ติวเข้มสู้ศึกอภิปราย ‘บิ๊กตู่-ครม.’ ฟอร์มทีมปึ้ก

เตรียมพร้อมรับศึกอภิปราย ที่ในรอบนี้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ ​จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ทำการบ้านมาพอสมควร ถึงแม้ในวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์นี้ จะเป็นการประชุมสภาตามญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ที่ ส.ส.ฝ่ายค้าน 173 คน เข้าชื่อกันเพื่ออภิปรายทั่วไปรัฐบาล โดยไม่มีการลงมติก็ตาม

แต่ในส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่ามีความพร้อม แม้ไม่ได้ตั้งวอร์รูม แต่ได้ให้การบ้าน ครม.ทุกคน

เตรียมพร้อมข้อมูลในการชี้แจงประเด็นต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจตกต่ำ เรื่องของแพง ประเด็นการก่อหนี้สาธารณะ เรื่องการแก้ไขปัญหาโควิด -19 เรื่องโรคระบาดสัตว์ การแก้ปัญหาทุจริต ปัญหาสิ่งแวดล้อม และปัญหายาเสพติด เป็นต้น

โดยในที่ประชุม ครม.วันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้แจ้งรัฐมนตรีทุกคนหากมีการอภิปรายถึงกระทรวงไหน รัฐมนตรีท่านไหนรับผิดชอบ ก็ขอให้ลุกชี้แจงทันที โดย พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นผู้กล่าวเปิดในแต่ละประเด็นซักถาม เพราะรู้หลักการทั้งหมด ส่วนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้ให้รายละเอียด เพราะกระทรวงเป็นผู้ปฏิบัติ พร้อมย้ำว่าถึงแม้จะไม่มีการลงมติ แต่ก็อยากจะให้สื่อสารชี้แจงไปยังภายในและภายนอกสภา สร้างความเข้าใจให้กับประชาชน ชี้ให้เห็นว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และรัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างไร

ซึ่ง “พรรคร่วมรัฐบาล” ทุกพรรคต่างขานรับ เตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงของตัวเองไว้แน่นปึ้ก พร้อมลุกตอบทุกคำถาม และมองเป็นเรื่องดี มีประโยชน์ที่จะถือโอกาสใช้เวทีนี้ชี้แจงผลงานรัฐบาลไปในตัว ได้อธิบายการทำงาน การแก้ไขปัญหาต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้แจกหนังสือธรรมะของ ว.วชิรเมธี ให้กับ ครม.พร้อมกล่าวในที่ประชุมช่วงหนึ่งว่า “ศาสนาจะเป็นแกนสำคัญ ทำให้จิตใจสงบ และผมจะไม่อ่านโซเซียลมากมายแล้ว เอาธรรมะมาข่มให้มีสติ ถ้าเกลียดคนอื่น ความทุกข์ก็จะมาอยู่ที่เรา ทำดีได้ดี ใครทำกรรมอะไรก็จะได้ตามนั้น ผมสวดมนต์อยู่ทุกวัน”

ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง ภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งนำโดย “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ที่ถึงแม้มีปัญหาความเห็นต่างเรื่องโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวอยู่บ้าง แต่เจ้าตัวยืนยันการอภิปรายครั้งนี้มาด้วยกันไปด้วยกัน พรรคร่วมรัฐบาลต้องสนับสนุนนายกรัฐมนตรี และพร้อมชี้แจงทุกประเด็นที่ถูกอภิปราย

อย่างไรก็ตาม ศึกอภิปรายครั้งนี้ถึงไม่มีวอร์รูมพิทักษ์บิ๊กตู่อย่างเป็นทางการ เพราะเป็นแค่การอภิปรายทั่วไป แต่ “องครักษ์พิทักษ์บิ๊กตู่” ที่มี “แรมโบ้” เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เจ้าเดิม พร้อมเป็นทีมสนับสนุน โดยได้จัดทีมนอกสภาเล็กๆ คอยมอนิเตอร์เวทีซักฟอกอย่างใกล้ชิด

ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของผู้ช่วยรัฐมนตรี 3-4 คน นั่งจับประเด็นฟังเวทีอภิปรายในสภา มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ทั้งด้านข้อกฎหมาย ด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมือง โดย “แรมโบ้” หัวหน้าทีมจะรับผิดชอบด้านการเมือง และหากมีใครบิดเบือนใส่ร้ายนายกฯ ในประเด็นใด พร้อมออกโรงชี้แจงข้อเท็จจริงนอกสภา แทนนายกฯ ทันที

