ หรือทำอะไรที่ไม่น่ารัก สส.รัฐบาลพร้อมปกป้อง “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี สุดหัวใจ เพราะนอกจากเป็นหัวหน้ารัฐบาลแล้ว ยังเป็นแก้วตาดวงใจของ “แม้ว” อีกต่างหาก
ถึงแม้จะยอมปรับชื่อในญัตติแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าการประชุมจะราบรื่น หากฝ่ายค้านอภิปรายพาดพิงบุคคลภายนอก “ฝ่ายรัฐบาล” ก็พร้อมให้ทีมงานลุกประท้วงแน่ ถ้า “ฝ่ายค้าน” เล่นเอาข้อมูลที่โจมตีจนเกินเลยมาตีบุคคลภายนอกเกินเหตุ
ส่วนเรื่องเวลา เชื่อว่าอย่างไรทางพรรคเพื่อไทยคงให้เวลาแค่นั้น เพราะ 30 ชั่วโมง กับการอภิปราย “แพทองธาร” คนเดียวถือว่าเยอะเกินไป ถ้าโดนรุมคนเดียว ดูท่า “นายกฯ อิ๊งค์” จะช้ำ แถมพรรษาทำงานก็ยังไม่เยอะ ดูทรงแล้วเหมือนงานนี้พุ่งเป้าไปที่ชั้น 14 มากกว่า
เพราะถ้าพูดถึงเรื่องชั้น 14 อย่างไรก็มีคนเข้าใจ ไม่ต้องพูดชื่อ ก็รู้ว่าเรื่องหลักของเวทีซักฟอกคือเรื่องอะไร แถมเรื่องนี้ถ้าโดนปล่อยให้ตีอย่างหนักก็ไม่ใช่เรื่องดี เพราะอาจจะมีผลกระทบกับ “พรรคเพื่อไทย” อีกต่างหาก
เรื่องนี้ยังเล่นกับความรู้สึกของประชาชนที่ติดลบเป็นทุนเดิม หาก “พรรคประชาชน” มีข้อมูลที่เป็นหมัดเด็ดเอามาโชว์ ก็ทำให้ประชาชนยิ่งมั่นใจว่าเรื่องชั้น 14 มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ไม่ใช่เรื่องธรรมดา
ท่ามกลางกระแสขอเปิดญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ปกติแทบทุกสมัยจะมีรัฐมนตรีพ่วงอีกหลายคน แต่ครั้งนี้ฝ่ายค้านกลับเล่น “นายกฯ” คนเดียว นั่นหมายความว่าจะชูโรงเรื่อง “พ่อนายกฯ” อย่างแน่นอน
และยังไม่หมด เพราะล่าสุด “พรรคประชาชน” ปล่อยโปรเตอร์ สปอยศึกซักฟอก ทั้งเรื่องกองทัพ แก้รัฐธรรมนูญ หรือเรื่องแจกเงินหมื่น ที่ออกมาไม่ตรงปกอีกแล้ว ท่ามกลางกระแสสังคมที่ด่ารัฐบาลว่า คนเสียภาษีเมื่อไหร่จะได้ เรื่องนี้ฝ่ายเศรษฐกิจของฝ่ายค้านเตรียมลับมีดรอเชือดตามๆ กัน
ยังทิ้งท้ายว่า ขอเชิญชวนร่วมติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งแรกของ “พรรคประชาชน” เปิดทุกดีลลับ คิดบัญชีทุกความสูญเสีย เปิดทุกแผลที่ถูกหมกเม็ด ของ “แพทองธาร”
แต่เรื่องเวลาอภิปราย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ยังตกลงกันไม่ได้ ถกกันเคร่งเครียด สุดท้ายสรุปว่า จะนัดกันอีกครั้งในวันที่ 19 มี.ค. เพราะเรื่องจำนวนเวลา ไม่มีใครยอมใคร
ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า ฝ่ายไหนจะถอย จะเป็นฝ่ายค้านที่ถอนเรื่องการปรับชื่อ หรือฝ่ายรัฐบาลที่ให้ฝ่ายค้านได้อภิปราย 23 ชั่วโมง ก็ต้องรอดู
ก็อยากรู้เหมือนกันว่า ข้อมูลเด็ดที่ฝ่ายค้านพร้อมจะนำเสนอนั้นคืออะไร ดูแล้วไม่รู้ฝ่ายไหนจะเละไม่เป็นท่า เรื่องการโหวตเป็นเรื่องของสภาฯ แต่เรื่องนอกสภาฯ ประชาชนก็สัมผัสได้
สุดท้ายแล้วแม้ว่าเสียงในสภาฯ ทางรัฐบาลชนะ แต่เรื่องความรู้สึกนอกสภาฯ บอกได้เลยว่าประชาชนที่ติดตามได้ตัดสินไปแล้ว เพราะถึงแม้ไม่มีการเอ่ยชื่อ แต่ก็อย่างที่รู้ว่าคนนั้นเป็นใคร แถมศึกครั้งนี้เปรียบเสมือนตัววัดความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นในฝ่ายค้าน ในขณะเดียวกันก็อาจจะเป็นการลดทอนความมั่นใจของประชาชนที่มีต่อฝ่ายรัฐบาล รอติดตามในวันที่ 24 มี.ค. เป็นต้นไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฮั้วสว.'ข้อเท็จจริง'ปะทะ'กระแส' จบที่ศาล หรือรอวันแตกหัก?
สถานการณ์การเมืองในห้วงเวลานี้เปรียบเสมือนฉากทัศน์ของ สงครามตัวแทน ระหว่าง 2 ขั้วอำนาจที่มียุทธวิธีต่างกันสุดขั้ว ระหว่างฝ่าย 'สีส้ม' นำโดยพรรคประชาชนอย่าง “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ์ และเครือข่ายภาคประชาสังคม ไอลอว์ “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” พ่วง สว.ประชาชน และผู้สมัคร สว.สำรอง ที่เดินเกมใช้ข้อมูลข่าวสาร สำนวนในคดี เปิดโปงความไม่โปร่งใสในคดีฮั้ว สว.รายวัน
“สำนวนฮั้ว สว.229”รั่วกลางทาง “กกต.”หนีตาย“ลอยตัว”ลดแรงเสียดทาน
นาทีนี้คงไม่มีประเด็นการเมืองไหนจะสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงขั้วอำนาจในสภาสูงได้เท่ากับมหากาพย์ "คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา" อีกแล้ว จากการเลือก สว. เมื่อปี 2567 ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องการจัดตั้งและบล็อกโหวต วันนี้คดีที่หลายฝ่ายคิดว่าจะถูกเตะถ่วงจนเงียบหาย กลับมาพูดถึงขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และกำลังบีบให้องค์กรอิสระอย่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องตกอยู่ในสภาพ "หลังชนฝา"
"ใครรุก-ใครรับ"ในเกมไฟใต้ "การเมือง" กระตุก"กองทัพ"
ประเด็นข่าวการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ไปถูกเยาวชนชายในช่วงเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกใน จ.นราธิวาส
‘นิรโทษกรรม’ ล้างอดีตความขัดแย้ง อาจวนลูปเดิมหากรบ.อนุทินล้มเหลว
พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 มีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา
26ส.ค.ไต่สวนลับ บัตรเลือกตั้ง ปิดคดีกันยายน
คำร้องคดี บัตรเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้วินิจฉัยว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจใช้สืบค้นย้อนกลับไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีมติเมื่อ 18 มี.ค. ด้วยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้วินิจฉัย
หลังเปิดสภา 25 ส.ค. การเมืองร้อนกลางสายฝน ล็อกเป้าซักฟอกถล่ม'อนุทิน'
แน่นอนว่าไคลแมกซ์การเมืองในช่วงการประชุมสภาสมัยล่าสุด ที่จะเริ่มเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร 25 ส.ค.นี้เป็นต้นไป คือ

