'แพทองธาร'เกมโอเวอร์ เปิดสูตร'นายกฯเฉพาะกิจ'

“เชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลที่จมูกไว ไม่ยอมตกขบวน  ไม่ยอมตายไปพร้อมพรรคเพื่อไทย เปรียบดังหมาตายเห็บกระโดด พร้อมถือโอกาสอัปไซซ์เก้าอี้รัฐมนตรีเกรดเอ สะสมเสบียงกรัง เตรียมพร้อมเลือกตั้ง หลังพรรคประชาชน 142 สส. ไม่เข้าไปแบ่งเค้กสักตำแหน่งเดียวอีกด้วย”

ในทางนิตินัย แม้ แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และ รมว.วัฒนธรรม ยังไม่จบบริบูรณ์ แต่เมื่อประเมินฉากทัศน์การเมืองที่กำลังสู้รบกับนิติสงคราม เสถียรภาพของรัฐบาล เรียกว่าใกล้ เกมโอเวอร์ เต็มทีแล้ว 

หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 รับคำร้องของ 36 สว.ไว้พิจารณา และยังสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ เพื่อป้องกันความเสียหาย   

จากกรณีคลิปสนทนาลุงหลาน ที่เปลือยให้คนไทยเห็นถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวของนายกฯ เป็นฝั่งเดียวกับกัมพูชา และดูหมิ่นแม่ทัพภาค 2 ในลักษณะเป็นฝ่ายตรงข้าม

ยังเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีดาบสองตามมาในการร้องศาลรัฐธรรมนูญ หลังมีข่าวสะพัดว่าวิปวุฒิสภาเตรียมยื่นร้องนายกฯ ฝ่าฝืนจริยธรรมและความซื่อสัตย์  ตั้งตัวเป็น รมว.วัฒนธรรม แก้เกมล่วงหน้าหากศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเข้าไปทำหน้าที่สั่งการใน ครม. พฤติกรรมเหมือน ลิงหลอกเจ้า 

ประกอบกับ  นายกฯ อิ๊งค์ ยังไม่มีทีท่ารู้สำนึกและไม่ยอมเสียสละด้วยการลาออก ทั้งที่เป็นจุดอ่อนในการแก้ปัญหาอธิปไตยของประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา 

เชื่อว่าอีกไม่นาน ศาลรัฐธรรมนูญคงจะวินิจฉัยและฟันธง คงเดินตามโมเดลเดิมของผู้นำสายระบอบทักษิณที่ต้องพ้นจากตำแหน่งเกือบทุกราย ไม่ว่าจะเป็น สมัคร สุนทรเวช, สมชาย วงศ์สวัสดิ์,  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ เศรษฐา ทวีสิน

ขณะที่พรรคเพื่อไทยได้เตรียมรับแรงกระแทกไว้แล้ว โดยมอบหมายให้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ขึ้นทำหน้าที่รักษาการนายกฯ มีอำนาจบริหารประเทศ และถืออำนาจการยุบสภา เพราะอย่างน้อยก็มีอาวุธไว้ต่อรองกับบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลและสภาที่ยังไม่อยากเลือกตั้ง

รวมถึงยังหวังหากยุบสภา มีอำนาจรักษาการอย่างน้อย 6 เดือน จนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่  เพื่อชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้งครั้งหน้า  

แต่ท้ายสุด ภูมิธรรม จะกล้าใช้แนวทางนี้หรือไม่ โดยมีรายงานข่าวระบุว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา แสดงความเห็นในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ว่า รักษาการนายกฯ ไม่สามารถยุบสภาได้ สวนทางกับ วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ เคยให้ความเห็นว่า รักษาการนายกฯ มีอำนาจเต็มเหมือนนายกฯ  

อีกทั้งยังมีแผนสำรอง ชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 3 ของพรรคเพื่อไทย ออกมาโชว์ฟิตสยบข่าวที่ป่วยอยู่ เพื่อสืบทอดอำนาจหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง  

แต่ในทางความเป็นจริง ชัยเกษม จะได้รับเลือกจากสภาหรือไม่ เนื่องจากมีชนักติดหลัง เนื่องจากในปี 2564 เคยให้ความเห็นเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เข้าสู่กระบวนการพิจารณาสภา 

รวมถึงหากยังจำได้ ในช่วง “เศรษฐา ทวีสิน” พ้นจากตำแหน่งนายกฯ พรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคชาติไทยพัฒนา เคยแถลงจุดยืน ขวาง ชัยเกษม ในเรื่องนี้ และเป็นเหตุผลเดียวกับการไม่โหวต พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคก้าวไกล ที่มีแนวคิดแก้มาตรา 112 

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงจุดยืนในการสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 15 ส.ค.67 ว่า “พรรครวมไทยสร้างชาติยังยืนยันว่าต้องไม่มีนโยบายที่จะแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112”  

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องเสียงในสภา ที่รัฐบาลเพื่อไทยจะจับมือกับพรรคร่วมอื่นๆ เดินต่อไปได้หรือไม่ ล่าสุดเปิดประชุมสภาวันแรกเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ก็ล่มทันที 

โดยรัฐบาลอยู่แสดงตนเพียง 187 เสียง จากช่วงจัดตั้งรัฐบาลอ้างว่ามี 270 เสียงขึ้นไป ถือเป็นการจับโกหกเจ้าของฟาร์มกล้วยได้กลางสภา ขณะที่ตัวเลขจริงของรัฐบาลมี 261 เสียง และพรรคร่วมฝ่ายค้าน 234 เสียง