นอกจากนี้ยังมีในส่วนของการเร่งประชาสัมพันธ์ผลงานของรัฐบาล ที่ “ทีมโฆษกรัฐบาล” นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนหน้านี้ได้นำทีมโฆษกกระทรวงเร่งตีปี๊บผลงาน นำเสนอในเชิงประจักษ์ สร้างการรับรู้แก่ประชาชนให้กว้างขวาง ครอบคลุมตามยุทธศาสตร์การทำงานเชิงรุก ไปเนิ่นๆ ก่อนเริ่มศึกอภิปรายมาบ้างแล้วด้วย จึงช่วยส่งให้ผลงานรัฐบาลประจักษ์แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับความพร้อมของ พล.อ.ประยุทธ์ ขณะนี้มีรายงานว่า นายกฯ ไม่หนักใจ หรือหวั่นไหวในการอภิปรายครั้งนี้ มั่นใจสามารถชี้แจงได้หมด ไม่กลัว และชินแล้ว และค่อนข้างจะเกร็งข้อสอบด้วยตัวเอง เตรียมการบ้าน เตรียมข้อมูลเอง มั่นใจว่าตอบได้ทุกคำถาม และนายกฯ ยังอ่านทางฝ่ายค้านออกว่าจะมาไม้ไหน บวกกับทุกนโยบายที่รัฐบาลทำออกไป นายกฯ เป็นคนกำกับ สั่งการ และดูแลเอง การทำงานที่ผ่านมานายกฯ จะอ่านและทำการบ้านตลอด ทำให้เป็นอีกจุดแข็งในการรับมือกับเกมในสภา และสามารถตอบโต้ได้หมดหากถูกอภิปรายในเรื่องใด จึงไม่มีอะไรที่ต้องกังวล

ทั้งนี้ การอภิปราย 2 วันเต็มนี้ มือกฎหมายรัฐบาลอย่าง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยังแจกประเด็นในญัตติที่ฝ่ายค้านเขียนมา 2 หน้า แบ่งเป็น 15 ประเด็น ให้ ครม.ลุกชี้แจง เช่น เรื่อง PM 2.5 ให้ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นคนตอบ เรื่องน้ำมันรั่วให้ รมว.พลังงานเป็นคนตอบ เป็นต้น

เรียกว่าฟอร์มทีมและติวเข้มการบ้านกันเต็มที่ คาดว่าศึกครั้งนี้คงไม่เกินมือผู้นำรัฐบาล.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่

การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”

'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน

ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่

'เพื่อไทย' นัดถกปรับโมเดล 'สสร.' หลังประธานศาลรธน. ยันเลือกตั้ง 100% ทำได้

พรรคเพื่อไทยเตรียมหารือผู้บริหารพรรค 23 มิ.ย. เพื่อพิจารณาปรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังประธานศาลรธน. ระบุเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จากประชาชนสามารถทำได้ 100%

'อนุทิน'ขันนอต'รมต.สีน้ำเงิน' หนีมรสุมการเมือง-ไร้ผลงาน

ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนเศษของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ยังอาจเร็วเกินไปที่จะตัดสินอนาคตว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับประเด็นทางการเมืองหลายเรื่องที่ต้องชี้แจงและบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง

ล้างกระดาน"ภูเก็ต"ใหม่ รีเซตเชื่อมั่น"ปราบอิทธิพล"

กลายเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อลหม่านในช่วงที่ผ่านมา สำหรับ ‘ภูเก็ต’ ไข่มุกแห่งอันดามัน ที่นอกจากความสวยงามแล้ว ยังเต็มไปด้วย ‘ผลประโยชน์มหาศาล’

มหากาพย์ฮั้วสว.เกมวัดใจกกต. ส่งศาลหรือฟอกขาวกลุ่มสีน้ำเงิน

คดีมหากาพย์ฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ถูกจุดพลุขึ้นมาเขย่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกระลอก เมื่อพรรคประชาชน โดย "ไอติม" นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หงายไพ่เด็ดเปิดคลิปวิดีโอหลักฐานแฉกรรมการ กกต.และเจ้าหน้าที่ระดับสูง เดินยึดโพยรายชื่อและหมายเลขคาคูหาเลือก สว.ระดับประเทศ ทว่ากลับปล่อยผ่านไฟเขียวให้โหวตต่อจนจบพิธีกรรม กลายเป็นเบ็ดล็อกคอ กกต.ชุดใหญ่ บีบให้ต้องเลือกระหว่างการทำหน้าที่ผู้คุมกฎ หรือยอมถูกตราหน้าเป็นนั่งร้านกางปีกป้องขบวนการกินรวบสภาสูงที่มีรายชื่อผู้ต้องสงสัยกว่า 229 ชีวิต