เช่นเดียวกับนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทยอย่างกฎหมายกาสิโน ก็มีแนวโน้มสั่งถอนร่างกฎหมายจากสภา เนื่องจากไม่มั่นใจเสียงและเอกภาพพรรคร่วมฯ ที่มีอำนาจต่อรองสูง และก่อนหน้าพรรคประชาชาติจำนวน 9 เสียง ก็เคยแถลงการณ์ว่าไม่เอากาสิโน เนื่องจากกระทบฐานเสียงมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้    

ไม่นับสถานการณ์ภายนอกอย่างเสาค้ำยันรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร กำลังเจอมรสุม-กรรมเก่าไล่ล่า ทั้งคดี 112 และคดีชั้น 14 ที่ส่อแววจะไม่รอดคุก ซึ่งย่อมสะเทือนต่อพรรคเพื่อไทย และทิศทางการเมืองอย่างแน่นอน 

ด้วยสถานการณ์เช่นนี้จึงเกิดโมเดล นายกฯ เฉพาะกิจ ระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย เพื่อผ่าทางตันทางการเมือง ป้องกันเดดล็อก เปิดช่องอำนาจนอกระบบเข้ามา

พรรคส้มมีเงื่อนไขว่า ผู้จะเป็นนายกฯ (ยังไม่ระบุว่าใคร) ต้องประกาศเส้นตายว่าจะมีการยุบสภาภายในสิ้นปีนี้, มีหน้าที่เฉพาะกิจ เช่น เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยทำประชามติพร้อมการเลือกตั้ง, แก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา และผ่านงบประมาณปี 69 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน  

พรรคประชาชนจะร่วมโหวตนายกฯ และทำหน้าที่ฝ่ายค้าน พร้อมประคับประคองรัฐบาลให้ทำตามภารกิจข้างต้น และหากไม่ปฏิบัติตาม จะใช้กลไกของสภาเพื่อล้มรัฐบาลทันที  

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกระแสข่าวการเสนอตัวนายกรัฐมนตรีเฉพาะกิจ ต้องให้เกียรติ “อนุทิน” แต่โดยหลักการเราประชุมเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ อาจจะยังไม่เหมาะสมหากจะพูดอะไรไปล่วงหน้า เนื่องจากขณะนี้นายกฯ ยังชื่อ “แพทองธาร” เพียงถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ 

“แต่แน่นอนที่สุด การวิเคราะห์การเมือง การประเมินฉากทัศน์ข้างหน้า ทุกคนสามารถวิเคราะห์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การหารือเป็นการภายในนั้นก็พูดคุยกันถึงเรื่องนี้ ยืนยันว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคทุกคนหารือกันว่าจะไม่ทำให้การเมืองเดินถึงทางตัน ประเทศมีทางออก”  หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าว     

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  ที่ถูกคาดหมายว่าจะเป็น "นายกฯ เฉพาะกิจ" ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า เรื่องกระแสข่าว ขอพูดว่าไม่มีการเสนอตัว เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอย่างมาก ไม่ได้มีการพูดถึงตรงนั้นเลย 

“ตอนนี้เราพูดหลักการ สถานการณ์แบบนี้ ใครที่เข้ามาก็ตาม ต้องเข้ามาด้วยระยะเวลาที่เฉพาะกิจ เฉพาะกาล เพื่อมาแก้ไขปัญหาปัจจุบัน และยุบสภาให้เกิดการเลือกตั้ง คืนอำนาจให้ประชาชนได้ตัดสินใจต่อไป แต่เรื่องพวกนี้ไว้รอถึงเวลาที่เหมาะสมก่อน เพราะตอนนี้นายกฯ ยังอยู่ในตำแหน่ง” แคนดิเดต นายกฯ จากพรรคภูมิใจไทยกล่าว

เมื่อ ดีลส้มและน้ำเงิน หงายไพ่ออกมาแล้ว หากสุดท้าย แพทองธาร พ้นจากตำแหน่งด้วยคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจริง และต้องปิดฉากการเมือง

เชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลที่จมูกไว ไม่ยอมตกขบวน ไม่ยอมตายไปพร้อมพรรคเพื่อไทย เปรียบดังหมาตายเห็บกระโดด พร้อมถือโอกาสอัปไซซ์เก้าอี้รัฐมนตรีเกรดเอ สะสมเสบียงกรัง เตรียมพร้อมเลือกตั้ง หลังพรรคประชาชน 142 สส. ไม่เข้าไปแบ่งเค้กสักตำแหน่งเดียวอีกด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไอหยา! 'ทักษิณ' จะอยู่อีก 40 ปี

นายก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก ว่ามีโอกาสเจอ ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในดวงใจ เป็นครั้งแรก หลังจากท่านได้รับอิสรภาพ ใ

'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม

กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว

ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท

นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่

การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”

'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน

ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่

'อนุทิน'ขันนอต'รมต.สีน้ำเงิน' หนีมรสุมการเมือง-ไร้ผลงาน

ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนเศษของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ยังอาจเร็วเกินไปที่จะตัดสินอนาคตว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับประเด็นทางการเมืองหลายเรื่องที่ต้องชี้แจงและบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง